รู้จัก คริสต์มาส มาร์เก็ต เทศกาลที่น่าไปที่สุด ในยุโรป
Entertainment

รู้จัก คริสต์มาส มาร์เก็ต เทศกาลที่น่าไปที่สุด ในยุโรป

รู้จัก คริสต์มาส มาร์เก็ต เทศกาลที่น่าไปที่สุด ในยุโรป /โดย ลงทุนเกิร์ล
พูดถึงประเทศเยอรมนี.. เรานึกถึงอะไรกันคะ ? ดินแดนแห่งไส้กรอก เบียร์รสเลิศ หรือประเทศแห่งยนตรกรรม ซึ่งแบรนด์รถหรูอย่าง Mercedes-Benz, Porsche, BMW หรือ Audi
ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนีทั้งสิ้น
แต่รู้หรือไม่คะ เยอรมนียังเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งเทศกาลดังระดับโลก นั่นก็คือ “คริสต์มาส มาร์เก็ต”
สำหรับคนที่ไม่ได้บินลัดฟ้าไปฉลองคริสต์มาสที่ต่างแดนในปีนี้ ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เพราะวันนี้ลงทุนเกิร์ลจะพาทุกคนไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเยอรมนี
เทศกาลนี้จะน่าสนใจขนาดไหน ? เรามาลองจินตนาการไปพร้อมกันค่ะ
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน เรามาทำความรู้จักกับประเทศเยอรมนีกันก่อนสักนิด
ประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่รวมคนหลายเชื้อชาติเป็นอันดับ 3 ของโลก ทำให้คนเยอรมันพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษา นอกจากภาษาเยอรมัน ยังพูดภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่ว
และหากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว คนรักในเทพนิยาย ต้องหลงรักประเทศเยอรมนีอย่างแน่นอน
เพราะมีปราสาทเก่าแก่มากกว่า 200 แห่ง
ส่วนในเรื่องอาหาร แน่นอนว่าหนึ่งในของขึ้นชื่อก็คือ “ไส้กรอกเยอรมัน”
โดยประเทศเยอรมนีมีไส้กรอกชื่อดังมากถึง 1,000 ชนิด
และนอกจากไส้กรอกแล้ว ประเทศนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของ “เบียร์” มากถึง 5,000 แบรนด์
จนสามารถจัดเทศกาลเบียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง Oktoberfest ได้เลยทีเดียว
โดยเทศกาลที่โด่งดังของชาวเยอรมันไม่ได้มีแค่เทศกาลเบียร์เท่านั้น
เพราะยังมีเทศกาลคาร์นิวัล (Karneval) ที่ผู้คนออกมาแต่งตัวแฟนซีสีสันจัดจ้านตามท้องถนน
รวมถึงเทศกาลวันพ่อ ที่เหล่าผู้ชายแต่งกายตามแต่ละท้องถิ่น และออกมาเฉลิมฉลองพร้อมกับเบียร์ในมือ
และส่งท้ายปีกันด้วย “เทศกาลคริสต์มาส” ซึ่งแม้ในด้านการเฉลิมฉลองจะไม่ต่างจากประเทศอื่น ๆ ในโซนยุโรปมากนัก โดยจะเป็นช่วงเวลาของครอบครัว ที่รวมญาติมิตรมาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนของขวัญกัน
แต่สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับคริสต์มาสของเยอรมนี ที่ทำให้แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ
อย่างแรก คือ เรื่องเล่าของซานตา ที่ไม่ได้นั่งรถเลื่อนจากกวางเรนเดียร์
แต่จะขี่ม้าขาว มาแจกจ่ายของขวัญแก่เด็กที่ทำตัวดี
ซึ่งซานตาจะไม่ได้วางของไว้ใต้ต้นคริสต์มาส แต่จะวางไว้ที่รองเท้าแทน
นอกจากนั้น ปฏิทินของขวัญ Adventskalender ก็เริ่มต้นที่เยอรมนีเหมือนกัน หรือก็คือปฏิทินสำหรับนับเคานต์ดาวน์รอวันคริสต์มาส โดยจะเริ่มจากวันที่ 6 ธันวาคม และสิ้นสุดลงที่วันคริสต์มาส ซึ่งในแต่ละช่องวันก็จะซ่อนขนม หรือของขวัญชิ้นน้อย ๆ ไว้ให้เซอร์ไพรส์กัน
นอกจากนั้นเยอรมนียังเป็นประเทศต้นกำเนิดของ “คริสต์มาส มาร์เก็ต” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่ ที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1434 ที่เมือง Dresden
ต่อมาคริสต์มาส มาร์เก็ต ก็เริ่มขยายไปยังเมืองอื่น ๆ ในต่างประเทศ รวมถึงประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก และประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี และออสเตรีย
