สรุป 6 ไฮไลต์ COSMEX 2026 เมื่อ K, J, C และ T-Beauty มาเจอกัน คนทำธุรกิจความงามได้อะไร ?
Business

สรุป 6 ไฮไลต์ COSMEX 2026 เมื่อ K, J, C และ T-Beauty มาเจอกัน คนทำธุรกิจความงามได้อะไร ?

21 ต.ค. 2026
รู้หรือไม่ว่า ในปี 2568 ตลาดเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทย มีมูลค่ารวมสูงถึง 312,000 ล้านบาท
ขณะที่ปี 2569 สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทยคาดว่า ตลาดเครื่องสำอางไทยจะเติบโตต่อเนื่องประมาณ 7.4%
ที่น่าสนใจคือ ไทยยังมีมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในปี 2568 สูงถึง 3.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 117,480 ล้านบาท
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจความงามยังเป็นหนึ่งในตลาดที่มีโอกาสเติบโต ทั้งสำหรับแบรนด์ใหญ่ ผู้ประกอบการ SME ไปจนถึงคนที่อยากเริ่มต้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง
แต่ถ้าวันนี้เราอยากมีแบรนด์ความงามเป็นของตัวเองสักแบรนด์ จะไปหาโรงงานผลิตที่ไหนดี ? หรือถ้ามีแบรนด์อยู่แล้ว จะตามหาเทรนด์ใหม่ ๆ และคู่ค้าจากต่างประเทศได้จากที่ไหน ?
จะดีแค่ไหน ถ้ามีงานที่รวมทุกอย่างตั้งแต่โรงงานรับผลิต แพ็กเกจจิง นวัตกรรมความงาม ไปจนถึงพาร์ตเนอร์จากทั่วโลก มาให้เราเลือกดูและพูดคุยได้ในที่เดียว
ทั้งหมดนี้สามารถมาค้นหาได้ที่ COSMEX 2026 งานที่รวบรวมเทคโนโลยีการผลิต บรรจุภัณฑ์ และบริการรับผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากหลายประเทศมาไว้ในที่เดียว
โดยงานนี้จัดขึ้นโดย RX BITEC ระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2569 ณ ไบเทค บางนา
ที่สำคัญ ปีนี้ยังรวมเทรนด์ K-Beauty, J-Beauty, C-Beauty และ T-Beauty มาไว้ในงานเดียวอีกด้วย
แล้วงานนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ? ลงทุนเกิร์ลมัดรวม 6 ไฮไลต์มาให้แล้ว
1. รวมผู้ประกอบการกว่า 300 แบรนด์ จาก 20 ประเทศ ไว้ในงานเดียว
สำหรับคนที่อยากสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง สกินแคร์ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ยังไม่รู้จะเริ่มหาโรงงานผลิตหรือพาร์ตเนอร์จากที่ไหน งานนี้อาจมีคำตอบ
เพราะ COSMEX 2026 รวบรวมผู้ประกอบการกว่า 300 แบรนด์ จาก 20 ประเทศ ตั้งแต่โรงงานรับผลิต OEM/ODM ผู้ให้บริการบรรจุภัณฑ์ การพิมพ์ฉลาก เครื่องจักรผลิตเครื่องสำอาง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและอุปกรณ์ความงาม
ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเปรียบเทียบผู้ผลิต สำรวจเทคโนโลยีใหม่ ๆ และพูดคุยกับพาร์ตเนอร์จากหลายประเทศได้โดยตรง
ส่วนคนที่มีแบรนด์อยู่แล้ว ก็สามารถใช้โอกาสนี้มองหาผู้ผลิตรายใหม่ หรือแนวทางพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิต เพื่อต่อยอดธุรกิจของตัวเอง
2. อัปเดตเทรนด์ K-Beauty, J-Beauty, C-Beauty และ T-Beauty
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราคงคุ้นเคยกับกระแส K-Beauty จากเกาหลีใต้ และ J-Beauty จากญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมในตลาดความงาม
ขณะที่ C-Beauty จากจีน และ T-Beauty จากไทย ก็กำลังเป็นอีกสองกระแสความงามที่น่าจับตา โดยเฉพาะ T-Beauty ที่มีจุดแข็งด้านสมุนไพร ภูมิปัญญาไทย Wellness และความเชี่ยวชาญของผู้ผลิต OEM/ODM ในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์
ทำให้ COSMEX 2026 เป็นโอกาสที่จะได้สำรวจเทรนด์ความงามจากหลายประเทศในงานเดียว โดยมีผู้ประกอบการจากเกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย พร้อม 2 พาวิลเลียนจากเกาหลีใต้และจีน
