
Business
คุยกับ “พี่ต้อง” CEO Pawdy อาหารสุนัขแบรนด์ไทย ที่เริ่มจากหัวใจแม่หมา โตด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม
17 ก.ค. 2026
ทุกวันนี้ คนจำนวนมากไม่ได้มองสุนัขเป็นแค่ “สัตว์เลี้ยง” อีกต่อไป แต่เทรนด์ Pet Parenting ทำให้หลายบ้านมองเขาเป็นเหมือน “ลูก” หรือสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไป วิธีเลือกอาหารให้พวกเขาก็เปลี่ยนตามไปด้วย
จากเดิมที่เจ้าของอาจเลือกอาหารจากราคา ความสะดวก หรือความอร่อย วันนี้หลายคนเริ่มมองลึกไปถึงวัตถุดิบ สารอาหาร การย่อยได้ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และงานวิจัยที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์
เพราะสำหรับคนที่รักหมาเหมือนลูก อาหารหนึ่งมื้อ ไม่ได้หมายถึงแค่ความอิ่ม แต่หมายถึงสุขภาพ และช่วงเวลาที่เขาจะได้อยู่กับเราให้นานที่สุด
นี่คือโจทย์ที่ “พี่ต้อง” CEO และเจ้าของแบรนด์ Pawdy หรือ พอดี้ เข้าใจดี เพราะก่อนจะเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารสุนัข เธอคือแม่หมาของยอร์คเชียร์เทอร์เรีย 14 ชีวิต
“พี่ต้องยอมไม่มีลูกด้วยความตั้งใจ เพราะรักหมาเหมือนลูกไปแล้ว”
ประโยคนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องของความรัก แต่ถ้ามองในมุมธุรกิจ นี่คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่เกิดจากการเป็น “ผู้ใช้จริง” ที่เข้าใจ Pain Point ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อสุนัขหลายตัวในบ้านเริ่มเข้าสู่วัย 10 ปีพร้อม ๆ กัน
จากน้องหมาที่เคยกินง่าย เริ่มเลือกกิน จากร่างกายที่เคยแข็งแรง เริ่มต้องการการดูแลที่ละเอียดขึ้น
และจากอาหารที่เคยเป็นแค่ของกิน ก็เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพระยะยาว
และจากอาหารที่เคยเป็นแค่ของกิน ก็เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพระยะยาว
คุณต้องมองเห็น Insight สำคัญอย่างหนึ่งจากการดูแลลูก ๆ ทั้ง 14 ชีวิต นั่นคือ “เวลาของเขาสั้นกว่าเรา”และเพราะเวลานั้นสั้นกว่า การดูแลเขาให้เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับคนเลี้ยงหมา
จาก Pain Point ในบ้าน จึงกลายเป็นคำถามทางธุรกิจว่า
ถ้าสุนัขสูงวัยต้องการอาหารที่เหมาะกับร่างกายมากขึ้น ตลาดนี้มีสินค้าใดที่ตอบโจทย์ได้ดีพอแล้วหรือยัง ? ในวันที่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงแข่งขันกันสูง หลายแบรนด์เลือกเข้าไปเล่นในตลาดใหญ่ หรือแข่งขันกันด้วยราคา แต่ Pawdy เลือกวางตำแหน่งตัวเองในตลาดที่เฉพาะทางกว่า นั่นคือกลุ่มสุนัขสูงวัย หรือ Senior Dog
ตลาดนี้อาจไม่ได้แมสที่สุด แต่เป็นตลาดที่ต้องใช้ความเชื่อใจสูงมาก เพราะเมื่อสุนัขเริ่มอายุมากขึ้น เจ้าของไม่ได้มองอาหารเป็นแค่ของกิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในระยะยาว
แบรนด์จึงไม่สามารถชนะได้ด้วยคำเคลมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีเหตุผล มีความน่าเชื่อถือ และมีข้อมูลรองรับ จุดที่น่าสนใจคือ Pawdy ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความรักของเจ้าของแบรนด์เท่านั้น
แต่เลือกพัฒนา Pawdy Maturity Senior 7+ อาหารสำหรับสุนัขสูงวัย โดยร่วมคิดค้นและจดอนุสิทธิบัตรร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในมุมผู้บริโภค สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ไม่ได้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว
แต่ในมุมธุรกิจ นี่คือการสร้างความแตกต่างที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก เพราะในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าหลายตัวอาจดูคล้ายกันได้ง่าย ทั้งแพ็กเกจ รสชาติ หรือคำเคลมด้านสุขภาพ
