อัปเดต 5 เทรนด์ความงาม ที่จะเกิดขึ้นในปี 2026
Business

อัปเดต 5 เทรนด์ความงาม ที่จะเกิดขึ้นในปี 2026

8 ม.ค. 2026
อัปเดต 5 เทรนด์ความงาม ที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 /โดย ลงทุนเกิร์ล
“โซเชียลมีเดียยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์ แต่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว กระแสไวรัลจากอินฟลูเอนเซอร์อย่างเดียวยังไม่พอ”
นี่คือมุมมองที่น่าสนใจจากคุณ Jeff Lindquist ผู้บริหารของ Boston Consulting Group ที่สะท้อนภาพอุตสาหกรรมความงามในปี 2026 ว่ากำลังก้าวเข้าสู่เฟส “Normalisation” หรือการกลับสู่ภาวะปกติ
หลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสไวรัลของสินค้าและเทรนด์บนโลกอินเทอร์เน็ตแบบ “มาไว ไปไว” จนทำให้ผู้บริโภคเริ่มเหนื่อยกับการวิ่งตามกระแส
แล้วในปี 2026 นี้ จะมีเทรนด์ความงามอะไรเกิดขึ้นบ้าง ? 
ลงทุนเกิร์ลขอยก 5 เทรนด์ความงามที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 อ้างอิงจากเว็บไซต์ Business Of Fashion เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ผู้ประกอบการได้นำไปปรับใช้กันค่ะ
1. K-Beauty กำลังขยายอิทธิพลไปทุกวงการ 
ในอดีตถ้าพูดถึง K-Beauty เราจะนึกถึงสินค้ากลุ่มสกินแคร์ เช่น ชีตมาสก์ เซรั่มหอยทาก แต่ตอนนี้สินค้าเกาหลีกำลังขยายอิทธิพลไปครอบคลุมทั้งเมกอัป, ผม, เล็บ และน้ำหอม 
ยกตัวอย่างแบรนด์เมกอัปเกาหลีที่มีคุชชันไวรัลอย่าง TIRTIR ก็ประสบความสำเร็จในตลาดสหรัฐฯ จนทำให้ร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Ulta Beauty ต้องเพิ่มสัดส่วนแบรนด์เกาหลีบนชั้นวาง
และหลายปีที่ผ่านมา สาว ๆ คงจะคุ้นเคยกับคำว่าผิวเงาวาวแบบ Glass Skin อยู่แล้ว แต่ในปี 2026 นี้สาว ๆ จะหันมาใส่ใจเรื่องงานผมที่ต้องเงางามแบบ Glass Hair เช่นกัน 
นอกจากนั้นงานเล็บและเครื่องหอมก็เป็นคลื่นลูกใหม่ที่ต้องจับตา เพราะแม้แต่แบรนด์ระดับโลกอย่าง L’Oréal ก็เริ่มเข้ามาลงทุนในแบรนด์น้ำหอมเกาหลีอย่าง Borntostandout 
ขณะที่แบรนด์ Tamburins ในเครือเดียวกับ Gentle Monster ก็เริ่มมีกระแสไปทั่วโลก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าน้ำหอมเกาหลีจะกลายเป็นไอเทมที่ทุกคนต้องมี
สรุปก็คือ K-Beauty กำลังกลายเป็นวัฒนธรรมความงามระดับสากล ไม่ใช่แค่เทรนด์เฉพาะกลุ่มสำหรับคนที่นิยมใช้สินค้าเกาหลีเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
2. การยกคลินิกมาไว้ที่บ้าน 
ปี 2026 ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จนหลายคนเลือกใช้แทนการทำหัตถการ เทรนด์นี้เริ่มต้นจากอุปกรณ์นวดหน้าไฮเทคที่แมสมากในหมู่สาว ๆ อย่างแบรนด์ Medicube 
ตามมาด้วย VT Cosmetics ที่สร้างกระแสด้วยเซรั่ม Reedle Shot ที่มีส่วนประกอบขนาดเล็กคล้ายเข็มทิ่มลงในผิวเพื่อช่วยให้สารบำรุงซึมลึกขึ้น
ดังนั้นในปีนี้เราจะเห็นหลาย ๆ แบรนด์ที่ทำสินค้าเริ่มเลียนแบบผลลัพธ์จากคลินิก เช่น เซรั่มที่อ้างผลลัพธ์เหมือน Botox, สกินแคร์ที่เลียนแบบ Vampire Facial และ Microneedling แบบไม่ต้องเข้าคลินิก
สรุปว่าตอนนี้ลูกค้าจะไม่ได้แค่ถามว่าครีมตัวไหนดี เซรั่มตัวไหนดัง แต่จะถามว่ามีผลิตภัณฑ์อะไรที่ทดแทนการเข้าคลินิกได้บ้าง
3. ยุคทองของแบรนด์โดย Makeup Artist
กระแสของแบรนด์ความงามที่ก่อตั้งโดยช่างแต่งหน้ามืออาชีพ จะได้รับความนิยมแทนที่แบรนด์ที่ก่อตั้งโดยเซเลบริตี เพราะผู้บริโภคจะเชื่อมั่นในเรื่องเทคนิคและคุณภาพ
