สรุป เส้นทาง Kate Spade แบรนด์กระเป๋าในตำนาน ที่ครองใจคนทั่วโลก
Business

สรุป เส้นทาง Kate Spade แบรนด์กระเป๋าในตำนาน ที่ครองใจคนทั่วโลก

29 ต.ค. 2021
สรุป เส้นทาง Kate Spade แบรนด์กระเป๋าในตำนาน ที่ครองใจคนทั่วโลก /โดย ลงทุนเกิร์ล
“Kate Spade เป็นคนที่มีพรสวรรค์จนน่าอิจฉา ในการเข้าใจว่าผู้หญิงทั่วโลก ต้องการถือกระเป๋าแบบไหน”
นี่คือคำพูดจากคุณ Anna Wintour เจ้าแม่แห่งวงการแฟชั่น และบรรณาธิการนิตยสาร Vogue ซึ่งเคยได้กล่าวไว้เพื่อแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณ Kate Spade
และแม้ว่าปัจจุบันคุณ Kate Spade จะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่สไตล์ของเธอนั้น ก็ยังคงไว้ให้โลกจดจำ
ดังคำกล่าวของ Yves Saint Laurent ที่ว่า “แฟชั่นนั้นจางหาย แต่สไตล์อยู่เป็นนิรันดร์”
ซึ่งในทุกวันนี้ สินค้าของแบรนด์ Kate Spade โดยเฉพาะกระเป๋า ก็ยังสามารถครองใจสาว ๆ ทุกเจเนอเรชัน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีสีสันสดใส สนุกสนาน มีสไตล์ ตามแบบฉบับลุกคุณหนู
แถมจุของได้เยอะ และไม่เสียทรง เหมือนกระเป๋าแฟชั่นแบรนด์อื่น ๆ
กว่าจะกลายเป็นตำนานที่ครองใจคนทั่วโลก เรื่องราวของ Kate Spade เป็นมาอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ในสมัยที่คุณ Spade เป็นบรรณาธิการ ด้านเครื่องประดับให้กับนิตยสาร Mademoiselle
เธอรู้สึกหงุดหงิดกับกระเป๋าถือในยุคนั้น เพราะมันดูฉูดฉาด และมีเครื่องประดับมากเกินไป
เพราะในมุมของคุณ Spade เธอชอบกระเป๋าถือทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความทันสมัย
ซึ่งในสมัยนั้น ก็ยังไม่มีดิไซเนอร์ชื่อดังคนไหน ที่ออกแบบกระเป๋าในแบบที่เธอต้องการได้เลย
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งแบรนด์ Kate Spade ขึ้นในปี 1993
อย่างไรก็ตาม การสร้างแบรนด์แฟชั่น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคุณ Spade
ด้วยความที่เธอไม่ได้เรียนจบด้านการดิไซน์และเงินเก็บที่ไม่ได้มีมาก
ประกอบกับการที่ต้องตามหาช่างแพตเทิร์น ที่จะช่วยเปลี่ยนโปรโตไทป์ ซึ่งทำจากกระดาษและสกอตช์เทป จากไอเดียของเธอ ให้กลายเป็นสินค้าจริง ก่อนจะนำไปวางขายตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ เพื่อหาลูกค้า
แต่แล้ว “Sam” กระเป๋าถือรุ่นแรก ๆ ของแบรนด์ Kate Spade ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า
เนื่องจาก Sam เป็นกระเป๋าที่ไม่ซ้ำใครในสมัยนั้น ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยม แถมยังทำมาจาก “ผ้าไนลอน” ที่บางเบา และกันน้ำได้ดี
ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ฉีกออกจากกรอบเดิม ๆ ของวงการแฟชั่นยุค 90 ที่ส่วนใหญ่แบรนด์มักจะนิยมใช้วัสดุที่เป็นหนังมาทำกระเป๋า
นอกจากนี้ เธอยังสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ตัวเอง ด้วยการติดป้ายชื่อแบรนด์ ที่ด้านหน้ากระเป๋าแทนการติดไว้ข้างใน