แต่การมีงานวิจัย และความร่วมมือกับสถาบันวิชาการ คือการสร้าง Trust Asset หรือสินทรัพย์ด้านความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ พูดง่าย ๆ คือ Pawdy ไม่ได้พยายามเป็นแค่อาหารสุนัขที่ “น่าซื้อ”
แต่พยายามเป็นแบรนด์ที่เจ้าของรู้สึกว่า “วางใจได้”
แต่พยายามเป็นแบรนด์ที่เจ้าของรู้สึกว่า “วางใจได้”
อีกโจทย์สำคัญของสุนัขสูงวัยคือ อาหารต้องไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ต้องทำให้น้องหมายอมกินด้วยเพราะสุนัขสูงวัยจำนวนมากมักมีปัญหาเบื่ออาหาร กินยาก หรือกินได้น้อยลง
คุณภาพของผลิตภัณฑ์ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเลขที่จับต้องได้จริง เมื่อผลิตภัณฑ์มีค่า Acceptability หรือค่าการยอมรับอาหารสูงกว่า 91.7% ซึ่งสะท้อนว่าสุนัขมีแนวโน้มยอมรับรสชาติและกลิ่นของอาหารได้ดี
ขณะเดียวกัน ยังมีค่า Digestibility หรือค่าการย่อยได้สูงถึง 83.5% เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี และลดภาระของอวัยวะภายในในสุนัขสูงวัย
แนวคิดของ Pawdy จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ “อาหารที่หมาชอบกิน” แต่คืออาหารที่เหมาะกับร่างกายของสุนัขในแต่ละช่วงวัยและนำไปสู่คอนเซปต์ “เปลี่ยนก่อนป่วย” ที่อยากให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมองการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน มากกว่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยรักษา
แม้สูตร Senior จะเป็นหนึ่งในจุดเด่นของแบรนด์ แต่ Pawdy ไม่ได้วางตัวเองเป็นแบรนด์สำหรับสุนัขสูงวัยเท่านั้น เพราะยังมีสูตรสำหรับลูกสุนัขและสุนัขโต ภายใต้แนวคิด Holistic Grade ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบและโภชนาการโดยรวม
ทางแบรนด์ เลือกใช้เนื้อสัตว์แท้เป็นส่วนประกอบลำดับแรก ใช้เนื้อสดเพื่อเพิ่มความน่ากิน ไม่ใช้ผลพลอยได้จากสัตว์ และเป็นสูตร Gluten Free โดยไม่ใส่ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ และข้าวสาลี ซึ่งอาจเป็นวัตถุดิบที่สุนัขบางตัวไวต่อการแพ้
ถ้ามองในมุม Branding ชื่อ “พอดี้” ก็สื่อถึงคำว่า “พอดี” หรือการให้สารอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป แต่พอดีกับความต้องการของสุนัขในแต่ละช่วงวัย
นอกจากเรื่องสุขภาพ Pawdy ยังมองเห็นอีกมุมน่ารักของสุนัขสูงวัยว่า ต่อให้น้องหมาจะอายุเยอะแล้ว แต่ในสายตาเจ้าของ เขาก็ยังเป็นเหมือน “เด็ก” ของบ้านอยู่ดี
จึงเกิดเป็นแคมเปญ “เด็กเจนซี(เนียร์)” ที่เล่นกับคำว่า Senior แล้วเล่าว่า สุนัขสูงวัยบางตัวก็ยังทั้งกวน ซน เอาแต่ใจ มีโลกของตัวเอง และเรียกร้องความสนใจไม่ต่างจากเด็ก Gen Z แต่ทั้งหมดนี้กลับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เจ้าของยิ่งรักและเอ็นดู
แคมเปญนี้จึงชวนเจ้าของส่งภาพสัตว์เลี้ยง พร้อมเล่าวีรกรรมสุดป่วนของ “เด็กเจนซี” ที่บ้าน โดยเรื่องราวที่ถูกคัดเลือกจะได้ขึ้นบิลบอร์ด เปลี่ยนโมเมนต์เล็ก ๆ ในบ้าน ให้กลายเป็นพื้นที่อวดลูก ๆ ของตัวเองในเพื่อสร้างรอยยิ้มเล็กๆ ให้กับคนที่ผ่านมาเจอ
กรณีของ Pawdy จึงเป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่เริ่มต้นจาก Emotion แต่ไม่ได้เติบโตด้วย Emotion เพียงอย่างเดียว ความรัก ทำให้คุณต้องมองเห็นปัญหาจริง งานวิจัย ทำให้แบรนด์มีเหตุผลรองรับและการเลือกตลาดสุนัขสูงวัย ทำให้ Pawdy มีพื้นที่ยืนที่ชัดเจนในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง
ลงทุนเกิร์ลเชื่อว่า Pawdy คือตัวอย่างของแบรนด์ยุคใหม่ที่ใช้ "Heart + Science" มาผนึกรวมกันได้อย่างไร้รอยต่อ และเป็นข้อพิสูจน์ว่าผู้หญิงที่รักสัตว์สุดหัวใจ ก็สามารถเป็นนักธุรกิจที่เก่งและทรงพลังในวงการได้เช่นกันค่ะ
#พี่ต้องceoพอดี้ #ลงทุนเกิร์ล #LongtunGirl #Pawdy #พอดี้ #พรพรรณประเพณี #MediSenior7 #เปลี่ยนก่อนป่วย #อาหารสุนัขที่มีงานวิจัยรองรับ #สัตวแพทย์เกษตร #HolisticPetFood #BusinessWoman