
Business
“Curry Up” ร้านข้าวแกงกะหรี่สายแฟ เจ้าของเดียวกับแบรนด์ Human Made
23 ก.พ. 2026
“Curry Up” ร้านข้าวแกงกะหรี่สายแฟ เจ้าของเดียวกับแบรนด์ Human Made /โดย ลงทุนเกิร์ล
เมื่อพูดถึง Human Made หลายคนอาจจะนึกถึงแบรนด์สตรีตแวร์จากญี่ปุ่น ที่มีโลโกลายหัวใจเป็นเอกลักษณ์ และภาพคิวหน้าร้านที่ยาวเหยียดแทบตลอดทั้งวัน
เมื่อพูดถึง Human Made หลายคนอาจจะนึกถึงแบรนด์สตรีตแวร์จากญี่ปุ่น ที่มีโลโกลายหัวใจเป็นเอกลักษณ์ และภาพคิวหน้าร้านที่ยาวเหยียดแทบตลอดทั้งวัน
แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ คือเจ้าของแบรนด์ Human Made ไม่ได้มีแค่ธุรกิจแฟชั่น แต่ยังมีธุรกิจ “ร้านข้าวแกงกะหรี่” อีกด้วย
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่ร้านขายข้าวแกงกะหรี่ธรรมดา ๆ แต่เป็นแบรนด์ที่ผสานแฟชั่น ดิไซน์ และอาหารเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์
ร้านข้าวแกงกะหรี่นี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Curry Up เป็นแบรนด์ร้านข้าวแกงกะหรี่ที่ก่อตั้งโดยคุณ Tomoaki Nagao หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Nigo ผู้ก่อตั้ง Human Made และผู้สร้างตำนานสตรีตแวร์อย่าง A Bathing Ape
ปัจจุบัน Curry Up ดำเนินธุรกิจภายใต้ HUMAN MADE Inc. ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว
โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ เกิดจากความทรงจำสมัยเรียนของคุณ Nigo ที่เคยทำงานในร้านแกงกะหรี่เล็ก ๆ ชื่อ GHEE ในย่าน Harajuku
เมื่อร้านปิดตัวลง เขาตัดสินใจปลุกความประทับใจนั้นกลับมาอีกครั้ง โดยร่วมมือกับอดีตเจ้าของและหัวหน้าเชฟของร้านเดิม
จนกระทั่งปี 2010 ร้าน “Curry Up” สาขาแรกก็ถือกำเนิดขึ้นใน Harajuku โดยมีคุณ Pharrell Williams พาร์ตเนอร์คนสำคัญของเขา เป็นผู้ตั้งชื่อร้านให้
หากพูดถึงด้านกลยุทธ์ ร้าน Curry Up ไม่ได้แข่งขันด้วยจำนวนเมนูเหมือนร้านแกงกะหรี่อื่น ๆ แต่เลือกใช้แนวทาง Focus Strategy
จำนวนของเมนูหลัก มีให้เลือกไม่ถึง 10 รายการ แต่ทุกจานถูกพัฒนาให้โดดเด่น ใช้เครื่องเทศสด และผสมผสานรสชาติญี่ปุ่นกับอินเดีย
เมนูเด่น ๆ ก็คือ Butter Chicken Curry, Spicy Beef Curry และ Eggplant Curry โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,200 เยน หรือราว 245 บาท
และมีเมนูแบบ Half & Half หรือการเสิร์ฟแกง 2 ชนิดในจานเดียว โดยมีข้าววางตรงกลาง ช่วยให้ลูกค้าได้ลองหลายรสชาติในครั้งเดียว ลดความลังเลในการเลือก และทำให้รู้สึกคุ้มค่ามากขึ้น
นอกจากเรื่องรสชาติ สิ่งที่ทำให้ Curry Up แตกต่างคือ “ดิไซน์”
ร้านนี้ไม่ได้ตกแต่งแบบร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นดั้งเดิม แต่สะท้อนกลิ่นอายสตรีตและงานออกแบบร่วมสมัย
พื้นที่ถูกออกแบบโดยทีมดิไซน์ระดับแถวหน้า ผู้เคยสร้างสรรค์โปรเจกต์ให้แบรนด์ลักชัวรีและร้านสตรีตแวร์ระดับตำนาน เช่น BAPE และ Nike Tokyo
บรรยากาศภายในร้านจึงเรียบ เท่ มีกลิ่นอายอเมริกันแบบมินิมัล ให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย แต่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่โดดเด่น คือแมสคอตประจำร้านชื่อ “Cumin” ที่เติมความขี้เล่นให้พื้นที่ ผ่านสติกเกอร์และฟิกเกอร์ขนาดใหญ่ภายในร้าน
ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ พื้นที่ของร้านจึงให้ความรู้สึกคล้ายแฟชั่นคาเฟ มากกว่าร้านอาหารทั่วไป
ที่สำคัญ Curry Up ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่เพียงธุรกิจร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังขยายสู่ Product Business อย่างจริงจัง
ซึ่งมีทั้งแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป หมวก เสื้อยืด พรม พวงกุญแจ เข็มกลัด และสินค้าไลฟ์สไตล์อื่น ๆ โดยนำคาแรกเตอร์ Cumin มาเป็นแกนหลักในการออกแบบ
โดยสินค้าในกลุ่มนี้มีระดับราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าแฟชั่นไอเทมของ Human Made อย่างชัดเจน นี่จึงกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดโอกาสให้คนที่อาจยังไม่พร้อม ได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลแบรนด์ได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบัน Curry Up เริ่มขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เช่น Nakameguro, Shibuya และ Hong Kong ซึ่งล้วนเป็นย่านที่มีวัฒนธรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เข้มข้น
สะท้อนว่าการเลือกทำเล ไม่ได้มองแค่จำนวนลูกค้า แต่ให้ความสำคัญกับความสอดคล้องทางวัฒนธรรมกับแบรนด์
การเตรียมเปิด Flagship Store ของ Human Made และ Curry Up ที่ Central Embassy จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตาดูกันต่อว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
จะสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า โดยรวมทั้งการช็อปปิงและร้านอาหารเข้าไว้ด้วยกัน หรือจะเป็นเพียงการนำสินค้าไลฟ์สไตล์ของ Curry Up มาวางขายร่วมกับ Human Made เท่านั้น..
References :
Curry Up, Sabukaru, Yokogaomag