<อัปเดต> คอลเลกชันของ Matthieu Blazy ทำเรื่อง ! ดันยอดขาย CHANEL ครึ่งแรกปี 2026 พุ่ง 16%
Business

<อัปเดต> คอลเลกชันของ Matthieu Blazy ทำเรื่อง ! ดันยอดขาย CHANEL ครึ่งแรกปี 2026 พุ่ง 16%

6 ส.ค. 2026
<อัปเดต> คอลเลกชันของ Matthieu Blazy ทำเรื่อง ! ดันยอดขาย CHANEL ครึ่งแรกปี 2026 พุ่ง 16%
ในขณะที่ตลาดสินค้าหรูทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากพิษเศรษฐกิจและเข้าสู่ช่วงซบเซาจนแบรนด์ยักษ์ใหญ่หลายรายต้องกุมขมับ
แต่ CHANEL แบรนด์หรูระดับตำนานกลับโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งและเติบโตอย่างน่าทึ่งสวนทางกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างสิ้นเชิง
โดยแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับผลประกอบการ ของบริษัท Chanel Ltd. เปิดเผยว่า ยอดขายของ CHANEL ในครึ่งปีแรกนี้เติบโตขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ตลาดที่หลายแบรนด์กังวลอย่างจีนและตะวันออกกลาง
ภูมิภาคที่เติบโตโดดเด่นที่สุดคือสหรัฐอเมริกา ที่ยอดขายพุ่งทะยานไปมากกว่า 25%
ที่น่าสนใจคือ ยอดขายเปรียบเทียบ (Comparable Revenue) ของ CHANEL พุ่งขึ้นประมาณ 16% ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลักที่ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด เช่น เครือ LVMH ที่ยอดขายออร์แกนิกในแผนกแฟชั่นและเครื่องหนังเติบโตเพียง 1% เท่านั้น
ขณะที่แบรนด์ Dior ภายใต้เครือ LVMH ที่ร่วมงานกับดิไซเนอร์ใหม่อย่าง Jonathan Anderson และเปิดตัวคอลเลกชันในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำยอดขายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของแผนกแฟชั่นและเครื่องหนังเพียงเล็กน้อย
แม้ตัวแทนของ CHANEL ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น เนื่องจากเป็นบริษัทเอกชน แต่ด้วยความต่างของผลประกอบการนี้ก็ส่งผลให้หุ้นของคู่แข่งอย่าง LVMH ร่วงลงไปถึง 2% และ Hermès ร่วงลง 1.6% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธหลังมีรายงานตัวเลขนี้ออกมา
ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Kepler Cheuvreux ระบุว่านี่เป็น “ข่าวดีของอุตสาหกรรม แต่เป็นงานหนักสำหรับคู่แข่ง” และคาดว่า CHANEL กำลังจะชิงส่วนแบ่งทางการตลาดคืนมาจากแบรนด์ Hermès และ Dior ได้สำเร็จ
ต้องบอกว่ากุญแจสำคัญที่ผลักดันความสำเร็จในครั้งนี้ คือ Creative Director คนปัจจุบันของแบรนด์อย่าง Matthieu Blazy ผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ “Chanel-Mania” ที่สะกดให้คนลืมเรื่องราคา และหันมาไล่ล่าไอเทมของ CHANEL จนแบรนด์กลับมาลุกเป็นไฟในโลกแฟชั่นอีกครั้ง
นับตั้งแต่คอลเลกชัน Spring/Summer 2026 ซึ่งเป็นผลงานคอลเลกชันแรกของเขาที่เริ่มวางขาย ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสินค้าก็ Sold Out ในพริบตา จนเกิดภาพแถวยาวเหยียดหน้าช็อปทั่วโลก
นอกจากแผนกแฟชั่นแล้ว CHANEL ยังมียอดขายของแผนกนาฬิกาและเครื่องประดับ เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากแรงหนุนของเครื่องประดับคอลเลกชัน Coco Crush รวมถึงยอดขายนาฬิกาที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่รายได้ของแผนกน้ำหอมและเครื่องสำอาง ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 8% เช่นกัน
ความร้อนแรงของแบรนด์ยังสะท้อนผ่าน Lyst Index แพลตฟอร์มช็อปปิงระดับโลกที่จัดอันดับแบรนด์และสินค้ายอดฮิต ซึ่ง CHANEL สามารถครองอันดับ 1 แบรนด์ที่ร้อนแรงที่สุด ประจำไตรมาส 1 และ 2 ของปีนี้อีกด้วย..
Reference : Bloomberg
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.