ตำนาน Cartier Crash นาฬิการูปทรงบิดเบี้ยว ที่มีราคาประมูลสูง 57 ล้านบาท
Business

ตำนาน Cartier Crash นาฬิการูปทรงบิดเบี้ยว ที่มีราคาประมูลสูง 57 ล้านบาท

ตำนาน Cartier Crash นาฬิการูปทรงบิดเบี้ยว ที่มีราคาประมูลสูง 57 ล้านบาท /โดย ลงทุนเกิร์ล
“นาฬิกา” อุปกรณ์ชิ้นสำคัญ ที่ใช้บอกเวลาของมนุษย์มานานนับพันปี
แต่สำหรับบางคน นาฬิกา ก็เป็นเครื่องประดับ ที่มีคุณค่าและบ่งบอกถึงรสนิยมของผู้สวมใส่
หรือบางมุมมอง นาฬิกา อาจเป็นตัวเลือกในการลงทุน เพื่อมูลค่าที่จะงอกเงยในระยะยาว
อย่างเมื่อไม่นานมานี้ “Cartier Crash” นาฬิการุ่นที่ผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1967 ซึ่งตัวเรือนทำจากทอง 18K ได้ทุบสถิติยอดการประมูลนาฬิกา Cartier สูงสุดในโลก ผ่าน Loupe This แพลตฟอร์มประมูลนาฬิกาทางออนไลน์
โดยถูกประมูลไปในราคากว่า 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีการเพิ่มเบี้ยประกันภัยอีก 10% ส่งผลให้นาฬิกาเรือนนี้จะมีราคาสำหรับเจ้าของใหม่คือ 1.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 57 ล้านบาท
แล้วทำไมนักสะสมถึงยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อนาฬิกาเรือนนี้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
หากพูดถึง Cartier เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง เครื่องประดับจากแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศส ทั้งแหวน, สร้อยคอ, ต่างหู และกำไล รุ่นดังมากมาย เช่น รุ่น Love, Juste un Clou และ Panthère de Cartier
ขึ้นแท่นแบรนด์ระดับตำนาน ที่สั่งสมประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 175 ปี
ซึ่ง Cartier เคยได้รับการขนานนามจากพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร
ว่าเป็น “The Jeweller of Kings and the King of Jewellers” เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม แท้ที่จริงแล้ว Cartier ไม่ได้ตั้งต้นมาจากการขายเครื่องประดับ
แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้แบรนด์มีชื่อเสียง กลับมาจากธุรกิจนาฬิกา
ด้วยจุดเด่นที่มีดีไซน์แปลกใหม่ เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากนาฬิกาทั่วไปในยุคนั้น
ที่สำคัญ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ นาฬิกา Cartier ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมาก มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งมีเรื่องราวเบื้องหลังการออกแบบที่น่าสนใจอีกด้วย
ยกตัวอย่าง นาฬิการุ่น “Santos de Cartier” ผลงานสร้างชื่อของคุณ Louis Cartier หลานชายของผู้ก่อตั้ง
โดยเขาได้สร้างนาฬิกาข้อมือรุ่นแรก ๆ ของโลก เพื่อมอบให้คุณ Alberto Santos-Dumont เพื่อนนักบิน เพื่อใช้ในระหว่างขับเครื่องบิน แทนการใช้นาฬิกาพก ที่ไม่ค่อยสะดวกต่อการหยิบขึ้นมาเพื่อดูเวลา
หรืออีกหนึ่งผลงานของคุณ Louis อย่างนาฬิการุ่น “Tank” หนึ่งในนาฬิกาทรงเหลี่ยมที่มีชื่อเสียง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากมุมมองด้านบนของรถถัง Renault FT-17 ที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1
รวมถึงพระเอกของเรื่องนี้อย่าง นาฬิการุ่น “Crash” นาฬิกาหน้าตาแปลกประหลาด รูปทรงบิดเบี้ยว ผลงานของคุณ Jean-Jacques Cartier ทายาทรุ่นเหลนของผู้ก่อตั้ง
ที่น่าสนใจ คือ Cartier Crash ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวต้นกำเนิดอันลึกลับ ที่เล่าขานต่อกันมามากมาย
โดยมี 3 ทฤษฎีที่เป็นไปได้ ดังนี้
