กรณีศึกษา ตลาดศัลยกรรมจีน กำลังเป็นที่นิยม เมื่อวัยรุ่นจีนขอลิขิตความสวยด้วยตัวเอง
Health
&
Beauty

กรณีศึกษา ตลาดศัลยกรรมจีน กำลังเป็นที่นิยม เมื่อวัยรุ่นจีนขอลิขิตความสวยด้วยตัวเอง

11 ก.ย. 2021
กรณีศึกษา ตลาดศัลยกรรมจีน กำลังเป็นที่นิยม เมื่อวัยรุ่นจีนขอลิขิตความสวยด้วยตัวเอง ​/โดย ลงทุนเกิร์ล
ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดี เกิดมาพร้อม “เบ้าหน้าฟ้าประทาน” ซึ่งเป็นคำที่คอซีรีส์ใช้ชื่นชมนักแสดง ที่มีใบหน้าเป๊ะปัง ไร้ที่ติ ราวกับของขวัญจากเบื้องบน
ดังนั้น เพื่อแลกกับความสวยแบบสั่งได้ดั่งใจ บางคนจึงเลือกใช้วิธี “ศัลยกรรม”
ซึ่งจากเดิมเวลาพูดถึง “ศัลยกรรม” หลายคนจะพุ่งเป้าไปที่สหรัฐฯ ประเทศที่มีการทำศัลยกรรมมากที่สุดในโลก หรือถ้าใกล้ตัวเข้ามาหน่อย ก็ต้องนึกถึงเกาหลีใต้

แต่ตอนนี้ ถ้าพูดถึงตลาดศัลยกรรมที่กำลังเฟื่องฟูสุด ๆ กลับต้องหลีกทางให้พญามังกร อย่าง “จีน” เพราะหนึ่งในเทรนด์ที่กำลังมาแรงในหมู่วัยรุ่นจีน ที่อยู่ในกลุ่มเจน Z (คนที่เกิดหลังปี 1996)​ คือ การทำศัลยกรรม เพื่อทำให้ตัวเองดูดีแบบทันใจ ​
แล้วอะไรทำให้วัยรุ่นจีน ไม่ใช่แค่พร้อมเปย์ แต่ยังยอมเจ็บตัว และกล้าเสี่ยง เพื่อแลกกับลุกในฝัน ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน การทำศัลยกรรมในจีน แม้จะไม่ใช่เรื่องต้องห้าม
แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่สังคมยอมรับ เพราะคนจีนมีคติว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อแม่ให้มา รวมทั้งหน้าตา ก็ถือเป็นของที่ศักดิ์สิทธิ์”
ดังนั้นการทำอะไรก็ตาม​ เพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
ถือเป็นการขัดกับหลักเรื่องความกตัญญูของขงจื๊อ เพราะหมายความว่า เราไม่พอใจในสิ่งที่​พ่อแม่ให้มา
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป จีนในวันนี้ไม่เหมือนวันวาน ใครจะไปคิดว่า การทำศัลยกรรม ที่เคยเป็นเรื่องที่ต้องปกปิด จะกลายเป็นเรื่องปกติในสายตาวัยรุ่นจีน ที่หันมาให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกมากขึ้น
และทำให้เทรนด์การทำศัลยกรรมในจีนเติบโต ถึงขนาดมีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมศัลยกรรมของจีนอาจจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของโลก ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
หากจะถามว่า ธุรกิจนี้บูมขนาดไหน คิดภาพตามง่าย ๆ ว่า ต่อให้เป็นปีโควิด ที่หลายธุรกิจต้องปิดกิจการ
แต่ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งความงามในจีน กลับเปิดเพิ่มขึ้นถึง 5,150 แห่ง​
ที่น่าสนใจ คือ นอกจากคลินิกความงามจะผุดเป็นดอกเห็ด
อีกหนึ่งธุรกิจที่ได้อานิสงส์จากค่านิยมที่เปลี่ยนไป ก็คือ แอปพลิเคชันที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องศัลยกรรม
และแอปพลิเคชันที่เป็นดาวเด่น ในการขับเคลื่อนวงการศัลยกรรมจีน ก็คือ Gengmei และ So-Young
สำหรับ Gengmei (更美) ซึ่งมีความหมายว่า “สวยขึ้น” เปิดตัวครั้งแรกในปี 2013
ปัจจุบันมีศัลยแพทย์ที่อยู่ในระบบประมาณ 20,000 คน และมีผู้ใช้งานราว 36 ล้านคน
