Orient Express ธุรกิจรถไฟหรู ที่ราคาแพงยิ่งกว่าบิน First Class
Business

Orient Express ธุรกิจรถไฟหรู ที่ราคาแพงยิ่งกว่าบิน First Class

17 ก.พ. 2022
Orient Express ธุรกิจรถไฟหรู ที่ราคาแพงยิ่งกว่าบิน First Class /โดย ลงทุนเกิร์ล
“200,000 บาท” คือราคาเริ่มต้นของตั๋วรถไฟ Venice Simplon-Orient-Express
ซึ่งถ้าเราเอาเงินจำนวนนี้ไปซื้อตั๋วเครื่องบิน เราจะได้ที่นั่งระดับ First Class เลยทีเดียว
โดยเจ้าของตั๋วราคาสุดโหดนี้ เป็นบริษัทรถไฟแห่งหนึ่งในยุโรป ที่ก่อตั้งมาใกล้ ๆ กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยอายุ 139 ปี
แต่แทนที่จะถูกแซวว่า เป็นรถไฟโบราณ ที่ใช้มาตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของการก่อตั้ง เหมือนอย่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กลับดึงเอา “ความเก่าแก่” ของรถไฟมาใช้ให้เป็นประโยชน์
จนสามารถดึงดูดให้คนพากันมาจองตั๋ว ถึงขนาดที่บางช่วงตั๋ว Sold Out ในทุกเส้นทางการเดินรถ
ที่น่าสนใจคือ รถไฟที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ ยังมีจุดเริ่มต้นมาจาก “Orient Express” ซึ่งถูก 20th Century นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อีกด้วย
แล้วเรื่องราวของรถไฟ Orient Express น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
รถไฟ Orient Express ก่อตั้งขึ้นในปี 1883
โดยวิศวกรหนุ่มชาวเบลเยียมที่ชื่อว่าคุณ Georges Nagelmackers
ซึ่งจุดเริ่มต้นของธุรกิจ Orient Express นั้นราวกับบทละคร
เพราะว่าคุณ Nagelmackers ที่กำลังเสียใจจากการ “อกหัก” เลยหนีไปพักใจที่สหรัฐฯ
และในตอนนั้นเองที่ทำให้เขาได้พบกับ “รถไฟ Pullman” ซึ่งเป็นรถไฟตู้นอนสุดหรู อย่างที่ไม่เคยเจอในยุโรปมาก่อน
และความประทับใจในวันนั้น ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นแรงบันดาลใจ ในการก่อตั้งธุรกิจในลักษณะคล้าย ๆ กัน
ที่สำคัญคือคุณ Nagelmackers ไม่ได้เป็นแค่วิศวกรธรรมดา ๆ แต่ยังเป็นลูกชายของนายธนาคารผู้ร่ำรวย จึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันที่เขาจะมาก่อตั้งธุรกิจรถไฟได้
ดังนั้นเมื่อเขาเดินทางกลับมาที่ยุโรปอีกครั้ง
เขาจึงได้ตัดสินใจก่อตั้ง Orient Express ธุรกิจรถไฟ ที่มีการตกแต่งอย่างหรูหรา สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมอาหารชั้นเลิศ และการบริการอย่างดี
โดยรถไฟขบวนนี้จะออกเดินทางจากปารีสสู่อิสตันบูล ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางไป-กลับ ทั้งหมดประมาณ 13 วัน
เรียกได้ว่า สำหรับในสมัยนั้น นี่ถือเป็นการเดินทางที่สะดวกสบาย และยังใช้เวลาไม่นานนัก จนทำให้รถไฟขบวนนี้ กลายเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง อย่างรวดเร็ว
ซึ่งคุณ Nagelmackers ก็ได้ต่อยอดธุรกิจรถไฟสุดหรู ด้วยการเปิดโรงแรม Compagnie Internationale des Grands Hôtels เพื่อใช้รองรับผู้โดยสารที่มองหาที่พัก ก่อนและหลังการเดินทาง
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เหตุการณ์ในปี 1934
เมื่อคุณ Agatha Christie นักเขียนนวนิยายชื่อดัง ที่มีฉายาว่า “ราชินีแห่งอาชญากรรม” ได้ตีพิมพ์นวนิยายสืบสวนที่ชื่อว่า Murder on the Orient Express หรือ “ฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส”
จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานอันโด่งดัง และทำให้ใครหลายคนจดจำ Orient Express ในฐานะของรถไฟปริศนา
ซึ่งต่อมาในปี 2018 นวนิยายเล่มนี้ และรถไฟ Orient Express ก็ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ที่มีนักแสดงระดับแนวหน้ามาร่วมแสดง ทั้งคุณ Johnny Depp, คุณ Willem Dafoe และคุณ Kenneth Branagh
แม้ว่าธุรกิจของ Orient Express ดูเหมือนจะไปได้ดี
แต่จริง ๆ แล้ว ในขณะที่ธุรกิจรถไฟแห่งนี้กำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ปีที่ 94
บริษัทก็ได้ตัดสินใจ “ยุติกิจการ”
เนื่องจากผู้คนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น จนส่งผลให้ผู้โดยสารรถไฟลดน้อยลง อีกทั้งลูกค้าส่วนใหญ่ของ Orient Express ยังเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะ ทำให้พวกเขามีทางเลือกในการเดินทางที่เยอะกว่าคนทั่ว ๆ ไป
จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะหันไปใช้บริการอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ได้มากกว่า..
