รู้จัก ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลัง “CRYBABY” ของเล่นสะสมหลักแสน ฝีมือคนไทย
Entertainment

รู้จัก ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลัง “CRYBABY” ของเล่นสะสมหลักแสน ฝีมือคนไทย

21 พ.ค. 2022
รู้จัก ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลัง “CRYBABY” ของเล่นสะสมหลักแสน ฝีมือคนไทย /โดย ลงทุนเกิร์ล
ทำไมคนเราถึงต้องแสดงความสุข ให้ผู้อื่นเห็นเพียงด้านเดียว ? แล้วหากรู้สึกเศร้าหรืออ่อนแอ เราต้องซ่อนความรู้สึกเหล่านี้ไว้เหรอ ?
วันนี้ลงทุนเกิร์ลจะพาไปพบกับนิทรรศการ “Cry Me A River” งานศิลปะที่เต็มไปด้วยน้ำตา ที่จะทำให้เรารู้จักกับความเศร้าหลายรูปแบบ รวมถึงรู้สึกว่า ร้องไห้บ้างก็ไม่เป็นไร
ซึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังนิทรรศการนี้ ก็คือคุณมด-นิสา ศรีคำดี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คุณมอลลี่” ผู้สร้างสรรค์ผลงาน “ของเล่นสะสมไทย” ให้ดังไกลถึงเมืองนอก
โดยคุณมอลลี่ มีชื่อเสียงในวงการของเล่นสะสม ในระดับเอเชียเลยทีเดียว
เรื่องราวของคุณมอลลี่ น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
คุณมอลลี่ เป็นศิลปินผู้ผลิตของเล่นสะสม ที่มีแครักเตอร์หลัก คือ “CRYBABY” หรือ เด็กน้อยที่ทำหน้าตาเศร้าสร้อย ที่มาพร้อมกับหยดน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลา
หลาย ๆ คนมักสงสัยว่าทำไมแครักเตอร์นี้ถึงต้องมีน้ำตา ?
คำตอบก็คือ จริง ๆ แล้ว คุณมอลลี่เป็นคนที่ชอบมูฟเมนต์ของ “น้ำตา” และมักจะจดบันทึกเรื่องราวความเศร้าไว้ในไดอารีเสมอมา
ดังนั้น “น้ำตา” จึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างแครักเตอร์ของเธอ
นอกจากนั้นเธอยังคิดว่า การหลั่งน้ำตาออกมาหนึ่งครั้ง ต้องผ่านกระบวนการคิดหลากหลายมิติ
ซึ่งบางครั้ง น้ำตาก็ไม่ได้เกิดขึ้น แค่ตอนที่เราเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจหลั่งออกมาพร้อมกับความตื้นตัน ดีใจ รวมถึงตอนที่มีความสุขได้เช่นกัน
ดังนั้น การร้องไห้ จึงไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอเสมอไป
และถึงแม้ว่าเราจะอ่อนแอจริง ๆ การแสดงด้านนั้นออกมา ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด
ซึ่งในนิทรรศการ “Cry Me A River” ตัวแครักเตอร์ CRYBABY นี้ ก็ถูกใช้เป็นตัวแสดงหลักในงานด้วยเช่นกัน
โดยมาพร้อมคอนเซปต์ “พื้นที่สำหรับทุกคน ได้มาแชร์ความเศร้า และร้องไห้ไปด้วยกัน” ผ่านการจัดแสดงผลงานภาพวาด, รูปปั้น และของสะสมแครักเตอร์ CRYBABY ในท่าทางต่าง ๆ เกือบ 20 ชิ้น
ที่น่าสนใจก็คือผลงานเหล่านี้ ถูกจับจองเกือบหมด ภายในเวลาไม่ถึงนาที หลังจากเปิดตัวนิทรรศการ โดยแต่ละชิ้นงานก็มีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท
และหากเราลองคำนวณคร่าว ๆ ผลงานทั้งหมดในนิทรรศการนี้ จะมีมูลค่ารวมกัน มากกว่าสิบล้านบาทเลยทีเดียว
ที่สำคัญงานนี้ ยังเป็นการจัดนิทรรศการเดี่ยว ครั้งแรกของคุณมอลลี่อีกด้วย
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็ถือว่าคุณมอลลี่เป็นหนึ่งในศิลปินของเล่นสะสม ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จเลยทีเดียว
