กรณีศึกษา Rojukiss บริษัทความงาม ผู้ท้าชิงคนใหม่ที่น่าจับตามอง
Business

กรณีศึกษา Rojukiss บริษัทความงาม ผู้ท้าชิงคนใหม่ที่น่าจับตามอง

19 ส.ค. 2020
กรณีศึกษา Rojukiss บริษัทความงาม ผู้ท้าชิงคนใหม่ที่น่าจับตามอง /โดย ลงทุนเกิร์ล
Rojukiss (โรจูคิส) คือ บริษัทด้านความงาม สัญชาติไทย
และยังเป็นเจ้าของแบรนด์ความงามอย่าง
Rojukiss, PhDerma, Best Korea และ Sis2Sis
ปัจจุบันโรจูคิสยังได้ขยายธุรกิจเข้าไปในประเทศแถบอาเซียนอย่าง
กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซีย
แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ บริษัทโรจูคิส กำลังจะเข้าตลาดหุ้น
นี้นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับธุรกิจสายความงาม
ที่แทบจะไม่ค่อยมีบริษัทไหน ครองแชมป์อยู่ได้นาน และมักเป็นกระแสเป็นครั้งคราวแล้วก็เงียบไป
แล้วเรื่องราวของโรจูคิสเริ่มต้นเมื่อไร และเรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง..
โรจูคิส เริ่มขึ้นมาจาก การควบรวม 3 กิจการด้านความงาม ได้แก่
บริษัทเบลลูส, บริษัทฟ็อกซ์ แอนด์ แพลนเน็ต และบริษัทเอฌ็องซ์
โดยหลังจากที่ควบรวมกิจการทั้ง 3 บริษัทนี้แล้ว ก็ใช้ชื่อบริษัทว่า “เอฌ็องซ์”
ปัจจุบัน บริษัทเอฌ็องซ์ ก่อตั้งมาแล้วกว่า 13 ปี
และเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทเอฌ็องซ์ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า
“บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)”
ซึ่งเป็นการนำชื่อแบรนด์ตัวเอกของบริษัทอย่าง แบรนด์โรจูคิส มาใช้เป็นชื่อบริษัท
และเตรียมตัวที่จะเข้าตลาดหุ้น
บริษัทโรจูคิส หรือชื่อเก่าก็คือ เอฌ็องซ์ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ถ้าเราดูจากผลประกอบการย้อนหลังจะเห็นว่า
ปี 2560 รายได้ 613 ล้านบาท กำไร 60 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 865 ล้านบาท กำไร 93 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 1,147 ล้านบาท กำไร 170 ล้านบาท
นี้หมายความว่า ภายในเวลาเพียงแค่ 3 ปี บริษัทเติบโตเฉลี่ยกว่า 23.22%
โดยสัดส่วนของรายได้จะมาจาก
- สินค้าสกินแคร์ 80%
- สินค้าเครื่องสำอาง 17%
- สินค้าในกลุ่มอาหารเสริม อีก 3%
สาเหตุที่ทำให้บริษัทนี้ มีสัดส่วนรายได้จากสกินแคร์มากกว่า สินค้ากลุ่มอื่นๆหลายเท่าตัวก็เป็นเพราะ 3 แบรนด์หลักของบริษัทอย่าง Rojukiss, PhDerma และ Best Korea เป็นแบรนด์ที่เน้นไปทางสกินแคร์ และมีเพียง Sis2Sis แบรนด์เดียวที่เป็นแบรนด์เครื่องสำอาง
แล้วสถานการณ์ของบริษัทความงามอื่นๆ ในตลาดหุ้นเป็นอย่างไรบ้าง?
บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ Beauty Buffet
ปี 2562 รายได้ 2,020 ล้านบาท ลดลง 42.30%
กำไร 232 ล้านบาท ลดลง 76.59%
บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ Snail White
ปี 2561 รายได้ 796 ล้านบาท ลดลง 38.91%
ขาดทุน 54 ล้านบาาท ลดลง 129.83%
ตอนนี้เราคงจะเห็นแล้วว่า บริษัทด้านความงามที่อยู่ในตลาดหุ้นรายอื่นๆ กำลังอยู่ในช่วงขาลง
แล้วอะไรทำให้บริษัทโรจูคิส แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ
จนเติบโตได้สวนกระแสแบบนี้?
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โรจูคิสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะเรื่อง “ราคา”
ที่ไม่ได้สูงมาก ทำให้ลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจซื้อไม่นาน
นอกจากนี้ สินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าประเภท “ครีมซอง” หรือ “เครื่องสำอางซอง”
ที่มีปริมาณไม่เยอะมาก ราคาหลักสิบบาท ตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากซื้อสินค้ามาใช้ก่อน โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อสินค้าราคาสูงที่ไม่รู้ว่าเราใช้แล้วจะชอบไหม
ในขณะเดียวกัน สินค้าของแบรนด์ต่างๆ ภายใต้บริษัทโรจูคิส
ยัง “หาซื้อง่าย” ได้ตามร้านสะดวกซื้อ ทั่วๆไป และยังมีช่องทางออนไลน์มากมายให้เลือกสั่งซื้อ
แม้ว่าวันนี้โรจูคิส จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และกำลังเป็นที่นิยม
แต่แน่นอนว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ คงจะมีอีกหลายแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ และผลิตสินค้าในแบบใกล้เคียงกันออกมาแน่นอน
นอกจากนี้ ยังไม่มีอะไรยืนยันได้ว่า ลูกค้าจะชื่นชอบสินค้า และยึดติดอยู่กับแบรนด์ในเครือโรจูคิส เพียงบริษัทเดียว เพราะธรรมชาติของคนทั่วๆไปก็อยากลองสินค้าใหม่ๆไปเรื่อยๆ
ดังนั้นนี้อาจเป็นความท้าทายสำคัญ ที่กำลังรอโรจูคิสอยู่ข้างหน้า
ในวันนี้แบรนด์อาจจะเป็นที่นิยม แต่จะรักษาความนิยมนี้ไว้ให้อยู่กับบริษัทไปได้นานแค่ไหน
เราคงจะต้องรอดูกันต่อไป..
*หมายเหตุ บทความนี้ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อหุ้นตัวนี้ หรือ หุ้นที่เกี่ยวข้อง บทความต้องการนำเสนอมุมมองเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆที่คล้ายกันเท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน
References:
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.