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ยังไม่ใช่การปิดตำนานของ Orient Express
เพราะต่อมาในปี 1982 หรือหลังจากนั้น 5 ปี
นักธุรกิจชาวอเมริกันที่ชื่อว่าคุณ James Sherwood ได้เข้ามาเขียนตำนานบทใหม่
โดยเขาออกเดินทางไปทั่วยุโรป เพื่อซื้อรถไฟ Orient Express ที่ถูกทิ้งกลับมาทั้งหมด 35 คัน และมีการฟื้นฟูสภาพรถไฟที่เสื่อมโทรม ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
อีกทั้งยังมีการตั้งชื่อใหม่ให้กับธุรกิจนี้ว่า Venice Simplon-Orient-Express
ซึ่งจะถูกบริหารภายใต้บริษัท Belmond ที่เขาเป็นคนก่อตั้ง
นอกจากนี้ สื่อต่างชาติหลายแห่ง ยังได้ยกให้คุณ Sherwood เป็นผู้ชุบชีวิตให้กับรถไฟ Orient Express
โดยเขาได้มีการเปลี่ยนเส้นทางของรถไฟเป็น “ลอนดอน-เวนิส”
ซึ่งถือเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก
และภายหลังก็เริ่มมีการเพิ่มเส้นทางอื่น ๆ ตามมา
ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่คุณ Sherwood มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจโรงแรมมาก่อน
เขาจึงได้นำหลักการบริหารจัดการโรงแรม มาประยุกต์ใช้เข้ากับธุรกิจรถไฟ ให้กลายเป็นการบริการแบบโรงแรม 5 ดาว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตั้งแต่ห้องอาหารระดับ Fine Dining ที่ออกแบบเมนูโดยเชฟชื่อดัง, บาร์เครื่องดื่ม, ฟิตเนส ไปจนถึงสปา
จากเดิมที่มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจ “การขนส่ง”
แต่เมื่อปัจจุบัน คนเปลี่ยนไปใช้การเดินทางอื่นที่รวดเร็วกว่า
ดังนั้น สิ่งที่ตามมาก็คือ การปรับจุดยืนทางธุรกิจ ให้กลายเป็น “ธุรกิจท่องเที่ยว”
เน้นการขายประสบการณ์ และใช้ความเก่าแก่ มาเป็นจุดขาย ที่เทคโนโลยี ก็ไม่สามารถทดแทนได้
รวมถึงเปลี่ยนการเดินทางอย่างช้า ๆ ให้เป็นช่วงเวลาการพักผ่อน ราวกับโรงแรมเคลื่อนที่
สำหรับในปัจจุบันบริษัท Belmond และธุรกิจรถไฟ Venice Simplon-Orient-Express ได้ถูกควบรวมกิจการโดยบริษัท LVMH บริษัทแม่ของ Dior และ Louis Vuitton โดยดีลการซื้อขายกิจการนี้มีมูลค่าถึง 105,640 ล้านบาท
นอกจากนี้ รถไฟหรู Pullman ที่เป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้ง Orient Express
ปัจจุบันก็มาอยู่ภายใต้เครือ Belmond เช่นกัน และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “British Pullman” เนื่องจากมีการเปลี่ยนมาใช้เส้นทางหลักที่สหราชอาณาจักร รวมถึงเป็นหนึ่งในรถไฟยอดนิยมที่มีคนจองเต็มอยู่ตลอด
ส่วนแบรนด์รถไฟในชื่อ “Orient Express” ก็ยังไม่ได้หายไปไหน
เพราะในปี 2017 เชนโรงแรมรายใหญ่อย่าง Accor ได้เข้าซื้อหุ้น Orient Express กว่า 50% จากบริษัททางรถไฟแห่งชาติฝรั่งเศส และจะมีการนำรถไฟดั้งเดิม 7 คันกลับมาให้บริการ ซึ่งจะมีการเปิดตัวรถไฟ Orient Express ที่ถูกรีโนเวตใหม่ ในปี 2023
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.