
Business
มรดก 600 ล้านที่ไม่ทันได้ใช้.. สรุปเรื่องลูกสาว Whitney Houston เสียชีวิตตั้งแต่ 22 ปี อดใช้มรดก เพราะติดยา ซ้ำรอยแม่
11 พ.ค. 2026
มรดก 600 ล้านที่ไม่ทันได้ใช้.. สรุปเรื่องลูกสาว Whitney Houston เสียชีวิตตั้งแต่ 22 ปี อดใช้มรดก เพราะติดยา ซ้ำรอยแม่ /โดย ลงทุนเกิร์ล
การจากไปของนักร้องระดับตำนานอย่างคุณ Whitney Houston เป็นหนึ่งในมหากาพย์ที่เศร้าที่สุดของวงการบันเทิง เมื่อพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้ ถูกทำลายด้วยสารเสพติด
การจากไปของนักร้องระดับตำนานอย่างคุณ Whitney Houston เป็นหนึ่งในมหากาพย์ที่เศร้าที่สุดของวงการบันเทิง เมื่อพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้ ถูกทำลายด้วยสารเสพติด
แต่ใครจะคิดว่าเรื่องราวหลังจากนั้นกลับดรามายิ่งกว่า เพราะ 3 ปีต่อมา ลูกสาวของเธอก็พบจุดจบแบบเดียวกัน คือหมดสติในอ่างอาบน้ำจากการเสพยา และเสียชีวิตลงในที่สุด
สุดท้าย มรดกกว่า 600 ล้านบาทที่ผู้เป็นแม่เพียรสะสมไว้ หวังเป็นเกราะคุ้มกันให้ลูกมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต กลับต้องสูญเปล่า เพราะลูกสาวไม่ได้อยู่ใช้อีกแล้ว
เรื่องราวสุดดรามาทั้งหมด และตอนจบของเรื่องนี้เป็นอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
คุณ Whitney Houston คือ Diva ระดับโลกที่ถูกจดจำในฐานะศิลปินผู้ทรงอิทธิพล แต่ในแง่ของจุดเริ่มต้น เธอคือหญิงสาวจากครอบครัวธรรมดา ที่สร้างตัวด้วยเสียงร้องของตนเอง
จนเมื่ออายุ 25 ปี เธอได้เริ่มต้นความสัมพันธ์กับคุณ Bobby Brown ศิลปิน R&B ชื่อดังในยุคนั้น หลังพบกันที่งานประกาศรางวัลแห่งหนึ่ง ทั้งคู่แต่งงานกัน และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คนคือคุณ Bobbi Kristina
แต่แล้วชีวิตหลังแต่งงานกลับไม่ได้สวยหรูเหมือนที่วาดไว้ ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง และมีข่าวลือทั้งการนอกใจ การทำร้ายร่างกาย รวมไปถึงการใช้สารเสพติดในครอบครัว
ลูกอย่างคุณ Kristina จึงเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความโกลาหลและความมืดมนในบ้าน ที่ต้องเห็นพ่อแม่ใช้สารเสพติดเยียวยาจิตใจ พอออกนอกบ้าน ก็เจอแต่แสงแฟลชจากปาปารัซซี
จนในปี 2007 ทั้งคู่หย่าร้างกัน โดยคุณ Houston ได้สิทธิ์เลี้ยงดูลูกสาว
แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดคิด เมื่อ 5 ปีต่อมา มีคนพบศพคุณ Houston เสียชีวิตจากการจมน้ำในอ่างที่โรงแรม โดยมีโรคหัวใจและการใช้สารเสพติดเป็นปัจจัยร่วม
ภายหลังการเสียชีวิตของคุณ Houston มีการเปิดเผยพินัยกรรมออกมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยที่เธอมีต่อลูกสาวคนเดียวคนนี้ ราวกับเป็นความตั้งใจสุดท้าย ที่อยากดูแลและปกป้องเธอ แม้ในวันที่ตัวเองไม่อยู่แล้ว
เพราะในพินัยกรรม คุณ Houston มีการวางแผนทยอยจ่ายมรดกให้ลูกสาว โดยไม่ได้ยกมรดกให้ทีเดียว เพื่อให้ลูกมีเงินใช้ไปตลอดชีวิต ผ่านการจัดตั้งกองทรัสต์ตามพินัยกรรมที่เรียกว่า Testamentary Trust
กองทรัสต์ประเภทนี้จะเริ่มทำงานทันทีหลังผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิต โดยบริหารจัดการทรัพย์สินตามเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ ในกรณีนี้คุณ Houston ให้แม่และพี่สะใภ้ของเธอเป็นผู้ดูแลจัดการทรัพย์สินทั้งหมด
ซึ่งเธอกำหนดเงื่อนไข การทยอยจ่ายเงินมรดกให้ลูกสาวเอาไว้ ดังนี้
