รู้จัก “Quarter-life Crisis” วิกฤติชีวิตรอบด้านของคนวัย 20-30 ปี ส่วนหนึ่งของการลาออกครั้งใหญ่
Economy

รู้จัก “Quarter-life Crisis” วิกฤติชีวิตรอบด้านของคนวัย 20-30 ปี ส่วนหนึ่งของการลาออกครั้งใหญ่

22 พ.ย. 2022
รู้จัก “Quarter-life Crisis” วิกฤติชีวิตรอบด้านของคนวัย 20-30 ปี ส่วนหนึ่งของการลาออกครั้งใหญ่ /โดย ลงทุนเกิร์ล
“เงินเดือนไม่เป็นอย่างที่หวัง”
“ไม่เห็นอนาคต ในเส้นทางอาชีพ”
“คนรอบตัวประสบความสำเร็จกันหมดแล้ว” แต่เรายังไม่มีอะไรเลย..
นี่เป็นเพียงหนึ่งในการส่งสัญญาณของ “Quarter-life Crisis” หรือ “วิกฤติหนึ่งส่วนสี่ของชีวิต”
ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงวิกฤติชีวิตส่วนตัวของใครบางคน
แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้าง
โดยเฉพาะตลาดแรงงานอีกด้วย
Quarter-life Crisis คืออะไร ?
แล้วเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานอย่างไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Quarter-life Crisis คือ วิกฤติของความรู้สึกไม่มั่นคง และสับสนในชีวิต ซึ่งส่วนมากจะเกี่ยวกับเรื่องงาน การเงิน และความสัมพันธ์
มักจะเกิดขึ้นเมื่อ ผู้คนเข้าสู่วัย 1 ใน 4 ของชีวิต
หรือก็คือ อายุ 20 ปีตอนกลาง ไปจนถึงอายุ 30 กว่าปี
ซึ่งอาจไม่มีตัวเลขอายุที่ตายตัวว่า เริ่มตั้งแต่เมื่อไร
เพราะบางคนอาจเจอปัญหานี้ตั้งแต่เรียนจบ
หรือบางคนก็ลากยาวไปพบกับปัญหานี้ในวัย 30 กว่าปีเลยทีเดียว
ตัวอย่างเช่น
จากวัยเรียนที่ต้องเข้าสู่โลกของการทำงาน ที่มีความคาดหวังจากสังคม และตนเองว่า จะต้องได้งานทำเร็ว ๆ และมีเงินเดือนสูง ๆ
หรือเมื่ออายุ 30 ปี ก็ถูกสภาพสังคมเร่งเร้าให้รีบประสบความสำเร็จ โดยคาดหวังให้มีบ้าน มีรถ มีเงินเก็บ หรือเริ่มแต่งงาน มีลูก
และเมื่อชีวิตไม่เป็นตามหวัง ก็อาจรู้สึกว่า ล้มเหลวและไร้คุณค่า จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตในด้านอื่น ๆ ตามมา
ซึ่งจริง ๆ Quarter-life Crisis ไม่ใช่ปัญหา ที่เพิ่งเกิดกับคนรุ่นใหม่ในยุคนี้
แต่วัยรุ่นและวัยทำงานเมื่อ 50 ปีก่อน ก็เคยเจอมาเช่นกัน
แต่ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน
ทั้งการแข่งขันสูงขึ้น ประกอบกับวิกฤติเศรษฐกิจ
ก็ยิ่งทำให้การมีชีวิตตามที่สังคม หรือเราคาดหวัง เป็นไปได้ยาก
รวมถึงการครอบครองสินทรัพย์ อย่างเช่น บ้าน หรือที่ดิน ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนรุ่นใหม่ จนเกิดเป็นคำเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “Generation Rent” หรือก็คือ ผู้ที่เช่าบ้านอยู่อาศัย และไม่มีบ้านเป็นของตนเอง
เนื่องจาก ราคาบ้านที่แพงขึ้น แต่ค่าแรงของคนเหล่านี้ กลับเติบโตตามราคาไม่ทัน จนทำให้ช่องว่างระหว่างรายได้ และราคาบ้านกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งเหล่านี้ก็ยิ่งซ้ำเติมให้คนหนุ่มสาววัยสร้างตัว ยิ่งต้องแบกรับความกดดันยิ่งขึ้น..
แล้ว Quarter-life Crisis ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานอย่างไร ?
จากงานวิจัยของ Linkedin พบว่า 75% ของกลุ่มคนทำงานอายุระหว่าง 25-33 ปี เคยประสบกับภาวะ Quarter-life Crisis
