ถอดแนวคิดการบริหาร และ การพลิกโฉมวงการประกัน ด้วยเทคโนโลยี จาก CEO คนใหม่ แห่ง KSK
Business

ถอดแนวคิดการบริหาร และ การพลิกโฉมวงการประกัน ด้วยเทคโนโลยี จาก CEO คนใหม่ แห่ง KSK

4 เม.ย. 2022
KSK Insurance X ลงทุนเกิร์ล
ทุกวันนี้ เราสามารถโอนเงิน ถอนเงิน จ่ายบิลบัตรเครดิตได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ
แต่พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ “ประกัน” เรากลับต้องเจอความยุ่งยากอยู่บ่อย ๆ
ไม่ว่าจะเป็น การเคลมประกันที่ต้องเตรียมเอกสารมากมาย หรือบางครั้งอาจต้องเดินทางไปที่บริษัทด้วยตัวเอง เพื่อยื่นเคลมประกัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทประกันอย่าง บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KSK ต้องการที่จะ “พลิกโฉมธุรกิจประกันแบบเดิม ๆ” ด้วยการนำเทคโนโลยี เข้ามาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนจบ
ที่สำคัญคือ บริษัท KSK เพิ่งแต่งตั้ง CEO คนใหม่ ซึ่งก็คือ คุณสิริสุข แมนเมตตกุล ที่เชี่ยวชาญในด้านที่ปรึกษามาโดยเฉพาะอีกด้วย
แล้วคุณสิริสุข แมนเมตตกุล มีแนวคิดในการพลิกโฉมวงการประกันให้เข้าสู่โลกเทคโนโลยีอย่างไร ?
และประกันของ KSK มีความน่าสนใจกว่าเจ้าอื่น ๆ ในตลาดอย่างไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง..
KSK เป็นบริษัทประกันในเครือ Sunday Ins Holdings ที่ตั้งอยู่ในประเทศประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผู้นำในวงการ InsurTech หรือก็คือธุรกิจประกันภัย ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
ส่วนบริษัท KSK ได้เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว
โดยล่าสุด บริษัทได้แต่งตั้งให้คุณสิริสุข เข้ามารับตำแหน่ง CEO
ซึ่งเธอเคยมีประสบการณ์ด้านที่ปรึกษาให้กับ “PwC” 1 ใน 4 บริษัทตรวจสอบบัญชีที่ใหญ่สุดของโลก
หรือที่เรียกกันว่า “Big 4” นั่นเอง
ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่คุณสิริสุข ทำงานให้กับ PwC ทั้งในนิวยอร์กและในไทย
เธอไม่เพียงแต่มีความรู้ในด้านกฎหมายและภาษีเท่านั้น แต่ยังเชี่ยวชาญในการนำ “เทคโนโลยี” เข้ามา “พัฒนาธุรกิจ” จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เธอเป็นผู้ที่เหมาะสมกับการเข้ามารับตำแหน่ง CEO ในบริษัทประกัน ในเครือ InsurTech อย่าง KSK
โดย 3 เรื่องแรกที่คุณสิริสุขตั้งใจจะขับเคลื่อนในฐานะ CEO ของ KSK ก็คือ “3P”
1. Propose
กำหนด “มาตรฐานใหม่” ให้กับธุรกิจประกัน ด้วยการใช้เทคโนโลยี และในอนาคตลูกค้าจะสามารถทำธุรกรรมทั้งหมดได้ผ่านแอปพลิเคชันเดียว
2. Product
ใช้ Machine Learning และ AI เข้ามาศึกษาพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อนำไปออกแบบตัวประกันให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน ซึ่งแตกต่างจากการทำประกันแบบทั่วไป ที่บริษัทประกันจะเป็นผู้ออกแบบ เพียงฝ่ายเดียว ส่วนตัวลูกค้ามีหน้าที่เพียงเลือกซื้อเท่านั้น
แต่สำหรับประกันของ KSK มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยออกแบบ ทำให้ลูกค้าคุ้มค่ามากขึ้น เพราะสามารถชำระเบี้ยตามแผนความคุ้มครองที่ต้องการ
3. People
แม้บริษัทจะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี แต่การบริหารคน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ
ดังนั้น คุณสิริสุขจึงให้ความสำคัญกับความสุขในการทำงานของพนักงาน และพร้อมสนับสนุนให้พนักงานทุกคนพัฒนาความสามารถไปด้วยกัน