เมื่ออายุครบ 21 ปี จะได้รับเงิน 10% ของมรดก หรือประมาณ 65 ล้านบาทเมื่ออายุครบ 25 ปี จะได้รับเงินเพิ่มอีก 1 ใน 6 ของมรดก หรือประมาณ 100 ล้านบาทเมื่ออายุครบ 30 ปี จะได้รับมรดกส่วนที่เหลือทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณ Houston เสียชีวิต ลูกสาวในวัย 18 ปีก็อยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ เธอโพสต์คิดถึงแม่ในโซเชียลมีเดียอยู่บ่อยครั้ง และจากที่เสพยาอยู่แล้ว เธอก็ยิ่งเสพหนักขึ้นไปอีก
หลังจมกับความเศร้าถึง 3 ปี วันหนึ่งก็มีคนไปพบคุณ Kristina หมดสติในอ่างอาบน้ำในลักษณะที่คล้ายกับแม่ของเธอ ทำให้เธอต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการโคม่านาน 6 เดือน ก่อนจะเสียชีวิตในวัยเพียง 22 ปี
รายงานชันสูตรศพ ระบุว่าเธอเสียชีวิตจากการจุ่มใบหน้าลงในน้ำร่วมกับภาวะสารพิษตกค้างจากยาเสพติด พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่าการเสียชีวิตนี้ไม่ได้เกิดจากสาเหตุธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถสรุปได้ชัดว่าเป็นการฆาตกรรม อุบัติเหตุ หรือการฆ่าตัวตายกันแน่
อย่างไรก็ตาม ความตายที่มาเร็วก่อนวัยอันควรนี้ ทำให้แผนการส่งต่อมรดกที่คุณ Houston วางไว้ต้องหยุดชะงัก เพราะคุณ Kristina เพิ่งได้รับเงินงวดแรกเพียง 10% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 90% ยังคงอยู่ในกองทรัสต์
อีกทั้งยังมีรายงานข่าวว่าหลังคุณ Houston เสียชีวิต เหล่าผู้จัดการมรดกก็พยายามระงับการใช้เงินของคุณ Kristina เพราะเธออยู่ในสภาพที่ไม่มีสติที่จะใช้เงิน และยังมีเรื่องคาราคาซังกับแฟนหนุ่ม
โดยก่อนเสียชีวิต เธอคบหาดูใจกับคุณ Nick Gordon เด็กชายที่คุณ Houston เคยรับมาดูแลในบ้านตั้งแต่เขายังเด็ก จนเปรียบเสมือนลูกชายแท้ ๆ
แต่หลังจากที่คุณ Houston เสียชีวิต ทั้งคู่ก็ประกาศออกตัวว่าคบกัน สร้างความประหลาดใจให้คนทั้งโลก เพราะที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของพวกเขาคือพี่น้องกัน แม้จะไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือดก็ตาม
เมื่อคุณ Kristina เสียชีวิตอย่างกะทันหัน หลายสื่อก็พุ่งเป้าไปที่แฟนหนุ่มของเธอ รวมถึงครอบครัวของคุณ Kristina ก็ฟ้องร้องคุณ Gordon ในข้อกล่าวหาว่าเขาทำร้ายร่างกายและขโมยเงินของคุณ Kristina อีกทั้งยังเป็นคนให้ยาเสพติดกับเธอ
จนกระทั่งปี 2020 คุณ Gordon ก็เสียชีวิตตามไป โดยสาเหตุมาจากการเสพยาเกินขนาด ถือเป็นการปิดฉากลูกทั้ง 2 คนของคุณ Houston ทั้งลูกแท้ ๆ ในสายเลือด และลูกเลี้ยง
สุดท้าย เมื่อคุณ Kristina เสียชีวิตโดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีลูก และไม่ได้ทำพินัยกรรมของตัวเองเอาไว้ มรดกที่เหลือของคุณ Houston ทั้งหมดจึงถูกส่งต่อกลับคืนให้แม่และพี่น้องของเธอ
ส่วนคุณ Brown อดีตสามีของคุณ Houston หรือพ่อแท้ ๆ ของคุณ Kristina ปัจจุบันเขาแต่งงานใหม่ มีลูกด้วยกัน 3 คน และเลิกใช้ยาเสพติดมากว่า 15 ปีแล้ว
น่าเสียดาย ที่แม้ว่าแผนทยอยจ่ายมรดกผ่านกองทรัสต์ที่คุณ Houston วางไว้จะรัดกุมและชาญฉลาดเพียงใด
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึง คือบาดแผลทางจิตใจและวังวนของสารเสพติด ที่มันกลายมาเป็นสภาพแวดล้อมที่ส่งผลร้ายต่อลูกสาว
จนสุดท้าย มันก็ทำให้คุณ Kristina ต้องจบชีวิตในชะตากรรมเดียวกับเธอ โดยที่ยังไม่ทันได้ใช้มรดกที่แม่ทุ่มเทหามาทั้งชีวิต..
References :
Los Angeles Times, The Guardian, Biography