คุยกับ คุณแม่สุพัตรา เจ้าของตำนานร้าน “เค้กคิดถึง” ที่เปิดเตาปีละครั้ง แต่คนรู้จักไปทั่วประเทศ
Business

คุยกับ คุณแม่สุพัตรา เจ้าของตำนานร้าน “เค้กคิดถึง” ที่เปิดเตาปีละครั้ง แต่คนรู้จักไปทั่วประเทศ

19 ม.ค. 2026
คุยกับ คุณแม่สุพัตรา เจ้าของตำนานร้าน “เค้กคิดถึง” ที่เปิดเตาปีละครั้ง แต่คนรู้จักไปทั่วประเทศ /โดย ลงทุนเกิร์ล
เค้กสีขาวหน้าตาธรรมดา หน้าเค้กตกแต่งลายดอกไม้สไตล์โบราณ แต่กลับขายได้หมดทุกครั้งที่เปิดเตา 
และเป็นที่ต้องการชนิดที่ว่าลูกค้ายังสั่งกันแทบจะไม่ทัน
ที่น่าสนใจคือเค้กของทางร้านเปิดขายแค่เพียงปีละครั้งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนมกราคม 
และเป็นแบบนี้มาแล้วมากกว่า 40​ ปี
วันนี้ลงทุนเกิร์ลมีโอกาสได้คุยกับผู้ที่เป็นจุดเริ่มต้นของร้านเค้กคิดถึง (​​Cake.kidtueng by Supattra) อย่างคุณแม่สุพัตรา โล่พิทักษ์อุดม ผู้ที่ทำให้เค้กของทางร้านกลายมาเป็นขนมหวานที่หลายบ้านต้องได้ทานทุกปี
แล้วอะไรที่ทำให้ร้านเค้กเล็ก ๆ จากโคราชที่ไม่ทำการตลาด แต่รับออร์เดอร์จนสายไหม้ ? 
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
สำหรับความเป็นมาของร้านเค้กคิดถึง คุณแม่สุพัตราเล่าให้เราฟังว่า ไม่ได้มาจากความตั้งใจจะเปิดร้านขนมแต่อย่างใด แต่เริ่มมาจากความชอบของคุณแม่หรืออาม่าที่ท่านมักจะซื้อขนมมาทานเป็นประจำ
และด้วยความเป็นคนให้ความสำคัญกับรายละเอียด คุณแม่สุพัตราเลยคิดว่าถ้าทำขนมให้คุณแม่ทานเองน่าจะดีกว่า เพราะจะได้คัดคุณภาพวัตถุดิบเองกับมือ และยังควบคุมกระบวนการผลิตให้คุณแม่ทานได้อย่างสบายใจ
เมื่อเป็นเช่นนั้นคุณแม่สุพัตราจึงเริ่มด้วยการไปลงเรียนทำขนมอย่างจริงจัง และนำสูตรที่ได้มาพัฒนาต่อยอด 
ซึ่งกว่าจะได้สูตรขนมที่ลงตัวนอกจากจะต้องลงเรียนทำขนมแล้ว คุณแม่สุพัตรายังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมผ่านหนังสือ รวมถึงรายการทีวีต่าง ๆ บวกกับคำแนะนำจากอาม่าที่คอยติชมนานนับปี
หลังจากที่ได้สูตรขนมที่ถูกใจอาม่าแล้ว คุณแม่สุพัตราก็เริ่มทำออกมาในจำนวนที่มากขึ้นเผื่อไปยังเพื่อน ๆ ของอาม่า ขณะเดียวกันก็รับฟังฟีดแบ็กของคนที่ได้ชิมไปด้วย
ขนมเค้กของคุณแม่สุพัตราได้กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนรอบตัวอย่างมาก และมีโอกาสได้เริ่มทำตามออร์เดอร์ที่มีคนขอเข้ามาเพื่อเป็นของฝาก รวมไปถึงเค้กวันเกิด 
จากที่เน้นทำให้คนใกล้ตัวก็เริ่มขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ จนต้องเรียกตัวญาติพี่น้องมาช่วยกันทำ
และเมื่อมีออร์เดอร์เข้ามามากเข้าก็เริ่มเกินกำลังที่จะทำให้พอขายตลอดทั้งปี เนื่องจากทางบ้านของคุณแม่สุพัตราเองยังมีธุรกิจหลักที่ต้องดูแลซึ่งค่อนข้างจะยุ่งมากอยู่แล้ว
