กรณีศึกษา Lash Boutique ธุรกิจ “ต่อขนตา” ที่อยู่มาตั้งแต่ตลาด Blue Ocean จนกลายเป็น Red Ocean
Business

กรณีศึกษา Lash Boutique ธุรกิจ “ต่อขนตา” ที่อยู่มาตั้งแต่ตลาด Blue Ocean จนกลายเป็น Red Ocean

30 ต.ค. 2021
Lash Boutique x ลงทุนเกิร์ล
หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า Blue Ocean ซึ่งก็คือ ตลาดที่มีคู่แข่งน้อยราย
และอีกหนึ่งน่านน้ำที่อยู่ตรงข้ามกันก็คือ Red Ocean ที่หมายถึงตลาดที่มีการแข่งขันสูง และสินค้าหรือบริการของแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย
ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่เคยอยู่ตั้งแต่ Blue Ocean จนกลายมาเป็น Red Ocean ก็คือ Lash Boutique
แล้ว Lash Boutique มีวิธีการบุกเบิกตลาดตั้งแต่เป็น Blue Ocean อย่างไร
และมีวิธีการปรับตัวหลังตลาดกลายเป็น Red Ocean อย่างไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง..
Lash Boutique คือ ร้านต่อขนตาที่ก่อตั้งโดยคุณปิญชาณิดา ภัทรเวสสกุล หรือคุณสอง
โดยเธอได้เริ่มต้นธุรกิจนี้ขึ้นในปี 2012 หรือเมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจต่อขนตายังเป็น Blue Ocean
และในขณะนั้น คนส่วนใหญ่ก็ยังมีมุมมองต่อการต่อขนตาไม่ค่อยดีนัก
เนื่องจากลูกค้าหลายคนเคยเจอปัญหาเรื่องวัสดุที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ รวมไปถึงเรื่องความสะอาดของสถานที่และอุปกรณ์ จนอาจทำให้เป็นอันตรายต่อดวงตาได้
ดังนั้นคุณสอง ที่กำลังจะปลุกปั้นธุรกิจต่อขนตาขึ้นในขณะนั้น จึงจำเป็นที่ต้องวางแผนให้พร้อม
โดยคุณสองได้เริ่มศึกษาเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างการต่อขนตา กับ “ดวงตา” และ “ผิวหนัง”
เนื่องจากขั้นตอนในการต่อขนตาแต่ละครั้งยังหมายถึงโอกาสที่ลูกค้าจะได้รับสารเคมีหลายชนิดจากน้ำยาที่ใช้ติดขนตาต่าง ๆ
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า Lash Boutique จึงต้องใส่ใจกับทุก ๆ รายละเอียด ที่ไม่ใช่แค่รูปทรงของขนตาเท่านั้น แต่รวมไปถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่พัฒนาร่วมกันกับต่างประเทศอยู่ตลอด
และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ “การให้ความรู้กับลูกค้า”
เพราะไม่ว่าสินค้าจะดีแค่ไหน
แต่ถ้าไม่บอกให้คนอื่นรับรู้ สิ่งที่ลงแรงไปก็อาจไม่เกิดความหมาย
ดังนั้นทาง Lash Boutique จึงเริ่มให้ความรู้กับลูกค้าถึงมาตรฐานในการต่อขนตา ผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ อย่างนิตยสาร ไปจนถึงช่องทางออนไลน์ทั้ง Instagram, Facebook และ YouTube
ซึ่งผลปรากฏว่า Lash Boutique ประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีลูกค้าพากันมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย จนในปัจจุบัน Lash Boutique เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและได้เพิ่มบริการเกี่ยวความงามอีกมากมาย
แต่ไม่เพียง Lash Boutique เท่านั้นที่กำลังเติบโต
เพราะตลาดธุรกิจต่อขนตาก็เริ่มโตเช่นกัน
ซึ่งเราสามารถพบเห็นร้านที่มีบริการต่อขนตาได้ทั่วไป จนกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ไม่ได้แปลกใหม่เหมือนอย่างเมื่อก่อน
และตอนนี้ธุรกิจต่อขนตาได้กลายเป็น Red Ocean เป็นที่เรียบร้อย
เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ Lash Boutique จึงต้องพยายามพัฒนาสินค้าให้โดดเด่นจากคู่แข่งมากกว่าเก่า
ด้วยการพัฒนานวัตกรรมการต่อขนตา อย่างการเพิ่มวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ และประเภทของขนตาให้หลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงเพิ่มวัสดุชนิดพิเศษที่หาได้เฉพาะที่ Lash Boutique เท่านั้น
ขณะเดียวกัน Lash Boutique ยังมุ่งพัฒนาฝีมือ และเทคนิคการต่อขนตาให้กับพนักงานอยู่เสมอ ทำให้มีการบริการและเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์และได้มาตรฐาน
ซึ่งการให้ความสำคัญกับพนักงานและความเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์กรนี้เอง ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้
จนทำให้ในปี 2016 Lash Boutique ได้รับรางวัล Grand Prize ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการแข่งขันต่อขนตาแบบเส้นต่อเส้น และมีผู้เข้าแข่งขันกว่า 4,000 คน และยิ่งไปกว่านั้นในปี 2019 Lash Boutique ยังเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เดียวที่ได้รับเชิญให้ไปเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์อีกด้วย
นอกจากนี้ Lash Boutique ยังเน้นทำการตลาดแบบ O2O หรือ Online to Offline เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม
และอีกหนึ่งการโฆษณาอย่างดีที่ Lash Boutique ทำมาตลอดนับตั้งแต่เปิดร้านก็คือ “บริการลูกค้าให้ดี” เพราะเมื่อลูกค้าประทับใจ เขาก็จะพูดกันปากต่อปาก และพลังของคำพูดจากลูกค้าจริง ๆ เหล่านี้ ยังดูน่าเชื่อถือเสียยิ่งกว่าการทุ่มเงินโฆษณาก้อนโต โดยที่ลูกค้าไม่รู้เลยว่าถ้าไปใช้บริการจริง ๆ แล้วจะเป็นตามที่โฆษณาหรือไม่
สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่
https://www.facebook.com/lashboutiquethailand/
https://www.instagram.com/lashboutique_thailand/
https://www.lashboutiquethailand.com/
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.