Florasis แบรนด์เครื่องสำอางจีน 20,000 ล้าน ที่เติบโตท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด
Business

Florasis แบรนด์เครื่องสำอางจีน 20,000 ล้าน ที่เติบโตท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด

19 ส.ค. 2021
Florasis แบรนด์เครื่องสำอางจีน 20,000 ล้าน ที่เติบโตท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด /โดย ลงทุนเกิร์ล
ธุรกิจความงามในจีน โดยเฉพาะเครื่องสำอาง นับว่าเป็นหนึ่งตลาดที่น่าจับตามอง
จากรายงานของ Deloitte พบว่า ยอดขายของเครื่องสำอางบน Tmall
ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน ปี 2020 มีมูลค่าอยู่ที่ 45,875 ล้านบาท
ซึ่งเติบโตเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2019 ที่มียอดขาย 22,695 ล้านบาท
โดยหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางจีน ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในตอนนี้ก็คือ Florasis แบรนด์ที่ถูกมองว่า เป็นคู่แข่งที่ท้าทายของ Perfect Diary หรือเครื่องสำอางอันดับ 1 ของประเทศจีน
และกำลังเริ่มเป็นที่สนใจในตลาดเครื่องสำอางระดับโลก
อ้างอิงจากเทรนด์การค้นหาทั่วโลกด้วยชื่อแบรนด์ Florasis เทียบกับ Perfect Diary
ซึ่งจุดเด่นของ Florasis ก็คือ การออกแพ็กเกจจิงที่มีหน้าตาสวยงาม จนถึงแม้จะไม่ได้นำออกมาใช้ ก็ยังอยากซื้อเก็บไว้
แล้วเรื่องราวของ Florasis น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Florasis หรือมีชื่อจีนว่า Hua Xizi เปิดตัวในปี 2017 โดยชื่อแบรนด์แปลว่า เครื่องสำอางจากดอกไม้
โดยแบรนด์นี้มีจุดเด่นตรงที่การเน้นการสื่อสาร ผ่านเทรนด์ที่มีชื่อว่า Guochao ซึ่งเป็นเทรนด์แฟชั่นที่กำลังนิยมในวัยรุ่นจีน เน้นไปที่ความเป็นพื้นเมือง หรือการบ่งบอกความเป็นจีน
ทำให้เครื่องสำอางของ Florasis มีแพ็กเกจจิงที่มีความสวยงามด้วยลวดลายแบบจีน
ถึงแม้แบรนด์จะเพิ่งเปิดตัวได้เพียง 4 ปี แต่ก็มียอดขายสินค้ารวมแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท
และยังเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างประวัติการณ์ สามารถขายสินค้าได้ 5,000 ล้านบาทใน 1 ชั่วโมง
จากแคมเปน Double 11 Sales บน Tmall ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ที่ผ่านมาอีกด้วย
Florasis ทำอย่างไร จึงสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามอง ท่ามกลางตลาดความงามของจีนที่ขึ้นชื่อว่า “ดุเดือดที่สุด”
ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับแบรนด์ฝั่งตะวันตก หรือแบรนด์ในประเทศจีนเองที่มีให้เลือกมากมาย
อย่างแรกคือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน
อย่างที่ได้กล่าวไป Florasis เน้นทำสไตล์ Guochao โดยเฉพาะ ทำให้สินค้าโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น ที่ถึงแม้จะออกสินค้าคอลเลกชันใหม่ ๆ มาก็ไม่ได้มีสไตล์ที่เฉพาะเจาะจงเท่ากับ Florasis
นอกจากนี้ จากการที่ชื่อของแบรนด์มีความเกี่ยวข้องกับดอกไม้
Florasis จึงได้ใส่กิมมิกด้วยการออกแบบให้เครื่องสำอาง มีส่วนผสมของดอกไม้ และสมุนไพร เพื่อมอบทั้งความสวยงาม และบำรุงผิวหน้าไปพร้อม ๆ กัน
ต่อมาคือการเลือกใช้ดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่เหมาะกับแบรนด์
อย่างเช่นในปี 2019 ก็ได้เลือกใช้คุณ Ju Jingyi นักแสดงและนักร้องชาวจีนมาเป็นพรีเซนเตอร์คนดังคนแรก
