
Business
<อัปเดต> MAGURO ครึ่งปีหลัง ซูชิสายพานจองเต็มถึงเดือนกันยา เตรียมเปิดแบรนด์ขนม “Age.3” และอาหารอีสาน “หลาย”
14 ส.ค. 2026
<อัปเดต> MAGURO ครึ่งปีหลัง ซูชิสายพานจองเต็มถึงเดือนกันยา เตรียมเปิดแบรนด์ขนม “Age.3” และอาหารอีสาน “หลาย”
ล่าสุด บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ผู้นำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียม
ทั้ง MAGURO, HITORI SHABU, SSAMTHING TOGETHER, Tonkatsu AOKI, KIWAMIYA, CouCou, BINCHO, IPPE KOPPE, Chopman และ Kaiten Sushi Ginza Onodera
ได้รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569
กวาดรายได้รวม 1,139 ล้านบาท เติบโตขึ้น 32%
ทำกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท โตขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้บริษัทระบุว่า การเติบโตดังกล่าว มีปัจจัยหลักมาจาก “การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง”
ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา MAGURO เร่งสปีดเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นถึง 13 สาขา ขยายจากเดิมที่มี 45 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2568 ขึ้นมาเป็น 58 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2569 คิดเป็นจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นถึง 29%
ซึ่งฐานลูกค้าใหม่ที่เข้ามาใช้บริการสาขาและแบรนด์ใหม่ ๆ เหล่านี้ ได้เข้ามาช่วยชดเชยยอดขายต่อสาขาเดิมที่ลดลงตามกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าทำแคมเปญโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขายและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 48.3% ซึ่งลดลงเพียงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 48.7%
ขณะที่กำไร EBITDA พุ่งแตะ 286 ล้านบาท เติบโตถึง 38% คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ที่ 25.1% สะท้อนถึงพื้นฐานการดำเนินธุรกิจที่มั่นคง
ส่วนในครึ่งปีหลัง MAGURO ใช้ “กลยุทธ์การขยายพอร์ตธุรกิจ” บนสองแนวทางหลักที่เดินหน้าคู่กันไป
แนวทางแรกคือ การนำเข้าแบรนด์ดังระดับโลกจากต่างประเทศ
เริ่มจากการเปิดตัวแบรนด์ดังอย่างร้านซูชิสายพานพรีเมียม Kaiten Sushi Ginza Onodera เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด จนยอดจองที่นั่งเต็มไปจนถึงเดือนกันยายนนี้แล้ว
และร้านขนมทอดชื่อดังจากย่านกินซ่าอย่าง Age.3 (อาเกะซัง) ที่จะตามมาในเดือนตุลาคม โดยทั้งสองแบรนด์ใหม่นี้จะช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มบริษัทฯ ให้ครอบคลุมตั้งแต่อาหารคาวไปจนถึงของหวาน
แนวทางที่สองคือ การพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง
เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง หลาย (Laii) ร้านอาหารอีสานร่วมสมัย ในวันที่ 1 กันยายนนี้ ณ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา
นอกจากอาหารคาวหวานแล้ว MAGURO ยังรุกจับกลุ่มคนเมืองและ Gen Z ด้วยการร่วมมือกับ YOTEI ในเครือ SEACONBEV เปิดตัวเครื่องดื่ม Yotei Light Ume เพื่อเติมเต็มประสบการณ์มื้ออาหารให้ครบเครื่องยิ่งขึ้นด้วย..
Reference : ข่าวประชาสัมพันธ์ MAGURO Group