แต่รู้หรือไม่ว่า คุณมอลลี่เพิ่งเริ่มต้นสร้าง CRYBABY ได้เพียง 5 ปี และก่อนหน้านั้น งานที่เธอทำก็ไม่ได้เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ของเล่นอีกด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อ 16 ปีก่อน หลังจากที่คุณมอลลี่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์
คุณมอลลี่ ได้เลือกไปทำงานทางสายออกแบบและกราฟิกดีไซน์ ของบริษัทวางแผนจัดการสำหรับงานแต่ง
ซึ่งเธอทำงานตรงนี้มานานกว่า 7 ปี จนกระทั่งช่วงปี 2559 ที่ต้องงดงานรื่นเริงทุกประเภท เพื่อร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้งานแต่งและงานอิเวนต์ ที่เป็นหัวใจหลักของบริษัท ถูกยกเลิกทั้งหมด
แม้เหตุการณ์นี้ จะทำให้คุณมอลลี่ ต้องหยุดพักจากงาน และขาดรายได้หลักไป แต่ช่วงเวลานี้เอง ที่เธอได้หันกลับมาให้เวลากับตัวเอง และงานอดิเรกที่เธอรักมากขึ้น
นั่นก็คือการสร้างสรรค์ “งานคราฟต์” และ “งานปั้น” ที่เธอชอบทำมาตั้งแต่เด็ก
ซึ่งจริง ๆ แล้ว เธอก็โหยหาอยากกลับไปทำงานเหล่านั้นตลอดมา เพียงแต่ไม่มีเวลาได้ลงมือทำเสียที
จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ CRYBABY ของเล่นสะสมชิ้นแรกจึงเริ่มต้นขึ้น โดยที่เธอก็ไม่รู้เลยว่า งานชิ้นนี้ จะกลายเป็นประตูสู่อาชีพใหม่ในอนาคตของเธอ
หลังจากว่างงานเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนเต็ม คุณมอลลี่ได้ลองปั้นตุ๊กตา CRYBABY และโพสต์ลงบนบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวเล่น ๆ โดยไม่ได้หวังจะทำเป็นธุรกิจ
แต่ผลงานชิ้นนี้กลับไปถูกใจนักสะสมของเล่นชาวจีน ที่ต้องการซื้อผลงานของเธอ ทั้ง ๆ ที่ผลงานชิ้นนี้ เป็นเพียงงานต้นแบบ หรืองานโปรโตไทป์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกคุณมอลลี่ไม่ได้คิดที่จะขายผลงานชิ้นนี้ เพราะเธอทำขึ้นจากความหลงใหลในของเล่นเท่านั้น รวมทั้งเธอยังไม่มีความรู้ในตลาดของเล่นสะสม
แต่ลูกค้าคนนี้ก็ไม่ย่อท้อ และตามตื๊อขอซื้อผลงานของเธอนานเกือบเดือน จนวันหนึ่งเมื่อคุณมอลลี่พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่วงการของเล่นสะสม เธอจึงตัดสินใจขายผลงานชิ้นแรก
หลังจากนั้น ผลงานชิ้นที่สอง สาม และสี่ก็ตามมาเรื่อย ๆ
จนในปี 2560 CRYBABY คอลเลกชันแรก จึงได้คลอดออกมาอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบัน CRYBABY กลายเป็นสินค้าที่รู้จักในวงการของเล่นสะสมในหลายประเทศ โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจากทางแถบเอเชีย เช่น ประเทศจีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน และสิงคโปร์
ทำให้คุณมอลลี่ผ่านประสบการณ์จัดแสดงผลงานศิลปะ ทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายต่อหลายครั้ง
และล่าสุดในปี 2564 ที่ผ่านมา คุณมอลลี่ก็สามารถก่อตั้งบริษัทของตัวเอง ในชื่อว่า บริษัท มอลลี่ แฟ็กทอรี่ จำกัด
โดยสินค้าที่ผลิตในบริษัทนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท นั่นก็คือ
1.Mass Production หรือสินค้าจำนวนมากที่ผลิตจากโรงงาน