เห็นได้จากแบรนด์ของช่างแต่งหน้ามืออาชีพอย่าง Makeup by Mario, Patrick Ta Beauty และ Danessa Myricks Beauty ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 
และแบรนด์เมกอัปน้องใหม่ของคุณ Hung Vanngo และคุณ Mary Phillips ซึ่งเป็น 2 ช่างแต่งหน้าและบิวตีบล็อกเกอร์ชื่อดัง ก็ถูกเชนร้านยักษ์ใหญ่อย่าง Sephora คว้าไปวางขายทันทีที่เปิดตัว
อีกทั้งยังมีกระแสว่ายุคของ Clean Girl ที่เป็นการแต่งหน้าใส ๆ เพื่ออวดผิวจะเริ่มดร็อปลง และเข้าสู่ยุคของ Full-Glam หรือการแต่งหน้าแบบจัดเต็ม 
นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้ผู้บริโภคอยากเรียนรู้เทคนิคการแต่งหน้าขั้นสูงจากช่างแต่งหน้ามืออาชีพ และต้องการเครื่องสำอางที่ให้ผลลัพธ์แบบ Professional 
4. น้ำหอมตะวันออกกลางกำลังครองกระแส
หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของแบรนด์ Kayali ผู้บุกเบิกกระแสน้ำหอมสายอาหรับจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำหอมที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนเชลฟ์ของ Sephora
แต่ความฮอตไม่ได้หยุดอยู่แค่แบรนด์เดียว เพราะเสน่ห์ของกลิ่นน้ำหอมตะวันออกกลางที่มีความเข้มข้น หรูหรา ติดทนนานเช้าจรดเย็น และครอบคลุมทุกระดับราคา
ทำให้หลายแบรนด์น้ำหอมตะวันออกกลางได้รับความนิยม เช่น แบรนด์ลักชัวรีอย่าง Amouage และแบรนด์ Lattafa ก็กำลังกลายเป็นดาวเด่น
หรือการรีวิวน้ำหอมบนโลกออนไลน์ที่เน้นขายความรู้สึกและไลฟ์สไตล์ เช่น การนิยามว่ากลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่ฉีดแล้วดูเป็นสาวลักชัวรี เป็นลูกหลานราชนิกุลเดินมาตัวหอมฟุ้ง
นี่จึงเป็นสัญญาณที่บอกว่าเทรนด์น้ำหอมในปี 2026 จะมีความตะโกนมากขึ้น ผู้คนจะเริ่มเบื่อกับกลิ่นน้ำหอมแบบคลีน ๆ และหันไปหาน้ำหอมที่มีส่วนผสมซับซ้อนและมีเอกลักษณ์แบบน้ำหอมตะวันออกกลางมากขึ้น
5. สกินแคร์ที่เน้นบำรุงเฉพาะจุด 
ผู้บริโภคยุคใหม่พวกเขาแยกออกว่าอวัยวะแต่ละจุดต้องการการบำรุงที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นพวกเขาจะมองหาการดูแลเฉพาะจุดที่กังวลเป็นพิเศษ
เช่น ใต้ตาจะต้องมีมาสก์ แพตช์ เซรั่ม ส่วนคอจะต้องทาครีมหรือมีทรีตเมนต์บำรุงเฉพาะ และริมฝีปากคือหมวดหมู่ที่โตแรงที่สุด โดยสถิติระบุว่ายอดค้นหา Lip Serum พุ่งสูงขึ้นเกือบ 80% 
โดยแบรนด์ที่เป็นกรณีศึกษาของเรื่องนี้ คือ Laneige ซึ่งหลัง Lip Mask ประสบความสำเร็จ ก็ต่อยอดด้วย Glaze Craze Tinted Lip Serum ลิปเซรั่มที่ทั้งบำรุงและมีสีสันในหลอดเดียวเพื่อมาครองตลาดต่อทันที
ปีนี้จึงเป็นปีที่ผู้บริโภคจะหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะส่วนนั้นจริง ๆ โดยเน้นไปที่จุดที่แสดงสัญญาณแห่งวัยได้ชัดเจนที่สุด
สรุปแล้วในปี 2026 นี้ สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่เทคโนโลยีความงามที่ต้องล้ำสมัยเท่านั้น แต่คือการกลับมาของตัวจริงในวงการ อย่างแบรนด์เมกอัปของช่างแต่งหน้ามืออาชีพ และแบรนด์สกินแคร์ที่พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
นอกจากนั้นผู้บริโภคยังฉลาดเลือกมากขึ้น พวกเขาจะมองหาสิ่งที่จะมายกระดับการใช้ชีวิตให้สะดวกสบาย เช่น สกินแคร์ที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับคลินิก และผลิตภัณฑ์ที่สามารถบำรุงได้เฉพาะจุด
และเรากำลังเข้าสู่ยุคที่บิวตีไร้พรมแดน ไม่ใช่แค่ความนิยมในหมู่คนเฉพาะกลุ่มอีกแล้ว ซึ่งผู้บริโภคจะใช้ผลลัพธ์เป็นตัวตัดสิน เพราะในวันนี้ กระแสไวรัลอาจไม่สำคัญเท่าคุณภาพที่เห็นผลจริง..
Reference :
- Business Of Fashion
© 2025 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.