ซึ่งเรื่องนี้ ก็เป็นการใช้สัญชาตญาณ และตัดสินใจอย่างกะทันหัน ในคืนก่อนหน้าที่คุณ Spade จะนำสินค้าขึ้นแสดงโชว์ในงาน ทำให้เธอต้องนั่งดึงป้ายออกมาเย็บใหม่จนนิ้วบวมเลยทีเดียว
แต่ก็เรียกได้ว่า “คุ้มค่า” เพราะมันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนสะดุดตา และกลายเป็นสิ่งที่ลูกค้าหลาย ๆ คนชื่นชอบ
และยิ่งรวมเข้ากับ “ราคา” ที่แม้จะไม่ได้ถูก แต่ก็ถือว่าเป็นมิตรมากกว่าแบรนด์หรูอย่าง Chanel และ Prada หลายเท่าตัว
ดังนั้น ด้วยสไตล์ที่ชัดเจน บวกกับราคาที่ไม่โหดร้ายจนเกินไป จึงทำให้แบรนด์ Kate Spade สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีงบไม่ถึงระดับดิไซเนอร์แบรนด์ได้จำนวนมาก
ส่งผลให้ Sam กลายเป็นกระเป๋าถือรุ่นยอดนิยมของสาววัยทำงาน และนักเรียนหญิง ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 6 ของกระเป๋าถือ ที่ขายดีสุดในทศวรรษ 1990 เลยทีเดียว
ที่น่าสนใจคือ ในช่วงแรก ๆ แบรนด์ Kate Spade ไม่ได้มีหน้าร้าน แต่จะเน้นเป็นการผลิตแบบ Made to Order และวางขายในงานแสดงสินค้าต่าง ๆ
จนกระทั่งในปี 1996 แบรนด์ Kate Spade ก็เริ่มมีร้านของตัวเองเป็นครั้งแรก
ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน SoHo แหล่งรวมร้านบูติก และหอศิลป์ของบรรดาศิลปินในนิวยอร์ก
นอกจากนี้ แบรนด์ Kate Spade ยังเคยได้รับรางวัล จากสมาคมออกแบบแฟชั่นของสหรัฐอเมริกา หรือ CFDA Fashion Awards ถึง 2 ครั้ง
ทำให้คุณ Spade ได้รับการยอมรับในฐานะนักออกแบบ และยังทำให้บรรดาห้างใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ต่างพากันติดต่อมาหาคุณ Spade ให้นำสินค้ามาลงขายในพื้นที่ห้างของตน
ตอนนี้ดูเหมือนว่า เส้นทางของคุณ Spade และแบรนด์ที่เธอปลุกปั้นขึ้นมา จะกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น
โดยหลังจากที่เปิดหน้าร้านได้ 2 ปี แบรนด์ Kate Spade ก็เริ่มขยายไลน์สินค้าให้หลากหลายมากขึ้น เช่น ของตกแต่งบ้าน, สมุดจด, รองเท้า และเสื้อผ้า ซึ่งเน้นลายมุ้งมิ้ง สดใสน่ารัก
ต่อมาในปี 2004 แบรนด์ Kate Spade ที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่ ก็ได้เริ่มก้าวแรกของการก้าวขึ้นสู่การเป็น แบรนด์ระดับโลก
ด้วยการขยายสาขาไปยังประเทศต่าง ๆ โดยเริ่มจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามมาด้วย เบอร์ลิน และฮัมบวร์ค 2 เมืองใหญ่ของเยอรมนี และประเทศอื่น ๆ
ซึ่งส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ย่อมมาจากสไตล์การออกแบบของแบรนด์
โดยกระเป๋าถือของ Kate Spade ก็ไม่ได้มีแค่สไตล์เรียบหรูเพียงอย่างเดียว
เพราะคุณ Spade ต้องการสร้างแบรนด์ที่สามารถมอบรอยยิ้มให้แก่นักช็อป ตามคติพจน์ที่ว่า “อยู่อย่างมีสีสัน”
ดังนั้นเธอจึงได้เพิ่มไลน์สินค้า ด้วยการดิไซน์กระเป๋าที่มาในลุกขี้เล่น และเน้นกิมมิก อย่างเช่น รูปสับปะรด, ขวดแชมเปญ, กล้องถ่ายรูป, กระถางดอกไม้ ไปจนถึงแท็กซี่
