Plantnery สกินแคร์ที่ส่งตรงถึงลูกค้า 830,000 ออเดอร์ใน 1 ปี
Uncategorized

Plantnery สกินแคร์ที่ส่งตรงถึงลูกค้า 830,000 ออเดอร์ใน 1 ปี

7 พ.ค. 2021
ลงทุนเกิร์ล x PLANTNERY
Plantnery สกินแคร์ที่ส่งตรงถึงลูกค้า 830,000 ออเดอร์ใน 1 ปี
ภายใต้แนวคิด "Natural Effective Beauty"
บนหลักการความยั่งยืนและความเท่าเทียม
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีส่งผลให้โลกของเรามีวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทำลายสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ทรัพยากรถูกนำมาใช้และค่อย ๆ หายไปจากโลก ส่งผลให้เกิดการขาดความสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกมีวิถีชีวิตที่ยากขึ้น จึงเกิดเป็นประเด็นทางสังคม และการรณรงค์ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมไปถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ว่าโลกของเราจะประสบพบกับเหตุการณ์สำคัญหรือวิกฤตการณ์ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นสงคราม โรคระบาด หรือวิกฤติเศรษฐกิจ แต่อุตสาหกรรมความงามยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคสนใจผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและออร์แกนิคมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าในอุตสาหกรรมความงาม เทรนด์ของเครื่องสำอางจากธรรมชาติ จะมีมูลค่าตลาดจาก 19,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6.2 แสนล้านบาท) ในปี 2016 เป็น 54,432 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2027 เครื่องสำอางธรรมชาติ หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติ เลือกใช้สารสังเคราะห์ในระดับน้อยที่สุดรวมไปถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด
Plantnery แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสารสกัดธรรมชาติภายใต้แนวคิด "Natural Effective Beauty บนหลักการแห่ง "ความยั่งยืนและความเท่าเทียม"
Natural Effective Beauty คืออะไร ?
คือการเลือกใช้วัตถุดิบหลักจากธรรมชาติ โดยเฉพาะ Active Ingredient สำคัญเพื่อเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในการแก้ปัญหาผิวของผู้บริโภคในแต่ละด้าน ตัวอย่างเช่น ในผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลปัญหาสิวของ Plantnery Tea Tree สารสกัดสำคัญคือ Tea Tree Oil ที่ปลูกด้วยกรรมวิธีแบบดังเดิมจากไร่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ได้รับการรับรอง Ecocert และสกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษเพื่อให้ได้สาร "Terpinen-4-ol" ในระดับสูง ซึ่งมีคุณสมบัติสำคัญสำหรับลดสิวอักเสบ กำจัดแบคทีเรีย P.Acnes ต้นเหตุการเกิดสิว การลดความมันบนชั้นผิว ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว
Plantnery กับความยั่งยืน เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?
นอกเหนือไปจากการเลือกใช้ Active Ingredient ที่ทรงประสิทธิภาพและมาจากธรรมชาติ เช่น ทีทรี ทับทิม ส้มยูซุ เป็นต้น Plantnery มุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยงหรือลดการใช้สารสังเคราะห์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม พาราเบน แอลกอฮอล์ และสารสังเคราะห์อื่น ๆ ซึ่งสารสังเคราะห์นั้นอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการแพ้ในผู้ใช้บางราย รวมไปถึงสารสังเคราะห์บางประเภทอาจส่งผลเสียหรือทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
บรรจุภัณฑ์ของ Plantnery มีการวิจัยและพัฒนาร่วมกับ Synergic partners ของบริษัทบรรจุภัณฑ์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลาสติกนวัตกรรมใหม่ที่บางลง การเลิกใช้พลาสติกแบบชริ้งค์หุ้ม เพื่อ Transform ไปสู่เทรนด์แห่งอนาคตของอุตสาหกรรมความงามคือ "Clean Beauty" โดยปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของ Plantnery สามารถลดการใช้พลาสติกลดลงถึง 42.5% และเข้าสู่กระบวนการย่อยสลาย
หรือ Recycle ได้
ความเท่าเทียม เกี่ยวข้องกับแบรนด์ Plantnery อย่างไร
แม้ในปัจจุบันจะมีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติออกสู่ตลาดจำนวนมาก แต่กลับพบว่าผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้จัดอยู่ในหมวดของการเป็นสินค้าแบบ Niche Market หรือเป็นเพียงกลุ่มสินค้าทางเลือกเท่านั้น
แนวปรัชญาของ Plantnery นอกจากการเป็นผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก
มีประสิทธิภาพต่อการแก้ปัญหาผิว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมุ่งเน้นการเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
ทำไมผู้บริโภคต้องจ่ายค่าพรีเมี่ยมในราคาที่แพงกว่าสำหรับค่าความเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเมื่อเราสามารถเลือกทุกอย่างพร้อมกันได้ในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่า Plantnery เชื่ออย่างแรงกล้าว่า "ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามผู้บริโภคทุกคนควรเข้าถึงเครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด"
ทำไมผลิตภัณฑ์แบรนด์ Plantnery ถึงราคาถูก ?
ในยุค Technology Disruption เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด Plantnery เป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่เน้นการขายแบบ Direct to Customer (DTC) หรือการขายโดยตรงไปยังผู้บริโภคผ่านช่องทาง E-Commerce Online Platform เป็นหลัก ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนในการขายแบบหน้าร้าน และมีค่าใช้จ่ายในการขายที่ถูกกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
เมื่อ Plantnery ขายในรูปแบบ Direct to Customer (DTC) เป็นหลักจึงสามารถนำ Data พฤติกรรมของผู้บริโภคมาออกแบบและพัฒนาสินค้า เพื่อปรับปรุงหรือตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสินค้าที่ลดลง
ซึ่งที่ผ่านมาในปี 2020 Plantnery ขายสินค้าผ่าน DTC ไปแล้วมากกว่า 830,000 ออเดอร์
นอกจากในเรื่องของต้นทุนการขายและต้นทุนการพัฒนาสินค้าที่ลดลงแล้ว Plantnery ยังนำ Data ดังกล่าว ไปใช้เพื่อคำนวณในการวางแผนผลิตสินค้าและบริหาร Supply Chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของวัตถุดิบหลักที่มีราคาสูงและผันผวน และทำให้มี Economies of scale ผลิตสินค้าคุณภาพดีในราคาที่ดีที่สุด
จึงเป็นที่มาของเหตุผลที่ว่าทำไมผลิตภัณฑ์ของ Plantnery ถึงสามารถจำหน่ายสินค้าที่ดีในราคาที่คุ้มค่าที่สุดได้
ดูสินค้าและผลิตภัณฑ์ของ Plantnery
Shopee Mall : https://shp.ee/hpiq8r5
Lazada Mall : https://www.lazada.co.th/shop/plantnery
ดูรายละเอียดแบรนด์เพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/plantneryfb
© 2024 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.