New Balance แบรนด์รองเท้า 100 ปี สุดคลาสสิก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เท้าไก่”
Business

New Balance แบรนด์รองเท้า 100 ปี สุดคลาสสิก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เท้าไก่”

15 พ.ย. 2021
New Balance แบรนด์รองเท้า 100 ปี สุดคลาสสิก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เท้าไก่” /โดย ลงทุนเกิร์ล
Nike และ Adidas มักเป็นแบรนด์รองเท้า Sneaker แบรนด์แรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง
แต่ New Balance ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
เพราะจุดแข็งของ New Balance โดดเด่นในเรื่องสวมใส่สบาย รวมไปถึงในด้านดีไซน์ก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นแนวมินิมัล, สตรีต หรือ Normcore ที่เป็นการนำคำว่า Normal และ Hardcore มาผสมกัน หมายถึง การแต่งตัวที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความเท่
รวมไปถึงวัสดุที่ใช้ ก็เป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุพรีเมียมหลายชนิด ออกแบบมาเป็นรุ่นยอดฮิต
อย่างเช่น ตระกูล 990 ​​ที่ใช้หนัง Suede จับคู่กับหนัง Perforated ให้ความรู้สึกหรูหรา และผ้า Mesh ที่มีคุณสมบัติแห้งเร็ว, ระบายอากาศได้ดี, ดูแลรักษาง่าย และน้ำหนักเบา
โดยวัสดุทั้ง 3 ถูกผสมผสานออกมาเป็น 3 เลเยอร์ ซึ่งยิ่งให้ความรู้สึกหรูหรา ในราคาที่จับต้องได้
นอกจากนั้น แบรนด์ยังพยายามสื่อสารความเป็นต้นฉบับหรือความคราฟต์ ด้วยการผลิตในประเทศต้นกำเนิดอย่างสหรัฐอเมริกาบางส่วน สังเกตได้จากตัวอักษร Made in USA ที่ประทับอยู่บนรองเท้า เช่น รุ่น 990V5 หรือ 993
ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้แบรนด์ New Balance กลายเป็นแบรนด์รองเท้าที่มีคุณค่าในสายตาของนักสะสม และเพิ่มจำนวนสาวกของแบรนด์มากขึ้นทุกวัน ๆ
และถึงแม้ฐานแฟนของ New Balance จะไม่มากเท่า Nike หรือ Adidas แต่ในเรื่องความเก๋าก็ถือว่าไม่เป็นรองใคร
เพราะ New Balance เป็นแบรนด์รองเท้าที่มีอายุยาวนานถึง 113 ปี
ในขณะที่ Nike มีอายุ 55 ปี, Adidas อายุ 95 ปี และ Converse อายุ 111 ปี
แล้วอะไรคือปัจจัยความสำเร็จ ที่ทำให้ New Balance เป็นบริษัทรองเท้าที่มีอายุยาวนานขนาดนี้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เกิดจากชายที่ชื่อว่า วิลเลียม เจ. ไรลีย์ วัย 33 ปี ผู้อพยพชาวอังกฤษ ที่ตัดสินใจย้ายไปสหรัฐอเมริกา เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
เขาได้ริเริ่มก่อตั้งบริษัท New Balance Arch Support Company ขึ้น
ซึ่งในช่วงแรก บริษัทไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจด้วยการผลิตรองเท้า แต่เริ่มมาจากการขายแผ่นซัปพอร์ตเท้า
ที่น่าประหลาดใจคือ แรงบันดาลใจในการคิดค้นแผ่นซัปพอร์ตเท้าของคุณไรลีย์ เกิดจากการสังเกตลักษณะ “การเดินของไก่” ที่สวนหลังบ้านของตัวเอง..
โดยเขาค้นพบว่า ลักษณะทางสรีระของ “เท้าไก่” ถูกสร้างขึ้นมาให้มีงุ้ม 3 ง่าม ซึ่งช่วยให้เกิดสมดุลในการยืนและการเดินที่ดี
ดังนั้นเขาจึงนำไอเดียนี้ ไปต่อยอดเป็นเทคโนโลยี Three-Point Arch Support
จนออกมาเป็นแผ่นซัปพอร์ตเท้า สินค้าตัวแรกของบริษัท
ความพิเศษของสินค้าชิ้นนี้ คือ “ปุ่มนูน” ที่ทำหน้าที่คอยซัปพอร์ตเท้า ทำให้เวลาใส่ อุ้งเท้าจะโค้งรับเหมือนลักษณะของเท้าไก่
ซึ่งเขาได้ตั้งชื่อนวัตกรรมนี้ว่า “New Balance” หมายถึง การสร้างความสมดุลของเท้ารูปแบบใหม่ นั่นเอง
โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ คนที่ต้องยืนทำงานเป็นเวลานาน เช่น พนักงานเสิร์ฟและแอร์โฮสเตส
อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นธุรกิจของคุณไรลีย์ ดูเหมือนจะไม่เป็นใจเท่าไรนัก
เพราะสินค้าค่อนข้างใหม่ในตลาด คนไม่เข้าใจ ทำให้ขายได้ลำบาก
คุณไรลีย์จึงจ้าง คุณอาร์เธอร์ ฮอลล์ เข้ามาเป็นทีมขายหลักของบริษัท
หลังจากนั้นไม่นาน ยอดขายก็เติบโตแบบก้าวกระโดด จนคุณฮอลล์ ได้ขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนบริษัท ร่วมกับคุณไรลีย์
จนในปี 1956 คุณฮอลล์ก็ได้กลายเป็นเจ้าของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว และได้ขายบริษัทต่อให้กับลูกสาวและลูกเขยของเขาในเวลาต่อมา
หลังบริษัทถูกเปลี่ยนมือมาอยู่ในมือของลูกเขยของเขา พอล คิดด์ สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป..