และหนึ่งในดิไซน์ที่เป็นรุ่นฮอตฮิต ก็คือ ลำโพง Boombox ที่เปิดตัวไปในปี 2016
นอกจากนี้ Kate Spade ยังเป็นผู้นำเทรนด์ “กระเป๋าสาน” เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเธอได้ใช้เชือกฟาง และหวาย Raffia มาสร้างสรรค์เป็นกระเป๋าในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตะกร้า หรือรูปทรงผลไม้ โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2006
ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จกับการออกคอลเลกชันกระเป๋าสานแล้ว ในปี 2015 คุณ Spade จึงได้ต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการปั้นแบรนด์ใหม่ร่วมกับเพื่อนรัก คุณ Elyce Arons
ภายในชื่อ “Frances Valentine” ซึ่งจะเน้นการดิไซน์สินค้าในรูปแบบงานสานต่าง ๆ
กลับมาที่เรื่องของแบรนด์ Kate Spade
ในด้านของความเป็นเจ้าของ ในปี 1999 คุณ Spade และสามีซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ขายหุ้นกว่า 56% ให้แก่บริษัท Neiman Marcus Group ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,125 ล้านบาท
และต่อมาปี 2007 คุณ Spade ก็ได้ขายหุ้นที่เหลือทั้งหมดในแบรนด์ Kate Spade ให้แก่บริษัทเดิม คิดเป็นมูลค่า 1,953 ล้านบาท
ดังนั้น นี่อาจหมายความว่า ในปี 1999 Kate Spade จะมีมูลค่าอยู่ที่ 2,009 ล้านบาท
และต่อมาในปี 2007 มูลค่าของแบรนด์จะอยู่ที่ 4,439 ล้านบาท
ซึ่งคิดเป็นการเติบโตกว่า 121% ภายในระยะเวลา 8 ปี
หลังจากเรื่องราวของแบรนด์ Kate Spade ภายใต้เจ้าของคนใหม่ดำเนินต่อไปได้ 10 ปี บริษัท Coach ก็ได้เข้าซื้อกิจการ Kate Spade ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 79,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทคาดว่า แบรนด์ Kate Spade น่าจะได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นเจนใหม่ อย่าง Millennials มากขึ้น
แต่น่าเสียดายที่คุณ Spade ไม่มีโอกาสได้เห็นแบรนด์ที่ปลุกปั้นมาด้วยตัวเอง เติบโตและเฉิดฉายในวงการแฟชั่น อีกต่อไปแล้ว
เนื่องจากในเดือนมิถุนายน ปี 2018 เธอทิ้งจดหมายสั่งเสีย และจากโลกนี้ไป หลังจากตกอยู่ในอาการซึมเศร้ามานานหลายปี ตั้งแต่สามีขอหย่ากับเธอ
ซึ่งการสูญเสียคุณ Spade ไปในครั้งนี้ ทำให้แบรนด์ Kate Spade ตัดสินใจหันมาให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพจิตในผู้หญิง และให้การสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ที่ส่งเสริมเรื่องนี้
โดยทางบริษัทจะจัดงานขายสินค้าเพื่อการกุศล และหักรายได้ 2% เพื่อเข้าสู่กองทุน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณ Spade จะจากไปนานแล้ว
แต่กระเป๋ารุ่นคลาสสิกอย่าง Sam ก็ยังคงเป็นซิกเนเชอร์ของแบรนด์ Kate Spade จนถึงทุกวันนี้
และสาวกหลายคนของ Kate Spade ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Sam เป็นกระเป๋าแฟชั่นใบแรกของพวกเธอ..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.