คริสต์มาส มาร์เก็ต จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ตามภาษาท้องถิ่นของแต่ละเมือง โดยชื่อที่ใช้เรียกทั่วไป คือ “Weihnachtsmärkte” ส่วน “Christkindlesmarkt” มักจะถูกใช้เรียกทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี
ซึ่งมีความหมายมาจาก “Christkind” ที่มาจากชื่อของซานตา
จุดเด่นของคริสต์มาส มาร์เก็ตในประเทศเยอรมนี ก็คือ “ความเก่าแก่” เพราะจะมีการจำลองบรรยากาศเก่า ๆ ตกแต่งสไตล์ยุคกลาง ทั้งพ่อค้าและแม่ค้า แต่งตัวย้อนยุค
ทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้
ซึ่งหนึ่งในความพิเศษของตลาดคริสต์มาสที่พลาดไม่ได้ คือ “ของกิน” เพราะเราจะได้กินอาหารที่หาไม่ได้ทั่วไป แต่จะพบเจอเฉพาะช่วงคริสต์มาสเท่านั้น อย่างเช่น เค้กผลไม้อบแห้ง ปลาแซลมอนย่าง หรือเนื้อเสียบไม้
และที่น่าสนใจคือ “ไวน์ร้อน” หรือกลูห์ไวน์ (Glühwein) ซึ่งทำมาจากไวน์องุ่นผสมกับเครื่องเทศ นำไปต้มจนร้อน และเสิร์ฟตอนที่ยังอุ่น จึงเหมาะอย่างมากที่จะจิบในช่วงอากาศหนาวจัด
นอกจากนั้นในปัจจุบันประเทศทางแถบยุโรปให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่อง การรักษาสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นทุกงานกิจกรรมที่จัดขึ้น จึงพยายามจะรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ซึ่งก็กลายเป็นกิมมิกเล็ก ๆ ของงานคริสต์มาส มาร์เก็ตไปด้วย
อย่างแก้วน้ำภายในงาน ที่เป็นแบบ reused หรือกลับมาใช้ซ้ำได้ ดังนั้นเมื่อเราซื้อเครื่องดื่ม ทางร้านจะคิดค่ามัดจำแก้วด้วยประมาณ 2-3 ยูโร หรือคิดเป็นประมาณ 70-100 บาทเลยทีเดียว
แต่ด้วยลวดลายที่น่ารัก ทำให้สุดท้ายแก้วพวกนี้ ก็ไม่ได้ถูกนำไปคืน และกลายเป็นของสะสมของนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถเก็บได้เป็นคอลเลกชัน เพราะแก้วน้ำของตลาดแต่ละที่ ก็จะมีลวดลายไม่เหมือนกัน
ทั้งหมดนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า คริสต์มาส มาร์เก็ต ของเยอรมนี จะติดอันดับต้น ๆ ของแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในยุโรปแทบทุกปี
ซึ่งถึงแม้ว่าปีนี้สถานการณ์โรคระบาดในประเทศเยอรมนี จะยังคงน่าเป็นห่วง ทำให้หลาย ๆ เมืองงดจัดคริสต์มาส มาร์เก็ต แต่ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ลงทุนเกิร์ลก็ขอนำเสนอ ตัวอย่าง 4 คริสต์มาส มาร์เก็ต ที่ขึ้นชื่อของประเทศเยอรมนีมาฝากกันค่ะ
คริสต์มาส มาร์เก็ต ที่เมือง Dresden
ซึ่งถ้าหากเราจำกันได้ ที่นี่ก็คือคริสต์มาส มาร์เก็ต ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกนั่นเอง โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมามากกว่า 2 ล้านคนเลยทีเดียว
ตามมาด้วยคริสต์มาส มาร์เก็ต ที่เมือง Rothenburg
ซึ่งถ้าใครมีโอกาสได้มา จะเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของเทพนิยาย เพราะมีการรักษาตึกรามบ้านช่อง และสถาปัตยกรรมสมัยยุคกลางอย่างสมบูรณ์จนมาถึงปัจจุบัน
คริสต์มาส มาร์เก็ต ที่เมือง Cologne
ซึ่งจัดอยู่หน้าวิหารชื่อดังระดับโลก “Cologne Cathedral” โดยจะมีการประดับประดาด้วยแสงไฟ และมีการแสดงร้องเพลงบนเวทีตลอดทั้งงาน
และปิดท้ายด้วยคริสต์มาส มาร์เก็ต ที่เมือง Leipzig ซึ่งเป็นตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่อันดับ 2 ของเยอรมนี และถือเป็นตลาดคริสต์มาสที่ใหญ่สุด ของประเทศอีกด้วย
อ่านมาจนถึงตรงนี้ แม้เราจะไม่ได้เยี่ยมชมสถานที่จริงในปีนี้
แต่ลงทุนเกิร์ลก็หวังว่า จะทำให้ทุกคนคลายความคิดถึงการไปเที่ยวต่างแดนลงได้บ้าง
แล้วถ้าโอกาสมาถึง อย่าลืมแวะไปคริสต์มาส มาร์เก็ตที่ประเทศเยอรมนีกันนะคะ
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.