เพราะคุณคิดด์ต้องการให้แบรนด์ไปไกลระดับโลก
แผนของเขา คือ การทำให้บริษัทได้ชื่อว่าเป็น บริษัทรองเท้าเทคโนโลยีคุณภาพสูง ที่มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี
โดยเขาได้ทำการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น New Balance Orthopedic Laboratory
และเริ่มสร้างการยอมรับในประเทศต้นกำเนิด อย่างสหรัฐอเมริกาก่อนเป็นลำดับแรก
จนมาถึงช่วงที่บริษัทผลิตรองเท้าวิ่งรุ่น “Trackster” ซึ่งได้รับความนิยมและสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทเป็นอย่างมากในสหรัฐอเมริกา
สาเหตุที่รองเท้ารุ่นนี้ได้รับความนิยม เพราะคิดด์ตั้งใจผลิตรองเท้าออกมา ให้มีขนาดที่หลากหลาย ทั้งความยาวและหน้ากว้างของรองเท้า ทำให้เข้าถึงกลุ่มคนซื้อได้เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้น New Balance ยังเป็นแบรนด์รองเท้า ที่ดังแค่ในระดับประเทศเท่านั้น
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การเปลี่ยนมาอยู่ในมือผู้บริหารคนใหม่ “จิม เดวิส” เด็กหนุ่มวัย 28 ปี ที่ใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของธุรกิจมาโดยตลอด
เขาเห็นศักยภาพของแบรนด์ และเชื่อในคุณภาพของผลิตภัณฑ์
โดยเดวิสคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ให้คนรับรู้ถึงคุณภาพของรองเท้า New Balance ให้ได้
ซึ่งสินค้าที่ดี ย่อมขายได้ด้วยตัวของมันเอง..
หลังจากนั้นไม่นาน มีนักวิ่งชื่อ ทอม เฟลมมิง ชนะการแข่งขันวิ่งในรายการบอสตันมาราธอน ซึ่งเขาได้ใส่ New Balance รุ่น 320 ในการแข่งขัน และในปีเดียวกันนั้น นิตยสาร Runner's World ก็ได้จัดอันดับให้ New Balance รุ่น 320 กลายเป็นรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานั้น
และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รองเท้า New Balance โด่งดังไปทั่วโลก ภายใต้การบริหารของคุณเดวิส ที่ยังคงเป็นประธานบริษัท New Balance Athletic Shoe มาจนถึงปัจจุบัน
จะเห็นว่าองค์ประกอบที่ทำให้ New Balance ประสบความสำเร็จและมีอายุบริษัทยาวนานขนาดนี้ ก็เพราะ
1) ทัศนคติของผู้บริหาร ที่ต้องการผลิตสินค้าเพื่อทำให้ชีวิตของคนดีขึ้น
2) มีสินค้าที่ดีแล้ว ต้องสร้างแรงกระเพื่อมต่อ
ซึ่งในที่นี้หมายถึงการมีทีมขายที่ดี รวมถึงการเอาสินค้าไปอยู่ในจุดที่สื่อสามารถเข้าถึงได้
3) ได้ผู้สืบทอดธุรกิจที่มีความสามารถ และเชื่อในแบรนด์
ซึ่งหากตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ได้อิน หรือไม่มีจิตวิญญาณของความเป็นเจ้าของ บริษัท New Balance ก็อาจจะไม่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้
ปิดท้ายด้วยเรื่องที่น่าสนใจ
ความโดดเด่นและความใส่สบายของ New Balance ตระกูล 99X ยังไปเตะตา สตีฟ จอบส์ อดีตซีอีโอของ Apple ทำให้เขาเลือกใส่ New Balance รุ่น 991 ขึ้นเวที ตอนนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple อยู่บ่อย ๆ
ขนาดสตีฟ จอบส์ ซีอีโอระดับโลก ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้บริหารที่มีความเรียบง่าย เพราะชอบใส่เสื้อยืดสีดำเป็นประจำทุกวัน ยังแฝงกิมมิกเล็ก ๆ ด้วยรองเท้า New Balance รุ่น 99X
เห็นทีคงจะต้องมีไว้ครอบครองสักคู่แล้ว..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.