ทฤษฎีแรก คือ Cartier Crash ได้แรงบันดาลใจมาจาก “อุบัติเหตุทางรถยนต์”
ตามตำนานเล่าว่า ในปี 1967 มีหญิงชราคนหนึ่ง นำนาฬิกามาซ่อมที่ร้าน Cartier สาขาลอนดอน
ซึ่งนาฬิกาเรือนนั้น เป็น Cartier รุ่น Baignoire Allongée ที่เคยมีรูปทรงกลมยาวเหมือนอ่างอาบน้ำ แต่ดันเสียหายจากความร้อนและแรงกระแทก ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนตัวเรือนและหน้าปัดบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
แต่นาฬิกาเรือนดังกล่าว กลับทำให้คุณ Jean-Jacques รู้สึกประทับใจกับรูปทรงอันแปลกตา ที่ขณะเดียวกันก็ดูสวยงาม
เขาจึงออกแบบนาฬิกาที่มีดีไซน์คล้ายคลึงกันนี้ขึ้นมา และตั้งชื่อรุ่นว่า Crash ที่แปลว่า “ชน”
ทั้งนี้ ยังมีเรื่องเล่าอีกรูปแบบหนึ่งว่า ผู้บริหารของ Cartier ต่างหาก ที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนในลอนดอน รถเกิดไฟลุกโชน ส่งผลให้นาฬิกาข้อมือของผู้บริหาร ผิดรูปทรงจากความร้อน
ดังนั้น แบรนด์จึงสร้างสรรค์ตัวเรือนนาฬิกาทรงใหม่ขึ้นมา เพื่อระลึกถึงและเป็นเกียรติแก่ผู้บริหารที่เสียชีวิต
ทฤษฎีที่สอง คือ แรงบันดาลใจจาก ภาพวาด The Persistence of Memory และภาพวาด Melting Watch ผลงานชิ้นเอกของคุณ Salvador Dali เจ้าพ่อศิลปะแนวเซอร์เรียลลิซึม หรือลัทธิเหนือจริง
โดยรูปทรงอันแปลกตาของ Cartier Crash มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบความเหมือน กับภาพวาดนาฬิกาสภาพหลอมละลาย อ่อนย้วย ในผลงานศิลปะระดับขึ้นหิ้งทั้ง 2 ชิ้น
ส่วนทฤษฎีสุดท้าย ถูกนำเสนอในหนังสือ The Cartiers: The Untold Story of the Family Behind the Jewelry Empire จากการเขียนโดยคุณ Francesca Cartier Brickell หลานสาวของคุณ Jean-Jacque
ซึ่งได้อธิบายบทสนทนากับคุณปู่ของเธอไว้ว่า คุณ Jean-Jacque ต้องการสร้างนาฬิกาเพื่อเป็น “สัญลักษณ์ของการปลดแอกทางวัฒนธรรมแห่งยุค Swinging Sixties”
เนื่องจากเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในลอนดอน ช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1960 หลังสถานการณ์ตึงเครียดอันยาวนาน จากสงครามโลกครั้งที่ 2 เยาวชนจึงต้องการแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง และเรียกร้องอิสระ
แน่นอนว่า ยากที่จะฟันธงว่าทฤษฎีไหนคือเรื่องจริง เพราะทางแบรนด์ ก็ไม่เคยมีการชี้แจงบทสรุป
แต่สิ่งที่ปรากฏชัดเจนและคงปฏิเสธไม่ได้ คือ “ทักษะของช่างนาฬิกาและนักออกแบบของ Cartier”
โดยหนังสือของคุณ Francesca ยังได้ระบุถึงความยากในการผลิต Cartier Crash ที่ถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อน เพื่อให้เข็มบนหน้าปัดนาฬิกาที่ไม่สมมาตร สามารถอ่านเวลาได้อย่างแม่นยำ
ส่งผลให้นาฬิการุ่นนี้ ถูกผลิตออกมาสู่ตลาดในจำนวนน้อยมาก ๆ
เนื่องด้วยการผลิตที่ยาก อีกทั้งความนิยมที่ไม่ได้เป็นไปตามคาดในเวลานั้น ประกอบกับสมัยนั้นมีเพียงร้าน Cartier สาขาลอนดอนเท่านั้น ที่เป็นผู้ผลิตและออกจำหน่าย ก่อนจะย้ายฐานการผลิตมาที่ปารีสก็ตาม
และตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แม้ Cartier Crash จะถูกผลิตออกมาอีกหลายรูปแบบ
แต่ก็ล้วนเป็นสินค้าลิมิติดอิดิชัน มีเพียงไม่กี่ชิ้นบนโลกอยู่เช่นเดิม
ดังนั้น เรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่เหมือนใครทั้งหมดนี้เอง
จึงทำให้ Cartier Crash กลายเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งโลกนาฬิกา
ที่ไม่ใช่เพียงเครื่องบอกเวลา แต่ยังมีมูลค่าทางความรู้สึกของเหล่านักสะสม..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.