รู้จัก “ครอฟเฟิล” ขนมยอดฮิต ที่ดัดแปลงมาจากครัวซองต์
Food

รู้จัก “ครอฟเฟิล” ขนมยอดฮิต ที่ดัดแปลงมาจากครัวซองต์

29 ส.ค. 2021
รู้จัก “ครอฟเฟิล” ขนมยอดฮิต ที่ดัดแปลงมาจากครัวซองต์ /โดย ลงทุนเกิร์ล
ครัวซองต์ ถือว่าเป็นเมนูขนมหวานยอดฮิตประจำปี 2020 เลยก็ว่าได้
จนบล็อกเกอร์หลายคนต้องไปนั่งผ่าครัวซองต์ ประชันว่าร้านไหนเด็ดกว่ากัน
แม้ว่าตอนนี้กระแสครัวซองต์จะเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว แต่หนึ่งในขนมที่เข้ามายึดฟีดข่าวในโซเชียลมีเดีย ก็ยังเป็นเมนูที่พัฒนามาจากครัวซองต์ นั่นก็คือ “ครอฟเฟิล (Croffle)” เมนูที่เกิดจากการนำ “ครัวซองต์” มาผสมผสานกับ “วอฟเฟิล” ได้อย่างลงตัว
ใครเป็นผู้คิดค้น “ครอฟเฟิล” ?
และนอกจากครอฟเฟิล ยังมีเมนูอะไรที่ดัดแปลงมาจากครัวซองต์ จนได้รับความนิยมแบบนี้บ้าง ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ครัวซองต์ คือ ขนมเบเกอรีชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศส ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่หลายร้านเบเกอรี มักจะอ้างว่านำเข้าวัตถุดิบมาจากฝรั่งเศส
แต่จริง ๆ แล้ว ครัวซองต์กลับไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส เพราะถ้าสืบสาวไปถึงต้นกำเนิดจริง ๆ แล้ว ครัวซองต์ก็เป็นขนมที่ถูกดัดแปลงมาจาก Kipferl ขนมจากเมืองเวียนนา ในประเทศออสเตรีย
ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ ต้องเล่าย้อนกลับไปสมัยปลายทศวรรษ 1839 ช่วงที่คนออสเตรียเริ่มมาอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศส
หนึ่งในนั้นก็คือนายทหารชาวออสเตรีย ที่มาเปิดร้านเบเกอรีในกรุงปารีส และได้นำ Kipferl ที่มีลักษณะคล้ายกับรูปพระจันทร์เสี้ยวออกมาขาย และได้รับความนิยม
ทำให้ช่างอบขนมชาวฝรั่งเศสนำเมนูนี้มาดัดแปลง และปรับสูตรให้เข้ากับรสปากของคนในประเทศ
ก่อนจะกลายมาเป็นเมนู “ครัวซองต์” ที่นิยมขายตามร้านขนมปังในช่วงปลายทศวรรษ 1970
แต่เมื่อโลกเรายังคงหมุนไปเรื่อย ๆ เมนูอย่างครัวซองต์ ก็ย่อมมีการวิวัฒนาการไปเช่นกัน
โดยเมนูแรกที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ ก็คือ “โครนัท” หรือ “Cronut”
โครนัท ถูกคิดค้นโดยคุณ Dominique Ansel เชฟลูกครึ่งชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน ที่นำเมนูดังของสองชาติมาดัดแปลงได้อย่างลงตัว
ซึ่งโครนัทก็มีวิธีทำไม่ต่างจากการทำครัวซองต์เท่าไรนัก โดยเริ่มจากนำแป้งมาพับเป็นชั้น ๆ ตามกรรมวิธีทำครัวซองต์ แต่แทนที่จะปั้นรูปพระจันทร์เสี้ยว คุณ Ansel กลับนำแม่พิมพ์โดนัทมาตัด แล้วนำไปทอดในกระทะ ตามวิธีการทำโดนัทแทน
โดยโครนัทถูกวางขายเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 ในร้านเบเกอรี Dominique Ansel Bakery ในกรุงนิวยอร์ก ที่มีคุณ Ansel เป็นเจ้าของ
ซึ่งเมนูนี้ก็โด่งดังอย่างมาก หลังจากถูกบล็อกเกอร์ประจำนิตยสาร New York Times มาพบเข้า และนำเมนูนี้ไปเขียนรีวิวลงบล็อกของตัวเอง
และหลังจากบทความนั้นถูกโพสต์ออกไปเพียงชั่วข้ามคืน เมนูนี้ก็เป็นกระแส จนคนมาต่อคิวขอซื้อขนมมากกว่าร้อยคน แถวยาวออกมานอกร้าน ภายในเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น
โครนัทกลายเป็นเมนูใหม่ขายดีประจำร้านอย่างรวดเร็ว ทำให้คุณ Ansel ไม่รอช้า และนำเมนูนี้ไปจดเป็นเครื่องหมายการค้าในชื่อ “Cronut” หลังจากวางขายสินค้าได้เพียงแค่ 9 วันเท่านั้น
แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 8 ปีแล้ว แต่โครนัทยังคงเป็นเมนูที่ลูกค้าต่างต่อแถวซื้อเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือมีรสชาติให้เลือกมากขึ้น และสามารถสั่งจองทางออนไลน์ได้แล้ว
ซึ่งปัจจุบันเรายังสามารถทำโครนัทได้เองที่บ้าน เนื่องจากคุณ Ansel ได้มาเปิดเผยสูตรใน ตำราขนม “At-Home Cronut Recipe” ของเขาที่เขียนขึ้นเมื่อปี 2015
เมนูต่อมาที่เราจะพูดถึง นั่นก็คือ “ครัฟฟิน” ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2013 ปีเดียวกับที่คุณ Ansel คิดค้นโครนัท
ครัฟฟิน คิดค้นขึ้นโดยคุณ Kate Reid ผู้ก่อตั้งและเชฟร้าน Lune Croissanterie ในประเทศออสเตรเลีย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านครัวซองต์ที่ครีเอทีฟและดีอันดับต้น ๆ ของโลก
โดยคุณ Reid ดัดแปลงเมนูนี้ด้วยการนำแป้งที่มีสูตรเดียวกับครัวซองต์มา “พรูฟ” หรือการพักแป้งให้เข้าที่เป็นเวลาข้ามคืน ก่อนจะนำไปใส่แม่พิมพ์ “มัฟฟิน” และนำไปเข้าเตาอบ
ตบท้ายด้วยการตกแต่งด้วยครีม, แยม และเคิร์ด เพียงเท่านี้ก็ได้เมนูครัฟฟินแล้ว
แม้ว่าเมนูครัฟฟินจะถูกคิดค้นโดยคุณ Reid แต่คนที่ทำให้เมนูนี้โด่งดังไปทั่วโลก กลับเป็นร้าน Mr. Holmes Bakehouse ที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2014
และล่าสุดครัวซองต์ก็ถูกนำมาดัดแปลงอีกครั้ง ซึ่งก็คือเมนูที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้ “ครอฟเฟิล”
โดยก่อนที่จะมาฮิตในประเทศไทยบ้านเรา เมนูนี้ก็ขึ้นแท่นครองความนิยมตามคาเฟในประเทศเกาหลีใต้มาแล้ว
แต่จุดเริ่มต้นของเมนูนี้ไม่ได้เกิดที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่เป็นประเทศไอร์แลนด์ โดยคุณ Louise Lennox เชฟทำขนมประจำร้าน Cuisine de France ในปี 2017
โดยคุณ Lennox ชอบรับประทานครัวซองต์มาก แต่ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน ครัวซองต์รสชาติดีกลับหาทานได้ยากในประเทศไอร์แลนด์ และบางร้านยังอุ่นครัวซองต์ด้วยเครื่องไมโครเวฟด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่รับไม่ได้อย่างมาก เพราะจะทำให้ครัวซองต์เหนียวและเสียรสชาติ
ประจวบกับคุณ Lennox เป็นคนที่ชอบทานขนมแบบฟิวชัน แทนที่จะเอาครัวซองต์ไปเข้าเครื่องอบ เธอเลยลองนำครัวซองต์ไปอุ่นร้อนด้วยวิธีใหม่ นั่นก็คือ เข้าเครื่องทำ “วอฟเฟิล” แทน
ซึ่งการนำแป้งครัวซองต์ดิบไปอุ่นด้วยเครื่องทำวอฟเฟิลนั้น นอกจากจะทำให้ครัวซองต์ไม่เหี่ยวหรือเหนียวแล้ว ยังทำให้เนื้อสัมผัสที่ได้กรอบนอกนุ่มในกับชั้นแบบที่พับกันหลายชั้นอีกด้วย
ครอฟเฟิล จึงกลายเป็นเมนูที่แปลกใหม่ และโด่งดังไปหลายประเทศทั่วโลก ในเวลาต่อมา
แม้ว่าเมนูโครนัท, ครัฟฟิน และครอฟเฟิล จะไม่ได้มีกรรมวิธีที่ยุ่งยาก หรือดัดแปลงจนแตกต่างจากครัวซองต์ต้นตำรับมากนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเมนูที่ดัดแปลงออกมาได้อร่อยและลงตัว
ที่แน่ ๆ อย่างน้อยคนฝรั่งเศสไม่หัวเสีย ที่จะเห็นเมนูที่เหมือนจะเป็นขนมประจำชาติของพวกเขา ถูกนำไปดัดแปลงให้ออกมาในลักษณะเหล่านี้..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
หากสาวกครัวซองต์คนไหน มีโอกาสได้เดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือออสเตรเลีย อย่าลืมแวะไปที่ร้าน Dominique Ansel Bakery และร้าน Lune Croissanterie นะคะ
เพราะทั้ง 2 ร้านนี้ ติดอยู่ใน 8 ร้านครัวซองต์ที่ดีที่สุดในโลก
ซึ่งจัดอันดับโดยนิตยสาร New York Times เลยทีเดียว
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.