
Business
อัปเดต 5 เทรนด์ Hair Care ปี 2026 เมื่อคนยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อดูแลเส้นผม
27 ต.ค. 2026
อัปเดต 5 เทรนด์ Hair Care ปี 2026 เมื่อคนยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อดูแลเส้นผม /โดย ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่ว่า สินค้าประเภท Hair Care กำลังกลายเป็นดาวเด่นของวงการความงามในปี 2026
โดยบริษัทวิจัยทางการตลาด Circana พบว่ายอดขายผลิตภัณฑ์ Hair Care พรีเมียมในยุโรปในรอบปี (ถึงเดือนสิงหาคม 2026) เติบโตถึง 24% จนมีมูลค่าแตะ 45,300 ล้านบาท
จากความนิยมดังกล่าวทำให้ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายความงามประจำยุโรปของ Circana อย่างคุณ Mathilde Lion ถึงกับยกย่องให้ Hair Care กลายเป็นสกินแคร์ใหม่แห่งยุคนี้
ซึ่งก็สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการใช้แค่แชมพูและครีมนวดผม มาเป็นการสร้าง Hair Care Routine ที่มีผลิตภัณฑ์หลายขั้นตอน ไม่ต่างจากการดูแลผิวหน้า
แล้วเทรนด์ Hair Care ที่น่าจับตาในปี 2026 มีอะไรบ้าง ? วันนี้ลงทุนเกิร์ลสรุป 5 เทรนด์ Hair Care จาก Cosmetics Business เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ผู้ประกอบการธุรกิจความงามได้นำไปปรับใช้กันค่ะ
1. Bond Repair จากทรีตเมนต์ที่ใช้เป็นครั้งคราว สู่การดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวัน
คุณ Katie Gohman ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Olaplex อธิบายว่า เดิมที Bond Repair หรือเทคโนโลยีซ่อมแซมพันธะผม มุ่งเน้นการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างภายในเส้นผมเป็นหลัก
ซึ่งมักถูกนำเสนอในรูปแบบทรีตเมนต์ฟื้นบำรุงผมเสียอย่างเข้มข้น ที่หลายคนมักทำนาน ๆ ครั้ง
แต่ตอนนี้ผู้บริโภคคาดหวังการสร้างผลิตภัณฑ์ Bond Repair ในระดับที่ลึกยิ่งขึ้น ต้องใช้ได้บ่อยครั้งและเห็นผลลัพธ์ได้ทันที เช่น ความนุ่มลื่น, ความเงางาม และผมที่จัดทรงง่าย
ทำให้แบรนด์ Hair Care พรีเมียมในตลาดอย่าง Briogeo, Oribe และ Olaplex เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ Bond Repair ใหม่ ๆ ที่ใช้งานสะดวกขึ้น ใช้เวลาในการบำรุงน้อยลง และนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
2. Scalp Scalers เทรนด์ผลัดเซลล์ผิวหนังศีรษะ
Scalp Scalers ไม่ใช่การสครับหนังศีรษะในรูปแบบเดิม ๆ แต่คือการผลัดเซลล์ผิวที่เน้นการสร้างสมดุล กลุ่มจุลินทรีย์ Microbiome เป็นหลัก
ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรม K-Beauty จากการสปาหนังศีรษะสไตล์เกาหลีที่กำลังไวรัลในโซเชียล โดยถูกดัดแปลงเข้ามาสู่ผลิตภัณฑ์การดูแลเส้นผมได้เองที่บ้าน
ส่วนใหญ่จะเป็น Hair Care ที่มาในรูปแบบของเหลวหรือเจลที่ใช้ก่อนสระผม เพื่อจัดการกับคราบตกค้างสะสมจากความมันส่วนเกิน เช่น ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม, ฝุ่นมลพิษ และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยให้หนังศีรษะอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น
3. Dry Shampoo Mists ดรายแชมพูรูปแบบใหม่
สาว ๆ หลายคนอาจคุ้นเคยกับการใช้ดรายแชมพูในรูปแบบกระป๋องสเปรย์ แต่ยังพบ Pain Point สำคัญ คือคราบผงสีขาวที่อาจก่อให้เกิดการสะสมตกค้างบนหนังศีรษะ
ล่าสุดจึงเกิดผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่อย่าง Dry Shampoo Mists ด้วยการปรับสูตรให้กลายเป็นสเปรย์มิสต์ที่มีเนื้อเบาบางลง แต่ยังทำให้เส้นผมและหนังศีรษะรู้สึกสดชื่นและช่วยคุมความมันส่วนเกิน
4. Hair Longevity การป้องกันปัญหาเส้นผมในระยะยาว
ช่วงไม่กี่ปีนี้ Longevity กลายเป็นเทรนด์หลักของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งในแวดวงบิวตี ผลิตภัณฑ์สกินแคร์หันมาให้ความสนใจกับการดูแลผิวอย่างลึกซึ้งถึงระดับเซลล์ เพื่อสร้างรากฐานความอ่อนเยาว์ในระยะยาว
เช่นเดียวกับการดูแลเส้นผมที่แนวคิด Hair Longevity ได้รับความสนใจมากขึ้นในปี 2026 และคาดว่าจะเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาในปี 2027
โดยนำแนวคิดหลักอย่างการมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเส้นผมแบบฟื้นฟูและซ่อมแซม ไปสู่การหาผลิตภัณฑ์หรือแนวทางป้องกันการเกิดปัญหามากขึ้น
ซึ่งในอนาคตเราอาจเห็นแบรนด์ Hair Care เปลี่ยนรูปแบบสินค้าบำรุงเส้นผมอย่าง คอนดิชันเนอร์, มาสก์ และทรีตเมนต์ ไปสู่การโฟกัสสูตรที่ช่วยเสริมเซลล์ผิวใต้หนังศีรษะ ซึ่งเป็นที่ที่เส้นผมใหม่ถูกสร้างขึ้น
5. Hair Loss Care ตลาดดูแลผมร่วงที่เติบโตตามยากลุ่ม GLP-1
ปัจจุบันความต้องการผลิตภัณฑ์ Hair Care สำหรับภาวะผมร่วงมีตัวเลขเพิ่มมากขึ้น จากกระแสหลักอย่างการใช้ยากลุ่ม GLP-1
โดยยากลุ่มนี้ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และการควบคุมน้ำหนักในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ ซึ่งผู้ใช้ยาบางรายพบปัญหาผมร่วงหรือผมบางหลังเริ่มใช้ยา
ส่งผลให้แชมพูและเซรั่มสำหรับผมบาง ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เส้นผมดูหนาขึ้น ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเส้นผม กลับมาเป็นกระแสหลักที่ผู้บริโภคให้ความสนใจในช่วงนี้
References :
- CosmeticsBusiness, VogueArabia