ขณะที่​ So-Young ซึ่งเปิดตัวมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ปัจจุบันมีศัลยแพทย์ที่อยู่ในระบบประมาณ 6,000 คน มีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 8.4 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่าครึ่ง เป็นผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 26 ปี และอาศัยอยู่ในเมืองเทียร์ 2 และ 3 ซึ่งไม่ได้เจริญเท่าเมืองที่อยู่ในเทียร์ 1 อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู
จุดเด่นของทั้งสองแพลตฟอร์ม คือ​ นอกจากจะเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการศัลยกรรม และมีรีวิวจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงแล้ว
ยังมีเทคโนโลยี AI สุดล้ำที่ช่วยจำลองให้เห็นภาพก่อน-หลังศัลยกรรม
แค่สแกนใบหน้า ก็บอกได้ว่า เราควรจะปรับปรุงส่วนไหน มีคุณหมอที่พร้อมให้คำแนะนำ ไปจนถึงจองคิวคลินิกผ่านแอปพลิเคชัน ที่ง่ายราวกับกดจองที่พัก
หรือถ้าใครอาจจะติดปัญหาเรื่องทุนทรัพย์ ก็หายห่วง เพราะมีพาร์ตเนอร์ที่พร้อมเข้ามาให้บริการครบจบ ในแอปพลิเคชัน
เพราะอย่าลืมว่า หนึ่งใน Pain Point ของคนที่อยากทำศัลยกรรมในจีน คือ การจะหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้เกี่ยวกับคลินิกศัลยกรรมในจีนนั้น ไม่ต่างกับการงมเข็มในมหาสมุทร โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้อาศัยอยู่หัวเมืองใหญ่​
ในขณะเดียวกัน ​คนจีนเองก็ยังไม่วางใจข้อมูลที่หาได้จาก Baidu ซึ่งเปรียบเสมือน Google ของเมืองจีนสักเท่าไร เพราะต้องยอมรับว่า ที่เมืองจีนก็มีเคสศัลยกรรมแล้วหน้าพังไม่น้อย
ดังนั้น พอมีแพลตฟอร์มที่เน้นเรื่องศัลยกรรมโดยตรง ที่มีทั้งศัลยแพทย์​ มีคนที่มาแชร์ประสบการณ์ตรง เลยเป็นเหมือน One Stop Service ของคนที่อยากทำศัลยกรรมก็ว่าได้
มาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยว่า แล้วอะไรไปจุดประกายให้ชาวจีน นิยมการศัลยกรรมมากขึ้น ?
ต้องยอมรับว่า ถึงหลายคนจะบอกว่า รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง และคนเราไม่ควรตัดสินกันด้วยรูปร่างหน้าตา แต่สุดท้ายแล้วค่านิยมที่ให้ค่ากับรูปลักษณ์ภายนอก ก็ไม่เคยหมดไปจากสังคม
โดยเฉพาะสังคมจีน ที่เป็นอันรู้กันว่า ต่อให้ไม่ได้หวังว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์ หรือทำงานที่ต้องอาศัยหน้าตา
แต่เพื่อเป็นใบเบิกทางสู่อนาคตที่สดใส ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน หรือการหาสามีในอนาคต
รูปลักษณ์ภายนอก ก็มีส่วนช่วยอยู่บ้าง
ยกตัวอย่าง การสมัครงาน นอกจากโปรไฟล์การศึกษาแล้ว รูปถ่ายที่ใช้แนบในการสมัครงาน ก็อาจจะเป็นตัวแปรว่าเราจะได้งานนั้นหรือไม่
ไม่ต้องพูดถึงเทรนด์ไลฟ์สตรีมมิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังบูมในจีน
จนเป็นเวทีแจ้งเกิดและช่วยสร้างรายได้ให้หลาย ๆ คน
ซึ่งถึงแม้ว่างานหลาย ๆ ประเภทจะไม่ได้อาศัยหน้าตาเพียงอย่างเดียว แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้ามี “หน้าตาดี” ก็ช่วยให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น ที่จะส่งผ่านออกมาทั้งในรูปของบุคลิกหรือการตัดสินใจ
นอกจากนั้น อีกปัจจัยที่กระตุ้นให้สาว ๆ อยากสวยแบบสั่งได้ ก็มาจากความล้ำหน้าของเทคโนโลยี ในแอปพลิเคชันที่ช่วยให้สาว ๆ ดูดีแบบไร้ที่ติด้วยปลายนิ้ว
