Sea Glass Art เทรนด์ที่เปลี่ยนขยะเศษแก้วตามชายหาด ให้เป็นงานศิลปะที่สร้างรายได้
Business

Sea Glass Art เทรนด์ที่เปลี่ยนขยะเศษแก้วตามชายหาด ให้เป็นงานศิลปะที่สร้างรายได้

21 ก.ย. 2026
Sea Glass Art เทรนด์ที่เปลี่ยนขยะเศษแก้วตามชายหาด ให้เป็นงานศิลปะที่สร้างรายได้ /โดย ลงทุนเกิร์ล
ปกติแล้วถ้าเราไปเที่ยวทะเล สิ่งที่มักจะก้มเก็บกลับบ้านก็คงเป็นเปลือกหอย น้ำทะเล หรือก้อนหินสวย ๆ
แต่ช่วงนี้หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนกำลังเดินก้มเก็บเศษแก้วริมชายหาด หรือที่เรียกว่า “Sea Glass” เพราะนอกจากจะสะสมเองแล้ว ยังสามารถนำมาทำเป็นงานศิลปะสร้างรายได้ 
จนปัจจุบันในกรุ๊ปเฟซบุ๊กอย่าง Sea Glass Thailand มียอดสมาชิกสูงถึง 1.4 แสนคน และงานศิลปะจากเศษแก้วของสมาชิกหลายคน ก็มีคนไปประมูลตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันปลาย ๆ 
เทรนด์ Sea Glass Art นี้คืออะไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง 
Sea Glass คือเศษแก้วจากขวดหรือภาชนะแก้วที่ถูกทิ้งลงทะเล แล้วถูกคลื่น น้ำทะเล และทรายขัดเกลาตามธรรมชาตินานหลายปี จนขอบคมและความใสหายไป กลายเป็นแก้วขุ่นมนสวยงามคล้ายอัญมณี
ซึ่ง Sea Glass แต่ละชิ้นมักมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งสีสัน รูปทรง และประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ เพราะบางชิ้นอาจผ่านกาลเวลามานานกว่าร้อยปี
อ้างอิงจากบทความเรื่อง Gemstones of the Beaches ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร Rock & Gem Magazine ฉบับเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2009
Sea Glass สีที่หาง่ายทั่วไป คือสีใส ขาว น้ำตาล และเขียว รองลงมาคือเขียวมะกอก สีอำพัน และเขียวอ่อน เพราะมักมาจากขวดเบียร์ ขวดน้ำอัดลม กระจก และภาชนะของใช้ในบ้านทั่วไป
ส่วนสีที่หายาก คือสีชมพู ส้ม แดงทับทิม น้ำเงินสด เทอร์คอยส์ ม่วง และดำ เพราะมักมาจากของแพงในอดีต เช่น ไฟท้ายรถยนต์ หรือเครื่องแก้วราคาแพง นักสะสมที่ได้สีเหล่านี้จึงรู้สึกภูมิใจ เหมือนได้เจอชิ้นส่วนประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม การจะเจอ Sea Glass สวย ๆ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะชายหาดที่เหมาะกับการหามักอยู่ใกล้ชุมชนเก่า ท่าเรือ และควรเป็นชายหาดที่มีหินหรือกรวดเยอะ เพราะจะช่วยขัดเกลาให้ Sea Glass มนสวย 
และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปหาคือหลังพายุหรือช่วงที่มีคลื่นแรง โดยเฉพาะช่วงน้ำลง เพราะคลื่นจะพัด Sea Glass ที่จมอยู่ใต้ทะเลขึ้นมากองรวมกันบนฝั่ง
แล้วทำไมคนถึงหันมาฮิตสะสม Sea Glass ?
