เรียนรู้ วิธีการใช้ “กลิ่น” เป็นเครื่องมือทางการตลาด
Marketing
Lifestyle

เรียนรู้ วิธีการใช้ “กลิ่น” เป็นเครื่องมือทางการตลาด

ลงทุนเกิร์ล X Scent And Sense
รู้หรือไม่ สมองของเราสามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ จาก “กลิ่น” ได้ดีกว่าการจดจำจาก “การมองเห็น” หรือ “การฟัง” หลายเท่าตัว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราอาจนึกถึง “ใครสักคน” หรือ “ช่วงเวลา” ณ ขณะหนึ่งในความทรงจำ เมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคย..
เช่นเดียวกับในทาง “ธุรกิจ” กลิ่น ก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือทาง “การตลาด” ที่น่ามหัศจรรย์
เพราะ กลิ่น สามารถสร้างการจดจำให้กับแบรนด์ และช่วยกระตุ้นยอดขายได้อีกด้วย
ซึ่งในวันนี้ลงทุนเกิร์ลได้มีโอกาสพูดคุยและร่วมแบ่งปันข้อมูลกับทาง Scent And Sense ผู้ผลิต และออกแบบกลิ่นน้ำหอม ที่ฝากผลงานไว้กับแบรนด์ดัง ๆ มาแล้วนับ 8 ปี
แล้วการใช้กลิ่นทางการตลาดมีความสำคัญอย่างไร ?
และหากเราอยากสร้างการตลาด ด้วยการใช้ “กลิ่น” จะต้องเริ่มต้นอย่างไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง..
จากการศึกษาของ University of Chicago พบว่า กลิ่นที่มนุษย์สูดดมเข้าไป จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก เช่น ผ่อนคลาย, สดชื่น, สนุก ไปจนถึงกระตุ้นความหิว
แต่สำหรับในการใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด กลิ่นก็ยังมีผลต่อ “การตัดสินใจซื้อ”
เช่น การใช้กลิ่นเพื่อ “สร้างความผ่อนคลาย” ให้กับลูกค้า และเมื่อลูกค้ารู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ก็จะยิ่งทำให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น ซึ่งนี่หมายถึงโอกาสในการซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้ด้วย
หรืออีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ บริษัทพลังงานรายใหญ่อย่าง Exxon เคยใช้กลิ่นกาแฟ มาเสริมสร้างบรรยากาศภายในร้านสะดวกซื้อ On The Run
ผลปรากฏว่า หลังจากนั้นยอดขายกาแฟก็เพิ่มขึ้นถึง 55%
นอกจากนี้ แบรนด์แฟชั่นอย่าง Nike ก็เคยทำการสำรวจ และพบว่า การเพิ่มกลิ่นในร้านค้า สามารถช่วยกระตุ้นการซื้อได้ถึง 80% เลยทีเดียว
แต่ไม่เพียง กลิ่นจะเป็นตัวกระตุ้นความรู้สึกได้เท่านั้น
กลิ่นยังมีผลต่อ “ความทรงจำ” ของเราได้อีกด้วย
อย่างเช่น เราอาจเคยได้กลิ่นบางอย่าง ที่ทำให้ความทรงจำในอดีต ผุดขึ้นมาในหัวทุกครั้งที่ได้กลิ่นนั้น
ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้หลาย ๆ แบรนด์เลือกหันมาใช้กลิ่น เพื่อเป็นเครื่องมือในการจดจำแบรนด์
โดยแบรนด์ที่สามารถสร้างกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ได้
ก็จะสามารถเข้าไปบันทึกอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคได้
อย่างเช่น แบรนด์ LUSH ที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำร้าน ที่ไม่ว่าใครเดินผ่านก็คงจะต้องเคยได้กลิ่นมาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นที่ลอยออกมาจากร้านยังเป็นการดึงดูดลูกค้าได้อย่างดี
เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ของ LUSH จะเป็นพวกสบู่, ครีมทามือ, แชมพู และสินค้าความงามอื่น ๆ