ยกตัวอย่างแอปพลิเคชันแต่งรูปที่ชื่อว่า “Meitu” (美图) ซึ่งมีความหมายว่า “ภาพอันสวยงาม”
โดยจุดเด่นของแอปพลิเคชันนี้ คือ เทคโนโลยี AI ที่เข้ามาใช้ในการประมวลผลภาพและวิดีโอ
ทำให้การปรับแต่งภาพทำได้เกือบสมจริง
แถมยังมีฟีเชอร์ให้เลือกหลากหลาย มาช่วยขจัดความไม่เพอร์เฟกต์ออกจากใบหน้า
ไม่ว่าจะเป็นสิว ไปจนถึงการปรับหน้าเรียว ทำให้ผิวเนียนใส
จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้สาว ๆ อยากเปลี่ยนหน้าจริง ให้เหมือนรูปที่เห็นในหน้าจอ ซึ่งแน่นอนว่า บางครั้งก็ต้องอาศัยการศัลยกรรมเป็นตัวช่วย
ในเมื่อเทรนด์ศัลยกรรมมาแรงแบบไม่ต้องสงสัย
คำถามต่อมาอาจจะเป็นว่า แล้วสาวจีนใฝ่ฝันจะได้ใบหน้าแบบไหนมาครอง
แน่นอนว่ามีตั้งแต่พิมพ์นิยม อย่างการทำตาสองชั้น ทำจมูกให้โด่ง ทำโหนกแก้มให้สูงขึ้น เหลากรามเป็นทรง V-Shaped ไปจนถึงแบบที่พิสดารขึ้นมาหน่อย อย่างการตกแต่งใบหูให้แหลมและกางออกเล็กน้อยเหมือนหูของเอลฟ์ เพราะเชื่อว่าทำแล้วทำให้หน้าดูเล็กและเด็กลง
แต่ถ้าเป็นต้นแบบดาราจีนที่สวยเข้าตา จนสาว ๆ อยากหน้าเหมือน คือ ซูเปอร์สตาร์ตัวแม่อย่างฟ่านปิงปิง และแองเจลาเบบี
ถ้าเป็นฝั่ง K-Pop หนึ่งในเทรนด์ที่สาวจีนนิยม คือ รูปปากที่เป็นตัว M เหมือนกับนักแสดงเกาหลีใต้ชื่อดัง อย่างยุนอึนฮเย, อีซองคยอง รวมไปถึงหน้าเก๋ ๆ อย่างโกยุนจอง
ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ ช่วงเวลาที่สาวจีนนิยมไปทำศัลยกรรมมากที่สุด คือ ช่วงวันหยุดตอนหน้าร้อน ก่อนเปิดภาคเรียนใหม่
ซึ่งบรรดาคลินิกต่าง ๆ ในจีน จะพาเหรดกันลดราคา หรือจัดแพ็กเกจลดแลกแจกแถมเต็มไปหมด เช่น มา 3 จ่าย 2
ขณะที่กลุ่มลูกค้าบางกลุ่มที่อาจจะมีฐานะ อาจจะเลือกเดินทางไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีใต้ ไทย หรือฮ่องกงแทน เพราะเชื่อในฝีมือหมอมากกว่า และไม่อยากลุ้นว่าจะเป็นผู้โชคร้ายไปเจอคลินิกเถื่อนหรือหมอที่มือไม่ถึง
หนึ่งในกรณีที่เป็นข่าวดัง คือ เคสของ Gao Liu ดารา-นักร้องชาวจีน ที่เจอศัลยกรรมพ่นพิษ จากการผ่าตัดเสริมจมูก แล้วปลายจมูกติดเชื้อ จนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ถึง 2 เดือนเต็ม
และอดทนรออีก 1 ปี ถึงจะศัลยกรรมเพื่อแก้ไขได้ งานนี้เรียกว่านอกจากจะเจ็บตัว ยังต้องเสียรายได้จากการทำงานไปด้วย
ส่วนแพทย์ที่ทำการเสริมจมูกให้เธอ ถูกพักงานไปเพียง 6 เดือน และคลินิกก็รับผิดชอบด้วยการจ่ายค่าเสียหายแค่ 49,000 หยวน (ราว 2.49 แสนบาท)
มาถึงตรงนี้ก็น่าคิดว่า แม้สาวจีนจะรู้ว่าเส้นทางสู่ความสวยนี้ จะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง
และไม่มีใครรู้ว่า ความเจ็บปวดจากมีดหมอ จะทำให้พวกเธอสมหวัง​ได้หรือไม่
แต่อย่างน้อย พวกเธอก็รู้ว่าถนนสู่ความงาม ที่หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ช่างแสนเปล่าเปลี่ยว
มาถึงวันนี้ กลับเนืองแน่นไปด้วยเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน
ที่อยากสวยโดยไม่ต้องรอฟ้าประทาน
แต่ถ้าเลือกได้ขอแค่ฟ้าเป็นใจ
ให้พวกเธอที่ไหน ๆ ก็ยอมเสี่ยงและเจ็บตัวแล้ว
ได้ใบหน้าที่สวยตรงใจ…
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.