ตั้งแต่ยุค 1960 เป็นต้นมา โลกหันมาใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแทนแก้วมากขึ้น ร่วมกับการมีระบบรีไซเคิลและการจัดเก็บขยะที่ดีขึ้น ทำให้เศษแก้วใหม่ ๆ ลงสู่ทะเลลดลง Sea Glass แท้จึงกลายเป็นของสะสมที่นับวันยิ่งหายาก
แต่อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้คนยุคนี้นิยมสะสม Sea Glass เพราะแต่ละชิ้นจะไม่มีทางเหมือนกันเป๊ะ และหากชิ้นไหนที่ลักษณะมนมาก ๆ ก็มีโอกาสที่จะอยู่ในทะเลมานานมาก 
และนั่นก็ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ หรืออะไรที่มีชิ้นเดียวในโลก คนจึงมักนำ Sea Glass ไปทำเป็นเครื่องประดับ 
สำหรับในประเทศไทยเองก็มีคนนำ Sea Glass มาต่อยอดเป็นธุรกิจเครื่องประดับ อย่างแบรนด์ Seaglassy ของคุณพลอย-สิรินดา 
ซึ่งนำ Sea Glass จากธรรมชาติที่เก็บได้จากชายหาดต่าง ๆ ในไทยมาแปรรูปเป็นเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นอกจากนั้น คนยังนำ Sea Glass ไปต่อยอดเป็นงานศิลปะอื่น ๆ อย่างช่วงนี้ที่หลายคนน่าจะเห็นผ่านหน้าไทม์ไลน์ก็คือภาพวาด Sea Glass
เป็นการนำ Sea Glass มาระบายด้วยสีอะคริลิกหรือสีน้ำก้อน แล้ววาดลวดลายตกแต่งเพิ่มเติมบนกระดาษ เช่น ปลาสายพันธุ์ต่าง ๆ เมนูกาแฟ เมนูซูชิ แล้วใส่กรอบให้สวยงาม 
ซึ่งปัจจุบันก็มีคนนำภาพ Sea Glass ที่ทำเองไปประมูล ยกตัวอย่างในคอมมิวนิตีอย่างกลุ่มเฟซบุ๊ก Sea Glass Thailand ที่มีสมาชิก 1.4 แสนคน บางชิ้นเริ่มต้นประมูลที่หลักสิบหลักร้อย แต่มักจบที่หลักพันบาท
เรียกว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจ สำหรับใครที่ชอบวาดภาพหรือทำงานประดิษฐ์เป็นงานอดิเรก แล้วอยากหารายได้เสริม
อย่างไรก็ตาม ในอีกแง่มุมหนึ่ง เทรนด์นี้ก็มีข้อควรระวังอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อความต้องการ Sea Glass เพิ่มขึ้น ก็จะมีการทำของลอกเลียนแบบเพื่อตอบสนองตลาด
ซึ่งตอนนี้ก็มีต่างชาติทำคอนเทนต์นำขวดแก้วไปทุบแล้วเอาไปใส่ใน Rock Tumbler หรือเครื่องขัดหิน เติมทรายและน้ำ ใช้เวลาประมาณ 2 วันจนถึง 1 สัปดาห์ ก็จะได้ Sea Glass ที่ดูคล้ายผ่านกาลเวลามานาน
หรือแม้แต่หาดที่มีชื่อเสียงด้าน Sea Glass และปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหาด Glass Beach ในเมือง Fort Bragg รัฐแคลิฟอร์เนีย ก็มีข้อห้ามไม่ให้เก็บ Sea Glass กลับบ้านแล้ว
แต่หากมองในแง่ของการตระหนักรู้ การเก็บกลับมาแต่พอดีและตรวจสอบกฎของแต่ละพื้นที่ก่อน
ก็ถือว่าเทรนด์นี้ส่งเสริมให้คนเราหันมาช่วยกันเปลี่ยนขยะริมชายหาด ให้กลายเป็นสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ จนหลายคนยอมจ่ายเงินซื้อ..
Reference : 
- By The Sea Jewelry
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.