ทำให้ต้องลดจำนวนวันเปิดร้านเหลือเพียงแค่ปีละครั้ง โดยจะเริ่มเปิดเตาเฉพาะช่วงวันที่ 1-31 ธันวาคม ของทุกปี
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าเข้ามาว่าอดทนรอชิมขนมไม่ไหว
ทำให้ต้องขยับขึ้นมาขายตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน และขยายเวลาปิดเตาไปเป็นช่วงต้นเดือนมกราคมสำหรับเก็บตกลูกค้าที่สั่งเข้ามาไม่ทัน
ซึ่งก็ได้กลายเป็นธรรมเนียมของทางร้านที่รู้กันในหมู่ลูกค้าว่า ถ้าอยากทานเค้กคิดถึงก็ต้องเฝ้ารอช่วงปลายปีเท่านั้น
พอเปิดร้านอย่างเป็นทางการ คุณแม่สุพัตราก็ได้สั่งทำตรายางเบอร์โทรศัพท์ไว้สำหรับลูกค้าให้สามารถติดต่อสั่งเค้กได้สะดวกขึ้น
แต่ก็มีเสียงทักท้วงเข้ามาอีกว่า “เค้กอร่อยแต่เสียดายไม่มีชื่อ” เมื่อเป็นแบบนั้นคุณแม่สุพัตราจึงไปปรึกษากับน้องชายให้ช่วยเสนอชื่อร้าน เลือกไปเลือกมาหลายชื่อจนสุดท้ายก็ได้มาจบที่  “เค้กคิดถึง” อย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้
คุณแม่สุพัตราเล่าว่าเพราะด้วยระบบการเปิดขายเค้กแค่เพียงปีละครั้ง ทำให้ทางร้านมักจะได้รับสายจากลูกค้าโทรเข้ามาบอกว่า “คิดถึงแล้วเมื่อไรจะเปิดเตา” ซึ่งก็ได้กลายเป็นที่มาของชื่อร้านสุดคลาสสิกนี้เอง
แล้วอะไรทำให้ลูกค้าติดใจ จน “คิดถึง” ทุกปี ?
จุดเด่นของเค้กคิดถึงจะอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ใบเตยปลูกเองก่อนจะนำมาคั้นเพื่อใส่ลงในเค้กรสใบเตยแบบไม่ผ่านการแต่งสีหรือแต่งกลิ่น และไม่ใส่วัตถุกันเสีย
หรือแม้แต่รสวานิลลาก็ใช้วานิลลาธรรมชาติให้กลิ่นหอมละมุน มาพร้อมความคลาสสิกอย่างลายดอกไม้บนหน้าเค้กซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ของเค้กคิดถึงที่ใครเห็นก็ต้องจำได้
โดยเค้กของทางร้านจะมีด้วยกันทั้งหมด 6 รสชาติ ได้แก่ เผือก กาแฟ ใบเตย วานิลลา ผลไม้ และช็อกโกแลต ไซซ์เริ่มต้นขนาด 2 ปอนด์ ราคา 540 บาท ไปจนถึงไซซ์ใหญ่สุด ขนาด 12 ปอนด์ 
รสชาติที่ขายดีสุด ๆ เลยก็คือ รสใบเตย ที่เพียงแค่เปิดกล่องออกมาก็เจอกลิ่นใบเตยตีหน้า จนทำให้ลูกค้าบางคนถึงขั้นอดใจไม่ไหวต้องเปิดชิมก่อนจะถึงบ้าน
ที่สำคัญเค้กทุกก้อนที่เราได้ทานกันก็มาจากฝีมือของคนในครอบครัวที่จะมารวมตัวกันทำทุกปลายปี
โดยมีคุณฝ้าย-จิดาภา โล่พิทักษ์อุดม ผู้เป็นลูกสาวรับหน้าที่ดูแลออร์เดอร์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งหมด
ในระยะแรกเค้กของร้านคิดถึงเป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าในโคราช ในฐานะของหวานสำหรับครอบครัว และของฝากสำหรับญาติที่อยู่ต่างจังหวัด จนชื่อของร้านค่อย ๆ ขยายวงกว้างออกไป
ซึ่งจุดที่ทำให้เค้กคิดถึงเป็นกระแสก็มาจากการที่คุณชมพู่-อารยา นำไปทานแล้วถ่ายลงอินสตาแกรม
ทำให้เค้กคิดถึงเป็นที่ต้องการของคนในโคราชที่อยากลองชิมเค้กตามคุณชมพู่
