
Business
ทำไมทิชชูฟรี แต่ผ้าอนามัยไม่ฟรี ? คำถามที่กลายเป็นธุรกิจของสาววัย 18 ปี ที่ระดมทุนได้ 570 ล้านบาท
21 ส.ค. 2026
ทำไมทิชชูฟรี แต่ผ้าอนามัยไม่ฟรี ? คำถามที่กลายเป็นธุรกิจของสาววัย 18 ปี ที่ระดมทุนได้ 570 ล้านบาท /โดย ลงทุนเกิร์ล
ถ้าในห้องน้ำผู้หญิงมีทิชชูฟรีได้ แล้วทำไมผ้าอนามัยถึงไม่มีให้ใช้ฟรีบ้าง ?
นี่คือคำถามที่อัดอั้นในใจของเด็กหญิงชาวอเมริกันคนหนึ่ง หลังประสบปัญหามีรอบเดือนในวันที่ไม่ทันตั้งตัว
แต่เมื่อเข้าห้องน้ำเธอกลับพบว่าต้องใช้เหรียญหยอดตู้เพื่อซื้อผ้าอนามัย ซึ่งในยุคนี้แทบไม่มีใครพกเงินสดกันแล้ว
เหตุการณ์เล็ก ๆ ในห้องน้ำวันนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ชื่อ Aunt Flow ที่ในปี 2024 บริษัทสามารถระดมทุนจาก Venture Capital ได้ราว 570 ล้านบาท พร้อมมีลูกค้าองค์กรระดับโลกมากมาย
แล้วเรื่องราวของ Aunt Flow น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ไอเดียธุรกิจนี้เริ่มต้นในปี 2016 ช่วงที่คุณ Claire Coder ผู้ก่อตั้งมีอายุเพียง 18 ปี หรืออยู่ในวัยมหาวิทยาลัย
หลังจากที่เธอเกิดไอเดียผลักดันให้ผ้าอนามัยฟรีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้หญิง เธอจึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อทุ่มเทกับการก่อตั้งบริษัท Aunt Flow อย่างเต็มตัว
ในช่วง 2 ปีแรกคุณ Coder ต้องใช้เงินทุนของตัวเองจากการรับจ็อบเสริมต่าง ๆ เช่น พนักงานเสิร์ฟ และนางแบบวาดภาพในชั้นเรียน เพื่อหาเงินมาลงทุนในบริษัท
ด้วยความที่เธอยังอายุน้อย ไม่มีปริญญา และกำลังขายสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องที่ในเวลานั้นยังถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
จึงไม่ง่ายนักเมื่อคุณ Coder ต้องไปนำเสนอโปรเจกต์กับนักลงทุนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายสูงอายุ ทำให้นักลงทุนต่างไม่มั่นใจในไอเดียของเธอและคิดว่าไม่สามารถทำได้จริง
แต่ความพยายามของเธอครั้งนี้ก็ทำให้เรื่องที่ถูกมองข้ามกลายเป็นบทสนทนาทั่วไปที่ควรพูดคุยได้อย่างเปิดเผย
จนกระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึง เมื่อองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Policy Project ในรัฐยูทาห์ และ Justice Necessary ในรัฐโคโลราโด เริ่มผลักดันให้มีข้อกำหนดทางกฎหมายให้โรงเรียนต้องจัดหาผ้าอนามัยแบบไม่มีค่าใช้จ่ายให้นักเรียน
นั่นส่งผลให้ Aunt Flow กลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของหลายภาคธุรกิจ จนบริษัทเริ่มได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่
โดยบริษัทได้พัฒนาตู้จ่ายผ้าอนามัยแบบ Free-Vend หรือตู้จ่ายผ้าอนามัยอัตโนมัติแบบแจกฟรีที่ถูกดิไซน์มาเป็นพิเศษซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ และเป็นไปตามมาตรฐาน ADA ที่ใช้สำหรับผู้ทุพพลภาพในสหรัฐฯ
ภายในตู้มีผ้าอนามัยทั้งแบบแผ่นและแบบสอด ผลิตจากฝ้ายออร์แกนิก พร้อมออกแบบตู้ให้ดูแลรักษาง่ายและทนทานต่อการถูกทำลาย
ต่อมาโมเดลธุรกิจ Aunt Flow พัฒนาจากการขายสินค้าเพียงครั้งเดียว มาเป็นฮาร์ดแวร์ในรูปแบบผู้ให้บริการสำหรับองค์กรในระยะยาว โดยเป็นผู้ดูแลตั้งแต่การติดตั้งใช้งาน ไปจนถึงการดูแลเรื่องการจัดการเติมสินค้าในตู้
นอกจากนี้บริษัทยังขยายขอบเขตสินค้าด้วยการสร้างระบบกำจัดผ้าอนามัยให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อช่วยลดปัญหาการทิ้งผ้าอนามัยลงชักโครก พร้อมช่วยให้แม่บ้านและผู้ใช้ห้องน้ำ ลดการสัมผัสกับเชื้อโรคที่ติดต่อผ่านเลือดและเสริมสร้างความปลอดภัยมากขึ้น
เมื่อมีองค์กรต่าง ๆ นำแนวคิดเรื่องตู้จำหน่ายผ้าอนามัยฟรีมาใช้มากขึ้น
ห้องน้ำหลายที่ในสหรัฐฯ ก็ถูกออกแบบใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนควรมีสิทธิ์เข้าถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน
ปัจจุบัน Aunt Flow จัดส่งสินค้าไปแล้วกว่า 34 ล้านชิ้นให้กับบริษัท, โรงเรียน, สนามบิน ไปจนถึงสนามกีฬา
มีลูกค้าเป็นองค์กรระดับโลก เช่น Apple, Google, Netflix, Princeton University และสนามกีฬาของทีม Phoenix Suns ใน NBA ลีกการแข่งขันบาสเกตบอลอาชีพ
เรียกได้ว่าโมเดลของ Aunt Flow กำลังพยายามย้ายค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจากผู้ใช้ ไปอยู่ในงบ Facility ของบริษัท โรงเรียน สนามบิน หรือสนามกีฬา เหมือนกับที่องค์กรเป็นผู้จ่ายค่ากระดาษชำระ สบู่ และกระดาษเช็ดมืออยู่แล้ว
ซึ่งในอนาคตเป้าหมายของ Aunt Flow ยังคงเป็นสิ่งที่คุณ Coder ยึดถือมาตั้งแต่วันแรกในการทำธุรกิจ นั่นก็คือ การผลักดันให้ห้องน้ำผู้หญิงมีผ้าอนามัยฟรีทุกที่
เมื่อเทียบกับจำนวนห้องน้ำหญิงในสหรัฐฯ ที่มีราว 10 ล้านแห่ง ก็พบว่า Aunt Flow เพิ่งเข้าไปอยู่ในห้องน้ำประมาณ 70,000 แห่ง ซึ่งหมายความว่าบริษัทยังมีพื้นที่ในการเติบโตและความท้าทายอีกมาก
อ่านมาถึงตรงนี้ สิ่งที่น่าสนใจของ Aunt Flow จึงอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของหญิงสาววัย 18 ปีที่สร้าง Startup ขึ้นมา แต่เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีส่วนช่วยเปลี่ยนมาตรฐานของห้องน้ำสาธารณะ ไปตลอดกาล..
References :
- Inc., Forbes, Business Insider