
Business
คุยกับ “คุณมอลลี่” ศิลปินชาวไทยเจ้าของ Crybaby คาแรกเตอร์ทำเงินหมื่นล้าน จากบ้าน POP MART
1 ก.ค. 2026
คุยกับ “คุณมอลลี่” ศิลปินชาวไทยเจ้าของ Crybaby คาแรกเตอร์ทำเงินหมื่นล้าน จากบ้าน POP MART /โดย ลงทุนเกิร์ล
ปีที่ผ่านมา POP MART บริษัทอาร์ตทอยยักษ์ใหญ่จากจีน กวาดรายได้ไปกว่า 178,821 ล้านบาท
โดยเฉพาะ Crybaby เด็กน้อยหน้าเศร้าที่มาพร้อมหยดน้ำตาอันเป็นเอกลักษณ์ เพียงคาแรกเตอร์เดียว ก็ทำยอดขายให้ POP MART ไปแล้วกว่า 14,110 ล้านบาท
ซึ่งวันนี้ ลงทุนเกิร์ลมีโอกาสได้พูดคุยกับศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังคาแรกเตอร์ IP ทำเงิน Top 3 ของ POP MART อย่างคุณมด-นิสา ศรีคำดี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คุณมอลลี่” เจ้าของคาแรกเตอร์ Crybaby
ที่น่าสนใจคือ Crybaby กำลังจะครบรอบ 10 ปีในปีหน้าแล้ว แต่ความนิยมของคาแรกเตอร์เจ้าน้ำตาตัวนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ตรงกันข้าม กลับได้รับความรักจากคนทั่วโลก มากขึ้นเรื่อย ๆ
เรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของ Crybaby เป็นอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคุณมอลลี่กันมาบ้างแล้ว ในฐานะศิลปินไทยที่โด่งดังจากคาแรกเตอร์ Crybaby
โดย Crybaby คอลเลกชันแรก เกิดขึ้นในปี 2560 หลังจากที่คุณมอลลี่ลงมือทำในสิ่งที่ชอบอย่างการปั้นตุ๊กตาขึ้นมา แล้วนำผลงานไปโพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว
ตอนนั้น เธอมองเป็นส่วนหนึ่งของงานอดิเรก และไม่ได้คิดไกลถึงขั้นจะต่อยอดเป็นธุรกิจจริงจัง แต่ผลงานของเธอกลับไปเตะตานักสะสม จนตัดสินใจขายผลงานชิ้นแรก ก่อนจะตามมาด้วยชิ้นที่สอง สาม และอีกนับไม่ถ้วน
เรียกได้ว่าจุดเริ่มต้นของ Crybaby อาจจะมาจากความบังเอิญ จังหวะเวลา หรืออะไรก็ตาม แต่สิ่งที่ต้องยอมรับเลยคือ หลังจากโอกาสนั้นมาถึง คุณมอลลี่สามารถรักษาการเติบโตของผลงาน และต่อยอดคาแรกเตอร์ตัวนี้ให้เดินทางมาได้ไกลกว่าที่หลายคนคาดคิด
จนกลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้เซ็นสัญญานำผลงานลิขสิทธิ์ไปขายกับ POP MART
แน่นอนว่าการทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลก ก็มาพร้อมความท้าทายไม่น้อย
คุณมอลลี่บอกกับเราว่า ในช่วงแรกของการร่วมงานกับ POP MART เธอต้องปรับตัวค่อนข้างมาก เพราะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้คนที่มีทั้งภาษา วัฒนธรรม และวิธีการทำงานที่ต่างกัน
แต่ในขณะเดียวกัน ประสบการณ์นี้ก็ทำให้เธอได้เปิดมุมมองและพัฒนาตัวเองในฐานะศิลปินมากขึ้น ทั้งในเรื่องของระบบการทำงาน การพัฒนาโปรเจกต์ในระดับสากล รวมถึงการได้เห็นว่างานศิลปะ และคาแรกเตอร์สามารถเติบโตในสเกลระดับโลกได้อย่างไร
แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณมอลลี่พา Crybaby ไปสู่จุดที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ ?
