รู้จัก Chocolate Wagyu เบื้องหลังเนื้อนุ่มละลายในปาก จากวัวที่เลี้ยงด้วยช็อกโกแลต
Business

รู้จัก Chocolate Wagyu เบื้องหลังเนื้อนุ่มละลายในปาก จากวัวที่เลี้ยงด้วยช็อกโกแลต

16 มี.ค. 2026
รู้จัก Chocolate Wagyu เบื้องหลังเนื้อนุ่มละลายในปาก จากวัวที่เลี้ยงด้วยช็อกโกแลต /โดย ลงทุนเกิร์ล
“วากิว” คือวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่คนรักเนื้อทั่วโลกรู้จักกันดี จุดเด่นสำคัญคือ Marbling หรือลายไขมันแทรกในเนื้อ ที่ทำให้คนทานได้รสสัมผัสเนียนนุ่มละลายในปาก
โดยความต่างของเนื้อวากิวแต่ละชนิดก็จะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์วัว รวมไปถึงปัจจัยภายนอกอย่างสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดู และอาหารที่วัวกิน ซึ่งทำให้ได้เนื้อที่มีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกันออกไป
และหนึ่งในนั้นก็คือ “Chocolate Wagyu” เนื้อวากิวจากฟาร์มเก่าแก่ในออสเตรเลีย ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมเฉพาะตัว โดยเป็นเนื้อจากวัวที่กินอาหารสูตรพิเศษที่มีส่วนประกอบของช็อกโกแลตแบรนด์ดัง 
ว่าแต่ Chocolate Wagyu จะมีที่มาที่ไปอย่างไร ? 
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของ Chocolate Wagyu มาจาก “Mayura Station” ฟาร์มปศุสัตว์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1845 และอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูล de Bruin มาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1980
ซึ่งคุณ Adrian de Bruin ยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการผลิต นำเข้า และเพาะพันธุ์วัววากิวสายพันธุ์แท้ (Full-blood) จากญี่ปุ่นมายังออสเตรเลีย
โดยไอเดีย Chocolate Wagyu ก็มาจากคุณ Scott de Bruin ผู้เป็นลูกชาย ที่อยากสร้างจุดขายให้กับฟาร์มของครอบครัว และพบว่าการเลี้ยงวัวด้วยหญ้าหรือธัญพืชเช่นเดียวกับฟาร์มอื่น ๆ อาจจะยังไม่เพียงพอ
หลังจากได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากญี่ปุ่นหลายคน คุณ de Bruin จึงได้ไอเดียในการเติมช็อกโกแลตลงในอาหารวัว โดยใช้เวลากว่า 2 ปีในการพัฒนาสัดส่วนที่เหมาะสม
ซึ่งวัวทุกตัวจะได้กินอาหารสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของมิลก์ช็อกโกแลตบดละเอียด จากแบรนด์ Cadbury เฉลี่ยวันละประมาณ 1- 2 กิโลกรัม 
พร้อมกับเจลลีหมี (Gummy Bears) เจลลีงูรสสตรอว์เบอร์รีแอนด์ครีม เสริมด้วย M&M'S และ Smarties อีกเล็กน้อย และส่วนผสมสำคัญอื่น ๆ เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วน
ขนมหวานเหล่านี้จะเริ่มนำมาผสมในมื้ออาหารในช่วง 4 เดือนสุดท้ายก่อนส่งออก เริ่มต้นที่สัดส่วนประมาณ 15% ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มปริมาณจนถึง 25% ของอาหารทั้งหมด ซึ่งเป็นปริมาณและช่วงเวลาที่คำนวณมาแล้วว่าเหมาะสมและไม่ทำให้กระทบกับสุขภาพของวัว
เพราะโดยทั่วไปแล้วเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวก็มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันสูงอย่างเช่นกากน้ำตาล มาผสมในอาหารเพื่อเป็นตัวช่วยในกระบวนการขุนวัวให้สมบูรณ์
ซึ่งทาง Mayura Station เลือกใช้ขนมหวานอย่างช็อกโกแลต ก็เพราะในช็อกโกแลตมีกรดโอเลอิกปริมาณมาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยดึงรสชาติความหอมมัน และกลิ่นหอมจากการย่างออกมาได้อย่างโดดเด่น
ผลลัพธ์คือ ลูกค้าที่ได้ลองทานสัมผัสได้ว่าเนื้อมีรสชาติต่างออกไป ด้วยความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกลิ่นหอมคล้ายถั่ว และเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนราวกับเนย จนถูกเรียกว่าเป็นที่สุดของสเต๊กที่คนรักเนื้อควรได้ลองสักครั้ง
ที่สำคัญเนื้อวากิวในกลุ่ม Signature Series ของ Mayura Station ยังสามารถคว้าตำแหน่ง “Grand Champion” จากการประกวด Wagyu Branded Beef Competition (WBBC) ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมวากิวแห่งออสเตรเลีย 
และถือเป็นผู้ผลิตวากิวรายแรกของออสเตรเลียที่คว้ารางวัลได้ถึง 3 ครั้ง
Chocolate Wagyu จึงนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ Mayura Station ในฐานะฟาร์มวากิวชั้นนำของออสเตรเลีย จนสร้างฐานลูกค้าที่หลงรักในคุณภาพและรสชาติที่แตกต่าง
แม้จะมีช่วงหนึ่งที่ทางฟาร์มตัดสินใจงดผสมช็อกโกแลตลงไปในอาหาร เพราะต้องการปรับสีเนื้อให้ดูสวยงามตามความต้องการของตลาดในตอนนั้น
แต่กลับกลายเป็นว่ามีลูกค้าประจำติดต่อมาเรื่องรสชาติเนื้อที่เปลี่ยนไป จุดนี้เองที่ทำให้ทางฟาร์มตระหนักว่าช็อกโกแลตคือหัวใจสำคัญ จึงตัดสินใจนำกลับมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารวัวอีกครั้ง
รวมถึงยกระดับการเลี้ยงให้พรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น โดยสร้างโรงแรมวัวขนาดใหญ่ในชื่อ “Mayura Moo Cow Motel” เพื่อให้มั่นใจว่าวัวทุกตัวจะได้อยู่อย่างสบาย ซึ่งคุณ de Bruin เชื่อว่าข้อนี้จะส่งผลกับคุณภาพเนื้อโดยตรง
เพราะสิ่งที่ฟาร์มให้ความสำคัญที่สุดคือการผลิตเนื้อวัวคุณภาพ ที่มาจากการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม
จนได้ออกมาเป็น Chocolate Wagyu เนื้อวากิวระดับพรีเมียมที่กลายเป็นจุดขายสำคัญของฟาร์ม..
References :
- Forbes, South China Morning Post, ABC News
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.