2.Handmade ซึ่งเป็นสินค้างานคราฟต์ทำมือทุกชิ้น ที่จะผลิตครั้งละไม่กี่ชิ้น และเปิดเพียงไม่กี่รอบต่อปี ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยทุก ๆ รอบที่เปิดขาย สินค้าก็จะหมดตั้งแต่นาทีแรกเสมอ
นอกจากสินค้าที่ดูแลโดยบริษัทของเธอเองแล้ว คุณมอลลี่ยังได้ร่วมงานกับ POPMART บริษัทขายของเล่นแบบกล่องสุ่ม ชื่อดังจากประเทศจีน
ซึ่งการเซ็นสัญญาร่วมงานกับ POPMART ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะศิลปินที่ผลิตงานกับทางบริษัทนี้ จะต้องเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง และมีกระแสในตลาดนักสะสม
โดยคุณมอลลี่ ถือเป็นศิลปินไทยคนแรกและคนเดียว ที่ได้เซ็นสัญญากับทาง POPMART และมีผลงานลิขสิทธิ์จำหน่ายกับแบรนด์นี้ นั่นก็คือ CRYBABY แครักเตอร์ที่มีฐานแฟนคลับที่ประเทศจีนอยู่แล้ว
สำหรับการร่วมงานกับ POPMART ศิลปินจะมีหน้าที่เพียงแค่ออกแบบผลงานเท่านั้น ส่วนหน้าที่ในการโปรโมตสินค้า และวางแผนการตลาดก็จะเป็นหน้าที่ของบริษัท
ดังนั้น จึงเรียกได้ว่า นี่คือใบเบิกทางสู่สายตานักสะสมของเล่นทั่วโลก
แล้วคุณมอลลี่เพิ่มมูลค่า และสร้างแบรนด์ของ CRYBABY อย่างไร ?
อันดับแรกคือ ศึกษาตลาดของเล่นสะสม
การสร้างสรรค์ผลงานของคุณมอลลี่ ส่วนใหญ่เริ่มต้นมาจากแรงบันดาลใจ และความชอบส่วนตัวในการขับเคลื่อนผลงาน
แต่นอกจากเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินแล้ว การวิเคราะห์ตลาดก็สำคัญไม่แพ้กัน
ดังนั้น แครักเตอร์ของเธอในแต่ละคอลเลกชัน จึงมาจากการวิเคราะห์ความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้า และตลาด ควบคู่ไปด้วย
ต่อมาสิ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ “คุณภาพ”
ถ้าขึ้นชื่อว่ามาจากมอลลี่ แฟ็กทอรี่แล้ว สินค้าทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานคราฟต์ หรือสินค้าแมส โปรดักต์จะต้องเนี้ยบ สวยงาม และถูกควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน
และเมื่อสินค้าเป็นที่ต้องการในตลาด มีคนให้คุณค่า
มูลค่าของสินค้าก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ซึ่งในปัจจุบันเราต้องยอมรับว่า คนไทยหลาย ๆ คนเริ่มหันมาซื้อของเล่นสะสมกันมากขึ้น ทั้งสะสมด้วยความชอบ และสะสมไว้เพื่อเก็งกำไร ทำให้ในบางครั้งราคาของเล่น ก็มีราคาสูงไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว
เหมือนอย่างผลงาน CRYBABY ของคุณมอลลี่ ที่บางคอลเลกชัน ก็ถูกนำไปขายรีเซล ในราคาสูงถึงหลักแสนบาท
โดยหากถามว่า อะไรเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จนี้
คำตอบสำหรับกรณีของคุณมอลลี่ ก็คงไม่ซับซ้อน
และนั่นคือ การลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ นั่นเอง..
สำหรับใครที่ต้องการไปเยี่ยมชมงานนิทรรศการ “Cry Me A River” ก็สามารถแวะไปชมได้ที่ 333 Anywhere ในโครงการ Warehouse 30 ได้จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2565
ซึ่งงานนี้ก็ไม่ได้แค่นำ CRYBABY มาตั้งโชว์เฉย ๆ เท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกกันตลอดทั้งเดือนอีกด้วย
Reference:
-สัมภาษณ์โดยตรงกับคุณมด-นิสา ศรีคำดี
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.