รู้จัก Studio Dragon เจ้าของผลงานซีรีส์เกาหลี ที่มาแรงในตอนนี้
Entertainment
Business

รู้จัก Studio Dragon เจ้าของผลงานซีรีส์เกาหลี ที่มาแรงในตอนนี้

10 พ.ย. 2020
รู้จัก Studio Dragon เจ้าของผลงานซีรีส์เกาหลี ที่มาแรงในตอนนี้ /โดย ลงทุนเกิร์ล
ซีรีส์จบคนไม่จบ ถ้าใครยังมูฟออนไม่ได้กับ 
คุณลุงก็อบลิน ที่ตามหาเจ้าสาวมาถอนคำสาป จากเรื่อง Goblin
สหายผู้กอง จากเรื่อง Crash Landing on You
คุณจิ้งจอกเก้าหาง จากเรื่อง Tale of the Nine Tailed
รู้หรือไม่คะว่า เจ้าของผลงานซีรีส์ ยอดนิยมทั้งหลายเหล่านี้ คือ Studio Dragon 
ซึ่งจริงๆ แล้ว ซีรีส์ยอดฮิตหลายๆ เรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปีนี้ ก็เป็นของบริษัทนี้เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น START-UP หรือ It's Okay to Not Be Okay
ที่น่าสนใจคือ Studio Dragon เพิ่งจะเริ่มก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเพียง 4 ปีเท่านั้น
แต่กลับมีฝันอันยิ่งใหญ่ที่อยากจะเป็นสตูดิโออันดับ 1 ของเอเชีย
เรื่องราวของ Studio Dragon น่าสนใจอย่างไร? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
Studio Dragon คือสตูดิโอผู้ผลิตซีรีส์รายใหญ่ของเกาหลีใต้
โดยบริษัทนี้ ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2016
และอยู่ภายใต้เครือบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้อย่าง “CJ Group”
CJ Group เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจหลายด้านด้วยกัน
ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และสื่อบันเทิง
สำหรับธุรกิจสื่อบันเทิง CJ Group เริ่มก้าวเข้าสู่วงการนี้ในปี 1995
โดยในช่วงแรกบริษัทเริ่มจากผลิตภาพยนตร์ และค่อยๆ ขยับขยายไปทำสื่อด้านอื่น
จนกระทั่งในปี 2000 CJ Group จึงได้เริ่มก่อตั้งบริษัท CJ Entertainment ขึ้นเพื่อรับผิดชอบผลิตสื่อบันเทิงโดยเฉพาะ 
ซึ่งในตอนหลังก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อ และควบรวมบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องกับด้านสื่อบันเทิง กลายเป็นบริษัท “CJ ENM” หรือชื่อเต็มๆ ว่า CJ Entertainment and Merchandising
ในขณะเดียวกัน บริษัท CJ ENM ก็เติบโตอย่างรวดเร็วไปพร้อมกับอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้
เมื่อเป็นเช่นนี้ บริษัทจึงได้ขยับขยายกิจการ เพื่อให้ตอบสนองกับกระแสความนิยมที่สูงขึ้น
หนึ่งในนั้นก็คือการก้าวเข้าสู่ ธุรกิจผลิตซีรีส์ อย่างเต็มตัว ในปี 2010
โดยผลงานชิ้นแรกๆ ก็นับว่าประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อย 
ทั้งเรื่อง Dream High, It's Okay, That's Love รวมถึง Oh My Ghost
หลังจากนั้นจึงมีการก่อตั้งบริษัท Studio Dragon ขึ้นมาในปี 2016
เพื่อรับหน้าที่ผลิตผลงานทางโทรทัศน์เป็นหลัก
ผลงานที่สร้างชื่อให้กับ Studio Dragon ก็คือซีรีส์เรื่อง Goblin หรือ “ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ”
โดยมีตอนที่กวาดเรตติ้งจากผู้ชมทั่วเกาหลีใต้ไปเกือบ 20% ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่สูงมาก
ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของซีรีส์เคเบิลทีวี ที่มี “เรตติ้งสูงที่สุดตลอดกาล” ในตอนนั้น
แม้ว่าปัจจุบัน Goblin จะตกมาอยู่ในอันดับ 3
แต่หนึ่งในเรื่องที่แซงขึ้นไป ก็คือ Mr. Sunshine ซึ่งก็เป็นผลงานของ Studio Dragon เช่นกัน
อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ หลังจากก่อตั้งบริษัทไปเพียง 1 ปี
Studio Dragon ก็เข้าจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ KOSDAQ 
โดยในปัจจุบัน Studio Dragon มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 6.2 หมื่นล้านบาท
กลายเป็นสตูดิโอผลิตละครโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้
ซึ่งเทียบเท่ากับบริษัท GMM Grammy ถึง 8 บริษัท
แล้วที่ผ่านมา ผลประกอบการของ Studio Dragon เป็นอย่างไรบ้าง?
ปี 2018 มีรายได้ 7,830 ล้านบาท กำไร 650 ล้านบาท
ปี 2019 มีรายได้ 10,364 ล้านบาท กำไร 977 ล้านบาท
ปี 2020 มีรายได้ 12,796 ล้านบาท กำไร 721 ล้านบาท
นี่หมายความว่า รายได้เติบโตเฉลี่ย 27.8% ต่อปี
ส่วนกำไรเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5.3% ต่อปี
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ตั้งแต่ต้นปีเรามักจะเห็นซีรีส์ยอดฮิตจาก Studio Dragon มาไม่ขาดสาย
ทั้ง Crash Landing on You, The King: Eternal Monarch, It's Okay to Not Be Okay ไปจนถึงเรื่องล่าสุดอย่าง START-UP
ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่เราเห็นซีรีส์จาก Studio Dragon บ่อยขึ้น 
ก็เป็นเพราะในปี 2019 CJ ENM ได้ ทำสัญญาและร่วมลงทุนกับ Netflix
โดย Studio Dragon จะเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ 
และให้ลิขสิทธิ์ในการสตรีมบน Netflix ไปทั่วโลก ประมาณ 6-8 เรื่องต่อปี
ซึ่งหลังจากที่ได้ประกาศการร่วมมือในครั้งนี้ออกมา
หุ้นของ Studio Dragon ก็เพิ่มขึ้นกว่า 8.3% ภายในวันเดียว
การร่วมมือกับ Netflix นอกจากจะทำให้ Studio Dragon ทำรายได้ได้เพิ่มขึ้นแล้ว
ยังช่วยลดต้นทุนการผลิต Content เนื่องจากทาง Netflix จะเป็นผู้ร่วมลงทุนด้วย
นอกจากนี้ การร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีของ Studio Dragon ในการนำเสนอผลงานของตนให้กับคนทั่วโลกอีกด้วย
อ่านมาถึงตรงนี้ คิดว่าความฝันของ Studio Dragon 
ที่อยากจะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย จะเป็นจริงได้หรือไม่?
คำตอบของเรื่องนี้ ลงทุนเกิร์ลอาจจะฟันธงเองไม่ได้ 
เพราะสุดท้ายแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของ Studio Dragon
และผู้ตัดสินได้ดีที่สุด ก็น่าจะเป็น สายตาของผู้ชมทั่วโลกนั่นเอง..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.