โดยสาเหตุหลัก เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับการค้นหาอาชีพในฝัน และตามมาด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า
ซึ่ง Quarter-life Crisis ส่งผลให้คนกลุ่มนี้ มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกของการทำงาน เช่น
-36% เปลี่ยนสายอาชีพและบทบาทอย่างสิ้นเชิง
-23% ใช้ช่วงเวลาที่ออกจากงานระยะหนึ่ง เพื่อประเมินสิ่งที่ต้องการใหม่
-10% เปลี่ยนจากงานประจำ ไปเป็นฟรีแลนซ์
ไม่เพียงเท่านั้น ภาพของ Quarter-life Crisis ยังเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นในปัจจุบัน จากการมาถึงของวิกฤติโรคระบาด
เพราะในช่วงเวลานี้ การหางานใหม่ก็คล้ายกับการงมเข็มในมหาสมุทร ไม่ว่าจะเป็นคนที่ถูกเลิกจ้าง และคนที่ต้องการเปลี่ยนงาน ต่างก็ต้องพยายามดิ้นรน เพื่อหาเส้นทางอาชีพที่มั่นคง ท่ามกลางตลาดงานที่ซบเซา
รวมถึง เด็กจบใหม่หลายคน ที่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ ก็อาจจะเริ่มสงสัยในศักยภาพของตนเอง
มิหนำซ้ำ บนโลกโซเชียลมีเดีย ที่เลื่อนฟีดไปไหนก็เจอแต่คนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มาเปรียบเทียบให้เห็น ก็ยิ่งกระตุ้นให้หลายคนเริ่มรู้สึกท้อแท้ และผิดหวัง ไปจนถึงขั้นหมดไฟในการใช้ชีวิต
อย่างไรก็ตามแม้ Quarter-life Crisis ดูเหมือนจะเป็นปัญหาส่วนบุคคล
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญกับ ความไม่มั่นคงและสับสนในชีวิต มีส่วนทำให้พวกเขาอยากลาออก เพื่อหางานใหม่ที่ตอบโจทย์มากขึ้น หรือเลือกที่จะ “ออกจากตลาดงาน” ไปเลย
และสิ่งเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “The Great Resignation” หรือ การลาออกครั้งใหญ่ ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, จีน รวมถึงเอเชียแปซิฟิก
ส่งผลกระทบถึงด้านนายจ้างเอง ที่ต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน และสิ้นเปลืองงบประมาณในการสรรหาพนักงานใหม่อยู่เรื่อย ๆ
ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก Quarter-life Crisis กำลังส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาแล้ว ที่องค์กรต่าง ๆ ต้องหันมาให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตของพนักงาน ทั้งภายนอกและภายในอย่างจริงจัง
ก่อนที่องค์กรจะต้องสูญเสียพลังของคนหนุ่มสาวไป อย่างน่าเสียดาย..
----------------------------------------------------------------------------------
(ad)กลุ่มบริษัทธนจิรากรุ๊ป พุ่งเป้าพัฒนาธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) เพื่อเข้ามาเติมเต็มและต่อจิกซอว์เทรนด์ไลฟ์สไตล์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หลังจากประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติที่มาใช้บริการร้าน Marimekko Pop-Up Café คาเฟแห่งแรกในโลก พร้อมเดินหน้าปูทางธุรกิจ F&B ภายใต้แบรนด์อื่นในเครือ หวังเจาะตลาดกลุ่มลูกค้า Gen Y - Gen Z มากขึ้น

https://www.facebook.com/TANACHIRA-GROUP-174055739828807/
#TANACHIRA #MarimekkoCafeThailand
----------------------------------------------------------------------------------
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.