รู้จัก อริญญา เถลิงศรี แม่ทัพหญิงเก่งแห่ง SEAC กับธุรกิจพัฒนาศักยภาพคนไทยและองค์กรไทยทุกระดับ
Business

รู้จัก อริญญา เถลิงศรี แม่ทัพหญิงเก่งแห่ง SEAC กับธุรกิจพัฒนาศักยภาพคนไทยและองค์กรไทยทุกระดับ

27 พ.ค. 2022
SEAC x ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่ ผู้บริหารระดับโลกอย่าง สตีฟ จอบส์ อดีต CEO ของ Apple หรือ ซุนดาร์ พิชัย CEO คนปัจจุบันของ Google ล้วนมีโค้ช (Coach) ส่วนตัว คอยแนะนำเรื่องต่าง ๆ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้บริหารที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
ที่น่าสนใจคือ ประเทศไทย ก็มีผู้หญิงเก่งที่เป็นผู้นำในตลาด “โค้ชชิง (Coaching)”
อย่าง คุณขวัญ อริญญา เถลิงศรี ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะโค้ชส่วนตัว มีบทบาทในการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กร และทรัพยากรมนุษย์แก่ผู้บริหารระดับสูง อีกทั้งยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทใหญ่ ๆ ของไทย
แล้วคุณอริญญาเป็นใคร ทำไมเธอถึงก้าวมาเป็นโค้ชส่วนตัวของเหล่าซีอีโอของไทยได้ ?
ลงทุนเกิร์ลจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเธอกันค่ะ
คุณอริญญา คลุกคลีอยู่ในวงการธุรกิจ ด้านการฝึกอบรมและพัฒนาผู้บริหาร, บุคลากร และองค์กรมาเป็นเวลากว่า 30 ปี รวมถึงการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาเผยแพร่ในสังคมไทย
ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งเป็น กรรมการผู้จัดการของ SEAC (ซีแอค) ที่มุ่งเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ และหลักสูตรระดับเวิลด์คลาส
เพื่อให้องค์กรและบุคลากรทุกระดับสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า
จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณอริญญา มีแพสชันและสนใจในแวดวงนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากเธอมีโอกาสติดตามคุณพ่อที่เป็นอาจารย์พิเศษไปสอนหนังสือ
ประกอบกับการที่คุณอริญญาได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศแคนาดา และสังเกตเห็นว่าคนต่างชาติมีมายด์เซตอย่างหนึ่งที่โดดเด่น คือ ชอบเรียนรู้ด้วยตัวเอง กล้าผิด กล้าเรียนรู้ (Learning Mindset)
แต่เมื่อมองย้อนกลับมาที่บ้านเกิดอย่างประเทศไทย กลับพบว่า แม้เด็กไทยจะมีศักยภาพ แต่ด้วยรูปแบบการเรียนที่ต้องศึกษา “ตามหลักสูตร”
บวกกับการเรียนการสอนในเมืองไทยคือ การเน้นให้ท่องจำ เพื่อตอบคำถามให้ถูกชอยซ์ ทำให้เด็กไทยไม่กล้าผิด
ขณะที่วัยทำงาน ก็ถูกตีกรอบให้ทำงานตามระบบ “คำสั่ง” หรือต่อให้บริษัทจะส่งพนักงานไปหาความรู้เพิ่มเติม ก็จะใช้วิธีจัดหาหลักสูตรให้พนักงานไปลงเรียน
หลังเรียนเสร็จ ก็อาจจะมีการทำแบบทดสอบ มีตัวชี้วัดว่าลงกี่หลักสูตร ใช้เวลาเรียนรวมทั้งหมดกี่ชั่วโมง แล้วจบไปเพียงเท่านั้น
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระบบการศึกษาไทยไม่ได้สอนให้เรียนรู้จากความล้มเหลว
เมื่อคนกลัวความผิดพลาด ทำให้ไม่กล้าที่จะเรียนรู้
พอเป็นแบบนี้ จึงไม่แปลกที่คนไทยส่วนมาก จะไม่เกิดความกระหายที่จะเรียนรู้และฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ
เมื่อเรียนจบ คุณอริญญาจึงมีแพสชันอยากทำธุรกิจที่เข้ามาผลักดันเรื่องการศึกษาของประเทศไทย และมุ่งมั่นพัฒนาคนไทยให้รักการเรียนรู้มากขึ้น
ไอเดียนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว
โดยคุณอริญญาได้ก่อตั้งบริษัทที่มีบริการในเรื่องการพัฒนาผู้บริหาร, บุคลากร และองค์กร ในชื่อ “APM Group”
ที่น่าสนใจคือ ในเวลานั้น ​​APM Group ถือเป็นผู้บุกเบิกหลักสูตรการฝึกอบรมมากมายในประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็น การนำคอนเซปต์การจัด Workshop เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก หรือการนำหลักการพัฒนาองค์กร (Organization Development) มาให้องค์กรในประเทศไทยได้สัมผัส
ผลจากการเป็นผู้บุกเบิกและความมุ่งมั่น ทำให้คุณอริญญาประสบความสำเร็จในเส้นทางที่เลือก สามารถพา APM Group ขึ้นแท่นองค์กรชั้นนำ กลายเป็นเบอร์ 1 ในตลาดการพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้
กระทั่ง เมื่อเกิดกระแส Digital Disruption ทำให้คุณอริญญามองว่ารูปแบบการเรียน ด้วยการอบรมเพียงอย่างเดียว ไม่อาจตอบโจทย์โลก​ในยุคปัจจุบันได้อีกต่อไป
เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบองค์กร ด้วยแนวคิดการเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต
เดินหน้าอัปสกิลและทักษะวิธีคิดที่จำเป็นต่อการทำงานในศตวรรษที่ 21 เพื่อตอบทุกโจทย์ของโลกการทำงานยุคใหม่ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “SEAC” หรือ “ซีแอค”
แล้วถ้าถามว่า ปัจจุบัน SEAC ประสบความสำเร็จมากขนาดไหน ?