ให้ผู้เข้าชมได้ค้นหาไอเดียใหม่ ๆ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ไปจนถึงนวัตกรรม ที่อาจนำมาพัฒนาหรือสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตัวเอง
ที่สำคัญ COSMEX 2026 ยังเป็นเวทีนัดพบของสมาชิก Global Cosmetics Cluster (GCC) เครือข่ายที่มีสมาชิก 24 องค์กร จาก 18 ประเทศ พร้อมเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านตลาดจากผู้เชี่ยวชาญในสเปน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย
3. เปิด 3 โซนใหม่ ดันศักยภาพ T-Beauty สู่ตลาดโลก
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจับตาในปีนี้ คือการจับมือกับหลายองค์กร เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ความงามไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ ผ่าน 3 โซนใหม่ ได้แก่
- DTAM Zone รวมผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่นำภูมิปัญญาและนวัตกรรมไทยมาสร้างจุดขาย พร้อมเชื่อมต่อเจ้าของผลิตภัณฑ์กับผู้จัดจำหน่าย ผู้นำเข้า-ส่งออก และธุรกิจสปาหรือ Wellness
- DIPROM Pavilion พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการไทย ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม ดำเนินงานโดยสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) เพื่อให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศและผู้ส่งออกไทยได้ค้นพบสินค้าและคู่ค้ารายใหม่
- Fragrance Zone รวมแบรนด์น้ำหอมไทยอย่าง Journal, Artisan Valley รวมถึงโรงงานที่ผลิตน้ำหอมให้กับแบรนด์ชื่อดังอย่าง Madame Fin ให้ผู้เข้าชมได้สำรวจทั้งผลิตภัณฑ์และศักยภาพของอุตสาหกรรมน้ำหอมไทย
นอกจากนี้ ยังมี COSMEX Halal Cosmetics ที่กลับมาอีกครั้ง โดยร่วมมือกับสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเชื่อมต่อผู้ประกอบการกับผลิตภัณฑ์และพันธมิตรสำหรับพัฒนาเครื่องสำอางตามมาตรฐานฮาลาล ซึ่งช่วยเปิดประตูสู่ตลาดกลุ่มใหม่ ๆ
4. ส่องนวัตกรรมความงามจากทั่วโลก ตั้งแต่สารสกัดกุหลาบไทยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกันแดด 40% ถึงทรีตเมนต์ผมใน 8 วินาที
ถ้าพูดถึงนวัตกรรมความงาม หลายคนอาจนึกถึงเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่น แต่รู้หรือไม่ว่า ไทยเองก็มีนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับโลกเช่นกัน
อย่าง Natural UV Booster จาก S&J International สารสกัดกุหลาบออร์แกนิกไทยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกันแดดได้ 40% และได้รับ 3 รางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น
หรือ Hair Treatment จาก International Laboratories (ILC) ทรีตเมนต์เนื้อน้ำที่เปลี่ยนเป็นครีม พร้อมชูจุดเด่นเรื่องการบำรุงเส้นผมภายใน 8 วินาที
ขณะที่ฝั่งเกาหลีใต้ก็มี WONBIO ที่นำเสนอ GLINITY สกินบูสเตอร์สำหรับ Microneedle Home-care พร้อมเข็มไมโครแมกนีเซียมขนาด 0.25 มิลลิเมตร
ส่วนไต้หวันมี RM Biotech ที่นำเสนอนวัตกรรมสังเคราะห์เปปไทด์และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพขั้นสูง สำหรับสกินแคร์และเวชศาสตร์ความงาม
นอกจากนี้ ยังมี HACK LAB ที่นำเสนอเวชสำอาง ISDIN จากสเปน และ CureCode จากเกาหลีใต้ พร้อมชูนวัตกรรม NEUROMIDE® ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว
ส่วนใครที่สนใจเทคโนโลยีการผลิต ก็มี Guangzhou Ailusi Machinery และ PRIMIX (โดย TSK Engineering) ที่นำเสนอเครื่องจักรผสมสุญญากาศและไลน์การผลิตมาตรฐาน GMP ที่ทนการกัดกร่อน
ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างนวัตกรรมที่ผู้เข้าชมจะได้ค้นพบในงาน COSMEX 2026 ตั้งแต่สารสกัดและเทคโนโลยีดูแลผิว ไปจนถึงเครื่องจักรสำหรับการผลิต ซึ่งเจ้าของแบรนด์สามารถนำไปศึกษาและต่อยอดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้
5. เจาะอินไซต์ธุรกิจความงาม พร้อมเรียนรู้การสร้างแบรนด์จากผู้ก่อตั้ง KARMAKAMET และ WhiteLab
สำหรับคนทำธุรกิจความงาม การตามให้ทันเทรนด์ตลาดและเรียนรู้จากประสบการณ์ของเจ้าของแบรนด์จริง ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้การค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ
ภายในงาน COSMEX 2026 จึงมีเวที COSMEX The Secret Chat ที่รวม 12 สัมมนา และ 2 เวิร์กช็อป จากวิทยากร 25 คน
โดยมีประเด็นให้เจาะลึกตั้งแต่ทิศทางตลาดความงามโลก โอกาสของ T-Beauty และสารสกัดไทยในตลาดต่างประเทศ ไปจนถึงเทรนด์น้ำหอม เครื่องสำอางฮาลาล ส่วนผสมยุคใหม่ กฎหมายธุรกิจความงาม และการสร้างแบรนด์ Beauty และ Wellness
หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจ คือการพูดคุยเรื่องการสร้างแบรนด์กับผู้ก่อตั้ง KARMAKAMET และ WhiteLab ที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองจากการทำธุรกิจจริง
นอกจากนี้ ใครที่อยากลองลงมือทำด้วยตัวเอง ยังมีเวิร์กช็อปการผลิต Body Oil และการปรุงกลิ่นหอมกับนักปรุงกลิ่นจากแบรนด์ Artisan Valley
เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้ทั้งอัปเดตความเคลื่อนไหวของตลาด เรียนรู้แนวคิดจากเจ้าของแบรนด์ และค้นหาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจของตัวเอง
6. เปิดโอกาสเจอซัปพลายเออร์กว่า 700 ราย พร้อมลุ้นทุนสร้างแบรนด์อาหารเสริม
สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจความงาม อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ การได้พบกับซัปพลายเออร์รวมกว่า 700 รายในพื้นที่เดียวกัน
เพราะ COSMEX 2026 จัดร่วมกับงาน in-cosmetics Asia งานแสดงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายชั้นนำของเอเชียแปซิฟิก ทำให้ผู้เข้าชมสามารถสำรวจได้ตั้งแต่วัตถุดิบและส่วนผสม ไปจนถึงโรงงานรับผลิต บรรจุภัณฑ์ และเทคโนโลยีการผลิต
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบริการจับคู่ทางธุรกิจฟรี เพื่อเชื่อมต่อผู้ซื้อ ผู้ผลิต และผู้ประกอบการที่กำลังมองหาคู่ค้ารายใหม่
รวมถึงแคมเปญ Shaping Your Future ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานลุ้นรับทุนสนับสนุนการสร้างแบรนด์อาหารเสริมครบวงจรฟรี มูลค่ากว่า 100,000 บาท จาก NINENINE OEM
โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 25,000 ราย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้พบปะและสร้างเครือข่ายธุรกิจจากหลายประเทศ
ใครที่กำลังมองหาไอเดียสร้างแบรนด์ใหม่ หาผู้ผลิต หรืออยากพัฒนาสินค้าที่มีอยู่แล้ว COSMEX 2026 ก็เป็นงานที่น่าปักหมุดไว้ เพราะสามารถพบทั้งเทรนด์ นวัตกรรม และพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจได้ในการมางานครั้งเดียว
งานจัดขึ้นวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2569 ณ ฮอลล์ 98 ไบเทค บางนา
สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าชมงาน COSMEX 2026 และ in-cosmetics Asia ได้ฟรี ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ www.cosmexshow.com
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.