ซึ่งสินค้าเหล่านี้ กลิ่นจะมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
ดังนั้น การทำให้ร้านมีกลิ่นลอยออกมา ก็เปรียบเสมือนการเชิญชวนและโฆษณาสินค้าไปในตัว
ที่น่าสนใจคือ เรื่องของ “กลิ่น” ก็ยังมี “เทรนด์” ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลาด้วย
โดยในปี 2022 นี้ เทรนด์กลิ่นน้ำหอมจะเน้นไปในทางการผ่อนคลายด้วยธรรมชาติ
เนื่องจาก สถานการณ์โรคระบาด ทำให้ผู้คนรู้สึกเครียด และต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้านมากว่า 2 ปี
ดังนั้น เทรนด์ของกลิ่นในปีนี้ จึงเป็นการเชื่อมโยงเราเข้ากับธรรมชาติ ผ่านกลิ่นที่เราคุ้นเคย
เช่น กลิ่นชื้น ๆ ของดิน, กลิ่นต้นไม้ และกลิ่นที่ให้ความรู้สึกถึงคลื่นน้ำ และทะเล
ซึ่งนอกจากเทรนด์กลิ่นน้ำหอมในปีนี้แล้ว แนวโน้มของการออกแบบกลิ่นในปัจจุบันยังมักจะเป็นแบบ Unisex หรือไร้การจำกัดเพศ
เนื่องจากบริบทสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น อีกทั้งผู้คนในปัจจุบัน ยังมองหากลิ่นที่แสดงถึงตัวตน, อารมณ์ และชุดที่สวมใส่ได้ด้วย
ในขณะเดียวกัน แบรนด์ยังสามารถใช้ประโยชน์จากข้อดีของกลิ่นเหล่านี้ ในการสร้างสรรค์กลิ่นที่แสดงตัวตนของแบรนด์ ไปจนถึงการใส่กลิ่นลงในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มจุดขาย
ซึ่งเราอาจอาศัยการศึกษาเทรนด์ ณ ขณะนั้นว่า กลิ่นแบบไหนกำลังเป็นที่นิยมอยู่นั่นเอง
ถ้าหากใครที่สนใจอยากเริ่มทำการตลาดผ่านกลิ่น ก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้มาช่วยสร้างสรรค์กลิ่นที่มีเฉพาะแบรนด์ของเราได้ และ Scent And Sense ก็ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและออกแบบน้ำหอมที่น่าสนใจ
โดยหนึ่งในจุดเด่นของ Scent And Sense คือ การเลือกใช้วัตถุดิบสำหรับผลิตกลิ่น ที่มาจาก “เกษตรกรชาวไทย”
ซึ่งเกิดจากความตั้งใจ ที่อยากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับพืชผลทางการเกษตร และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในชนบท
ซึ่งที่ผ่านมา Scent And Sense ได้ฝากผลงานไว้กับแบรนด์ดัง ๆ มากมาย
ไม่ว่าจะเป็น การผลิตกลิ่นน้ำหอมให้กับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยอย่าง Smileyhound และ DAPPER
นอกจากนี้ Scent And Sense ยังได้ออกแบบกลิ่นภายในร้านให้กับเครือนาฬิการายใหญ่จากสวิส อย่าง Swatch Group ด้วย
โดยทาง Scent And Sense จะมีบริการให้เลือกหลากหลาย อย่างเช่น
- การออกแบบกลิ่น Signature ให้กับแบรนด์ โดยจะดูจากคอนเซปต์ของแบรนด์ และกลุ่มลูกค้าของแบรนด์
- รับผลิตสินค้า ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบกลิ่น ไปจนถึงแพ็กเกจจิง
ซึ่งสินค้าที่ Scent And Sense รับผลิตก็จะมีตั้งแต่ของใช้ส่วนตัว อย่างเช่น น้ำหอม, เจลอาบน้ำ, ครีมทาผิว ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านอย่าง เทียนหอม, สเปรย์ปรับอากาศ และก้านไม้หอมปรับอากาศ (Reed Diffuser)
แต่ถ้าหากใครที่มีไอเดียใหม่ ๆ ก็สามารถลองปรึกษากับทาง ​​Scent And Sense ได้เช่นกัน
และสำหรับใครที่สนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.scentandsense.co.th
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.