ซึ่งเธอคนนี้ก็เข้ากับแบรนด์ได้อย่างลงตัว เพราะผู้คนมองว่าเธอเป็นสัญลักษณ์ของความงามแบบตะวันออก
รวมถึงภาพลักษณ์จากบทแสดงของเธอในเรื่อง The Legend of White Snake ซึ่งเป็นซีรีส์แบบย้อนยุค
ก็เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์ Florasis เป็นอย่างดีเช่นกัน
และยังมีการเลือกใช้วงบอยแบนด์จากจีนชื่อ Teens in Times มาเป็น Brand Ambassador ในโอกาสฉลองการครบรอบ 4 ปีของแบรนด์
โดยการใช้ Teens in Times ที่เป็นตัวแทนจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่ชาวจีน ก็เป็นตัวช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างดี
ซึ่ง Florasis ก็ไม่ได้เลือกร่วมมือกับคนดังเบอร์ใหญ่ ๆ ของประเทศเท่านั้น
เพราะจริง ๆ แล้ว การสื่อสารผ่าน KOLs และ KOCs ก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของแบรนด์จีนในยุคนี้เช่นกัน
และ Florasis ก็ใช้ช่องทางการสื่อสารนี้ มาช่วยในการทำตลาดได้ดี ไม่แพ้แบรนด์อื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจอยู่ที่ กลุ่มลูกค้าที่ Florasis สนใจไม่ใช่เพียงแค่ตลาดในประเทศจีน แต่เป็นตลาดโลก
ดังนั้นแบรนด์จึงไม่ได้โฟกัสไปที่การทำคอนเทนต์ บนแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมแค่ในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่มีการเลือกใช้ทั้ง Facebook, Instagram รวมถึง TikTok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่คนใช้กันทั่วโลก
อย่างการเลือกใช้ช่างแต่งหน้าชื่อดังอย่างคุณ Jony Sios ซึ่งมีผู้ติดตามบน TikTok กว่า 1.5 ล้านคน
มาช่วยทำคอนเทนต์บน TikTok ของ Florasis
รวมไปถึงการเลือกใช้ Hashtag ที่เป็นภาษาอังกฤษเข้ามาช่วยในการโปรโมต
เช่น #lipstick #makeup #skincare
หรือแม้แต่ #Florasis เอง ก็มีคนติดแท็กนี้ไปกว่า 7 ล้านครั้งบน TikTok แล้ว
สุดท้าย ก็คือเรื่องของ “การพัฒนาสินค้า”
โดยขั้นตอนนี้ Florasis เองก็ให้ความสำคัญและทำได้น่าสนใจ
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของ Florasis ที่สวยงามไม่ต่างจากงานศิลปะ ไม่ว่าจะลิปสติก แป้ง อายแชโดว์
ทำให้แบรนด์ทุ่มทั้งเวลาและความพยายาม ลงไปในการผลิตสินค้าแต่ละชิ้น
มีการร่วมมือกับนักออกแบบ รวมถึงกลุ่มลูกค้า
อย่างโปรเจกต์ User Co-Creation ที่แบรนด์มักจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตน 60-70%
จากนั้นก็เปิดให้ลูกค้าเข้าชมแบบส่วนตัว เพื่อทำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ก่อนที่สินค้าจะเปิดตัว
ดังนั้น แม้กว่าที่สินค้าแต่ละคอลเลกชันของ Florasis จะออกมาได้ ต้องใช้เวลามากกว่าแบรนด์อื่น ๆ แต่ก็กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าให้ลูกค้าตั้งตาคอย
สรุปแล้วการที่ Florasis มาถึงจุดนี้ได้ จึงไม่ได้อาศัยแค่สินค้าดี และการทำตลาดทั่วไป
แต่มีทั้งการสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจน
สื่อสารและใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ที่สำคัญคือต้องไม่ละเลยความคิดเห็นของลูกค้า
ซึ่งหากทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีเช่นเดียวกับ Florasis
ถึงแม้จะเป็นการต่อสู้ใน “น่านน้ำสีแดง”
เราก็น่าจะสามารถแทรกตัวเข้าไป ชิงส่วนแบ่งตลาดนี้มาได้เช่นกัน..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.