ต่อมา ลูกค้าหลายคนที่ได้ลองซื้อไปทานต่างนำมารีวิวลงบน TikTok จนคอนเทนต์เหล่านี้ค่อย ๆ สร้างกระแสความสนใจในวงกว้าง แม้หลายคนจะยังไม่รู้จักแบรนด์มาก่อนก็ตาม
ขณะเดียวกัน อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เค้กคิดถึงเริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้านอกจากในโคราช คือการเปิดรอบจัดส่งไปต่างจังหวัดในช่วงโควิด
ในช่วงโรคระบาดที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน ได้กระทบกับความต้องการของฝากที่ลดลงอย่างมาก 
ทำให้คุณฝ้ายต้องหาวิธีชดเชยยอดขายที่หายไปด้วยการเปิดรอบส่งไปต่างจังหวัด
โดยเริ่มจัดส่งจากเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้กับเพื่อน ๆ ก่อนที่การบอกต่อจะค่อย ๆ ขยายไปสู่กลุ่มลูกค้านอกจังหวัด
และที่น่าสนใจคือ แม้เค้กคิดถึงจะเว้นช่วงไปนานแค่ไหน แต่ยังสามารถกลับมาเป็นที่พูดถึงได้ทุกปี 
โดยแทบไม่ใช้งบโฆษณาหรือการโปรโมตบนโซเชียลมีเดีย
คุณฝ้ายบอกกับเราว่าในช่วงปิดเตา โซเชียลมีเดียของทางร้านแทบจะไม่มีความเคลื่อนไหว เพราะทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงานของตัวเองทำให้ไม่มีเวลามาตอบอินบ็อกซ์หรือรับออร์เดอร์ แต่ทุกครั้งที่เพจร้านมีความเคลื่อนไหวก็จะมีลูกค้าทักเข้ามาทันที 
นอกจากนี้ คอนเทนต์เกี่ยวกับร้านส่วนใหญ่บนโซเชียลมีเดียยังเป็น User Generated Content หรือคอนเทนต์จากฝั่งลูกค้าที่ช่วยให้แบรนด์ไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา
ความสำเร็จนี้ต้องยกเครดิตให้กับความใส่ใจในเค้กทุกก้อนของคุณแม่สุพัตราตั้งแต่วันแรกที่เปิดเตา 
จนทำให้เค้กของทางร้านเป็นที่พูดถึงแบบปากต่อปาก และเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องมาหลายสิบปี
คุณฝ้ายบอกกับลงทุนเกิร์ลว่าท้ายที่สุดแล้วความตั้งใจของทางร้านคือการรักษา Quality และความ Original ให้เป็นที่จดจำต่อไปเรื่อย ๆ
ท่ามกลางกระแสที่เป็นที่พูดถึงอยู่ทุกปี ทางร้านจะยังคงรักษาจุดขายหลักซึ่งก็คือขนมเค้กคุณภาพดีที่ไม่ได้เน้นกระแสไวรัลที่ผ่านมาและจบไป
ต่อให้เข้าสู่ปีที่เค้กคิดถึงไม่ได้เป็นไวรัล แต่เสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งเก่าและใหม่จะยังไม่หายไปไหน
ในมุมของลงทุนเกิร์ล เค้กคิดถึงคือภาพสะท้อนของธุรกิจที่เติบโตจากการโฟกัส “คุณภาพ” อย่างแท้จริง 
เพราะคุณภาพไม่ได้แค่รักษาลูกค้าเก่าไว้ได้ แต่ยังดึงดูดลูกค้าใหม่ผ่านการบอกต่อ 
และเมื่อคุณภาพดีพอ คำว่า “คิดถึง” ก็ไม่ใช่แค่ชื่อร้าน แต่เป็นพฤติกรรมของลูกค้าที่เกิดขึ้นจริง ทุกปลายปี..
Reference :
- สัมภาษณ์พิเศษคุณแม่สุพัตรา และคุณฝ้าย-จิดาภา โล่พิทักษ์อุดม ผู้ก่อตั้งและทายาทรุ่นที่ 2 ร้านเค้กคิดถึง Cake.kidtueng by Supattra
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.