โดยเมื่อบรรยากาศในการทำงานดี ก็จะดึงดูดคนเก่ง ๆ ให้อยากเข้ามาทำงาน และช่วยกันพาบริษัทให้เติบโตไปด้วยกัน
ซึ่งทั้ง 3P นี้ จะช่วยเข้ามาเสริมจุดแข็งให้ KSK โดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดประกันของไทย
เพราะเป้าหมายสำคัญที่บริษัทวางไว้ก็คือ “การพลิกโฉมธุรกิจประกัน” ด้วยการใช้เทคโนโลยี ตั้งแต่การออกกรมธรรม์ ไปจนถึงการให้บริการ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าทุกขั้นตอนเป็นเรื่องง่าย มาพร้อมกับแผนความคุ้มครองที่คำนวณมาแล้วว่า ตรงกับที่ลูกค้าต้องการ และอยู่ในราคาที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ InsurTech ที่ KSK กำลังทำอยู่นี้ อาจจะแปลกใหม่ไปสักเล็กน้อย สำหรับลูกค้าและตลาดประกันในไทย
ยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบันผู้คนก็เริ่มขาดความเชื่อมั่นในธุรกิจประกัน เนื่องจากข่าวการเลิกกิจการ และการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย
เมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่อง “ความแข็งแกร่งทางการเงิน” จึงถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับบริษัทประกัน
ซึ่งคุณสิริสุข ยืนยันว่า บริษัท KSK ไม่มีปัญหาเรื่องนี้อย่างแน่นอน
เนื่องจาก อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) หรือก็คือ เงินที่บริษัทจะต้องดำรงไว้เพื่อให้สามารถจ่ายและรองรับความเสี่ยงที่มีต่อตัวกรมธรรม์, ความเสี่ยงที่มีต่อตลาด, ความเสี่ยงด้านเครดิต และความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว ซึ่งปกติแล้วทาง คปภ. จะกำหนดไว้ว่าต้องไม่ต่ำกว่า 140% แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง KSK ได้สำรองไว้มากกว่า 300% และบริษัทยังยืนยันว่าจะรักษาเสถียรภาพของเงินกองทุนให้ไม่ต่ำกว่า 200% เพื่อรักษาความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
ขณะเดียวกัน KSK ยังอยู่ภายใต้เครือ Sunday Ins Holdings ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุน โดยนักลงทุนรายใหญ่ อย่าง SCB 10X, Tencent, Vertex Growth, Vertex Ventures Southeast Asia & India และ LINE Ventures เป็นต้น
ดังนั้น ในแง่ความแข็งแกร่งทางการเงิน ทาง KSK จึงมั่นใจมากว่าจะไม่มีปัญหา ทั้งในระยะสั้นที่มีการสำรองไว้มากพอ ส่วนในระยะยาว ก็ยังมีนักลงทุนที่คอยสนับสนุน และเข้าใจทิศทางการเติบโตของบริษัทเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ภายใต้การนำของคุณสิริสุข ยังตั้งเป้าการเติบโตของบริษัทไว้ว่า ภายในปี 2566 บริษัทจะเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดประกันสุขภาพ จาก 3% เป็น 6%
ซึ่งถ้าหากทำได้จริง บริษัท KSK จะขึ้นแท่น Top 5 ของบริษัทที่มีส่วนแบ่งในตลาดประกันสุขภาพมากที่สุดในไทยเลยทีเดียว..
แน่นอนว่า หาก KSK และคุณสิริสุขสามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ ก็จะถือเป็นการกรุยทางให้บริษัทอื่นหันมาทำตามกัน และสุดท้าย คนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือ ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ที่จะได้เข้าถึงบริการด้านประกันที่สะดวกสบาย คุ้มค่า และประหยัดเวลามากขึ้นกว่าเดิม..
Reference:
-สัมภาษณ์โดยตรงกับคุณสิริสุข แมนเมตตกุล CEO ของบริษัท KSK Insurance
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.