คำตอบคือ SEAC ได้พัฒนาธุรกิจ จนกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้และผู้นำด้านการพัฒนาผู้บริหาร บุคลากร และองค์กรทุกระดับอย่างครบวงจรที่สุดในประเทศไทย ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและองค์กรไทยผ่านการเรียนรู้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empower Lives through Learning”
นับตั้งแต่ก่อตั้ง SEAC ปฏิรูปองค์กรในประเทศไทยไปแล้วกว่า 1,000 แห่ง
พัฒนาศักยภาพบุคลากรมากกว่า 1.5 ล้านคน ตั้งแต่บุคคลทั่วไป, นักเรียน, นักศึกษา, อาจารย์ ไปจนถึงผู้นำและผู้บริหาร ทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน
มากไปกว่านั้น ยังมีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นในปี 2021 ที่ผ่านมา อย่างการเข้าไปช่วยเสริมวิธีคิดและทักษะการทำงานให้กลุ่มนักศึกษาทุพพลภาพกว่า 50 คน จนทำให้ผู้เรียนกลุ่มนี้เข้าถึงโอกาสในการทำงานได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม SEAC ก็ไม่ได้หยุดพัฒนาแต่เพียงเท่านี้ คุณอริญญาเดินหน้าต่อด้วยการตั้งเป้าหมายว่าจะยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านการเรียนรู้ ให้มากกว่า 1 ล้านคน ภายในปี 2025
แม้ตัวเลข 1 ล้านคน ภายใน 3 ปี ที่ SEAC ต้องการท้าทาย จะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ต้องใช้เวลาถึง 30 ปี สำหรับยอด 1.5 ล้านคน
ดังนั้น SEAC จึงมาพร้อมไม้ตาย ด้วยการจับมือกับพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญจำนวนมาก ทั้งมหาวิทยาลัย, องค์กร และสถาบันการเรียนรู้ชั้นนำระดับโลก
เช่น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เเละสถาบันเคน บลานชาร์ด สถาบันสอนภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
รวมถึง ปรับกลยุทธ์ เพื่อลบความเชื่อที่ว่า “การเรียนรู้เป็นเรื่องน่าเบื่อ”
โดยออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสมกับคนไทยในยุคนี้ ซึ่งมี 5 องค์ประกอบ ดังนี้
1. Global Content เนื้อหาคุณภาพและนำไปใช้ได้จริง จากสถาบันชั้นนำระดับโลก
2. Design การออกแบบประสบการณ์และหลักสูตรที่เหมาะสมที่สุด บนบริบทของสังคมไทย
3. Technology เทคโนโลยีที่ทำให้การมีส่วนร่วมในหลักสูตรเป็นเรื่องง่าย ทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุก และอยากเรียนอย่างต่อเนื่อง
4. Experienced Trainers ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และทราบวิธีการถ่ายทอดความรู้อย่างมีพลัง
5. Learning Community สังคมแห่งการเรียนรู้ที่คนหลากหลายความเชี่ยวชาญ ต่างอาชีพ ต่างวัย มารวมกลุ่มและเรียนรู้จากกัน ตอบโจทย์คนและองค์กรทุกระดับ
ทั้งนี้ SEAC หวังว่าส่วนผสมการเรียนรู้เหล่านี้ จะทำให้คนไทยรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ จนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตามหัวใจหลักของบริษัทที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับคนไทย
ที่สำคัญคือ ทั้งหมดที่ว่ามาจะช่วยขับเคลื่อนสู่เส้นชัย ที่มีเป้าหมายยกระดับความรู้ให้คนไทย 1 ล้านคน อีกด้วย
นอกจากนี้ คุณอริญญา ยังเชื่อว่า “การเรียนรู้” ช่วยสร้าง “เศรษฐกิจชาติ” ได้
ซึ่งทุกวันนี้ การเรียนรู้ ก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกด้านของชีวิต เราสามารถหาความรู้ได้จากทุกที่ ทุกเวลา
ไม่เพียงแค่ เทคโนโลยีด้านการศึกษา หรือ “EdTech” จากบรรดาแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์เท่านั้น แต่รวมถึงโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook หรือ YouTube ก็สามารถเข้าถึงเนื้อหาทางวิชาการหรือความรู้ใหม่ ๆ ได้เสมอ
ดังนั้น SEAC จึงเน้นย้ำเสมอว่า การทำให้คนไทยทั้งประเทศรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต จะเป็นรากฐานของสังคม ธุรกิจ และเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจ ยิ่งต้องรู้ว่าโลกหมุนเร็วเท่าไร ก็ยิ่งต้องพัฒนาและยกระดับศักยภาพตามให้ทัน
เพราะธุรกิจไม่ได้เพียงแข่งขันกับผู้เล่นรายเดิม ๆ อีกต่อไป แต่ยังมีความท้าทายใหม่ ๆ ในทุกวัน
และเครื่องมือความรู้หรือประสบการณ์ที่สะสมมาตั้งแต่อดีต
มันอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ในโลกวันนี้..
สำหรับคนที่สนใจ ติดตามหลักสูตรและบริการของ SEAC ได้ที่ https://bit.ly/38SUlZV
รับชมวิดีโอเกี่ยวกับ SEAC ได้ที่ https://bit.ly/3w34D1f
หรือขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://zfrmz.com/jU3Pd0mwKMTB8QwbhmJu
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.