อันดับแรกคือ “การหาเอกลักษณ์ที่แตกต่าง” แต่ก็ต้องทำให้คนจดจำได้ง่ายด้วย
คุณมอลลี่มองว่า คาแรกเตอร์ที่จะสะดุดตาบริษัทระดับโลก ควรจะมี Story Behind หรือเรื่องราวบางอย่างซ่อนอยู่ เพราะเรื่องราวเหล่านี้จะทำให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงกับคาแรกเตอร์ได้มากขึ้น
แต่ก่อนที่จะสร้างความแตกต่างได้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจก่อนว่าผู้คนหรือศิลปินคนอื่นกำลังทำอะไรอยู่
การเสพงานศิลปะ งานดิไซน์ หรือผลงานจากหลากหลายแวดวง จะช่วยให้เราได้เรียนรู้และค่อย ๆ ตกตะกอนความคิด ว่าสุดท้ายแล้วเราจะสร้างเอกลักษณ์หรือความแตกต่างของตัวเองออกมาได้อย่างไร
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ”
เพราะความเชื่อมั่นจะเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่น ตั้งใจ พร้อมทำงานหนักเพื่อสิ่งนั้นต่อไป แม้ในวันที่ยังไม่มีใครมองเห็นหรือเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังสร้างก็ตาม
แต่เหนือสิ่งอื่นใด “การรักษาความจริงใจในงานของตัวเอง” คือเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณมอลลี่ เพราะเมื่อไรที่ผลงานเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ความคาดหวังจากผู้คนและตัวเองก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่ยากของข้อนี้ จึงเป็นการหาสมดุลระหว่างการเติบโตของแบรนด์ กับการรักษาตัวตนและความรู้สึกที่แท้จริงของงานเอาไว้
พร้อม ๆ กันเธอก็ต้องไม่หยุดเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและข้อผิดพลาดของคนรอบตัว ว่าอะไรคือจุดแข็ง อะไรคือสิ่งที่ควรระวัง หรืออะไรที่สามารถนำมาปรับใช้พัฒนาตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม แม้คุณมอลลี่จะมีผลงานที่ประสบความสำเร็จมาแล้วไม่น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือเธอ “ไม่หยุดต่อยอดผลงาน”
คุณมอลลี่บอกว่าเธอมี Vision ชัดเจนว่าอยากให้ Crybaby เติบโตไปเป็นมากกว่าแค่คาแรกเตอร์ แต่เป็นสิ่งที่สามารถสร้างวัฒนธรรมและคอมมิวนิตีของผู้คนที่รู้สึกเชื่อมโยงกันได้จริง
เธอจึงพยายามต่อยอดผ่านการสร้าง Immersive Experience และพื้นที่ต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้ามามีส่วนร่วม และเกิด Emotional Connection กับโลกของ Crybaby ในแบบที่จับต้องได้
คอนเซปต์ของ Crybaby จึงเป็นการพยายามสื่อสารทุกอย่างให้ออกมาดูเข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป เพราะเธออยากให้งานศิลปะและความรู้สึกเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมาจากวัฒนธรรมไหนก็ตาม
และในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Crybaby ที่กำลังจะมาถึง คุณมอลลี่ก็จะมีนิทรรศการ ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงพัฒนาและเตรียมโปรเจกต์ต่าง ๆ รวมถึงอีกหนึ่งสตูดิโอใหม่ที่ต้องมาติดตามกันว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
แต่ก่อนจะถึงอิเวนต์ใหญ่ในปีถัดไป แฟน ๆ Crybaby ก็เตรียมพบกับ “Molly Factory” คอลเลกชันใหม่ที่จะออกมาเร็ว ๆ นี้
ซึ่งคุณมอลลี่ตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนตัวตนและการเติบโตของโลก Crybaby ในมิติใหม่
สุดท้ายคุณมอลลี่ยังได้ฝากคำแนะนำไปถึงศิลปินที่อยากต่อยอดงานศิลปะให้ประสบความสำเร็จ ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้จักตัวเอง รู้ว่าเราชอบอะไร เชื่อในอะไร และอยากสื่อสารอะไรออกไป จากนั้นจึงลงมือทำด้วยความรักและความจริงใจ
ขณะเดียวกัน ก็ควรเปิดใจเรียนรู้ให้รอบด้าน เพราะการสร้างสรรค์งานหนึ่งชิ้นไม่ได้มีเพียงมิติของศิลปะเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายองค์ประกอบ หรือหากมีบางด้านที่ตัวเองไม่ถนัด การมีพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเติมเต็มก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
และท้ายที่สุดแล้ว การไม่หยุดพัฒนาตัวเองจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราพร้อมสำหรับวันที่โอกาสเดินเข้ามา
และสามารถคว้ามันไว้ได้ทันเมื่อเวลานั้นมาถึง..
Reference :
- สัมภาษณ์พิเศษกับคุณมด-นิสา ศรีคำดี