กรณีศึกษา ทำไม “ซีรีส์จีน” ถึงมาแรงในไทย
Entertainment

กรณีศึกษา ทำไม “ซีรีส์จีน” ถึงมาแรงในไทย

16 ม.ค. 2021
กรณีศึกษา ทำไม “ซีรีส์จีน” ถึงมาแรงในไทย /โดย ลงทุนเกิร์ล
ในยุคที่ว่ากันว่า จีนกำลังจะครองโลก ไม่ว่าหันไปทางไหน
เราก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ Made in China
ซึ่งใครจะคิดว่า วันนี้แม้แต่ซีรีส์ ที่หลายคนเลือกเสพเพื่อความบันเทิง
ก็ยังเป็น ซีรีส์จากประเทศจีน..
ซีรีส์จีนในสมัยก่อนจะมาจากฝั่ง ฮ่องกง และไต้หวัน
ซึ่งถือเป็นแหล่งความบันเทิงคู่ทุกครัวเรือนไทย มาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่
โดยเราน่าจะคุ้นเคยกับเหล่าจอมยุทธ์จากนิยายอมตะอย่าง มังกรหยก ของกิมย้ง
รวมถึงซีรีส์ยอดฮิตอย่าง องค์หญิงกำมะลอ หรือเปาบุ้นจิ้น ที่ครั้งหนึ่งเคยฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง
แต่หลังจากการรุกคืบของซีรีส์เกาหลี ที่มีหัวหอกสำคัญ คือ ซีรีส์พีเรียดฟอร์มยักษ์ อย่าง แดจังกึม
ตามมาด้วยกองทัพซีรีส์เกาหลีอีกหลายเรื่อง ซึ่งล้วนมีเนื้อหาที่สดใหม่ ชวนให้ฟินจิกหมอนมากกว่าซีรีส์จีนแบบที่เราคุ้นเคย
ทำให้กระแสซีรีส์จีนในบ้านเราค่อยๆ ดร็อปลงไป
จนกระทั่งเมื่อปี 2019 WeTV ได้ออนแอร์ซีรีส์เรื่อง ปรมาจารย์ลัทธิมาร
ที่นำแสดงโดยเซียวจ้าน และหวังอี้ป๋อ จนเกิดปรากฏการณ์ #ป๋อจ้าน สนั่นโลกโซเชียล
และทุกครั้งในวันที่ซีรีส์ออนแอร์ ชื่อของซีรีส์และนักแสดง
ก็จะถูกดันจนติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์เสมอ
นอกจากนั้น ก็ยังมีแรงส่งจากอีกหลากซีรีส์ดัง ช่วยหนุนให้กระแสซีรีส์จีน
ไม่ใช่ม้านอกสายตาอีกต่อไป และกำลังค่อยๆ ครองใจคอซีรีส์ชาวไทย
ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์แนวเทพเซียนอย่าง สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่
มาจนถึงแนวรักใสๆ อย่าง รักใสๆ หัวใจสี่ดวง หรือ อุ่นไอรักในใจเธอ
และล่าสุดกับซีรีส์ย้อนยุค ที่หลายคนตั้งตาคอย อย่างนางโจร ที่ได้หวังอี้ป๋อ มาเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ
แล้วอะไรทำให้กระแสซีรีส์จีน กลับมาคึกคักอีกครั้ง?
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่า กระแสซีรีส์จีนค่อยๆ ถูกพูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง
แถมการกลับมาผงาดครั้งนี้ ยังไม่ใช่แค่ลบภาพซีรีส์จีนแบบเดิมๆ
ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่สดใหม่ การถ่ายทำที่โมเดิร์น ดูแล้วฟินไม่แพ้เกาหลี เท่านั้น
แต่ยังมาพร้อมกลยุทธ์ที่ช่วยให้มัดใจคอซีรีส์ให้อยู่หมัด
โดยหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนที่ช่วยให้กระแสความนิยมซีรีส์จีนร้อนแรง ต้องยกความดีความชอบให้การเข้ามาบุกตลาดไทยของแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงยักษ์ใหญ่ของจีน อย่าง WeTV และ iQIYI
เพราะแม้ที่ผ่านมา จะมีซีรีส์จีนให้ได้ชมตามช่องทีวีบ้าง แต่ก็ไม่จุใจ เพราะไม่อาจต้านกระแสเกาหลีฟีเวอร์ที่ครองใจคอซีรีส์ชาวไทย มานับสิบปี
จนกระทั่ง กระแสวิดีโอสตรีมมิงเริ่มมา และคนไทยเริ่มคุ้นเคยกับ Netflix
แต่ปริมาณซีรีส์จีนที่ฉายใน Netflix ก็ยังมีไม่มากพอจะสร้างฐานแฟนซีรีส์จีนขึ้นมาอีกครั้ง
จากช่องว่างในตลาดนี้ ที่ทำให้ Tencent Video สตรีมมิงแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ของจีน
มองเห็นโอกาสในการนำคอนเทนต์จีนมาเติมเต็มตลาดคอนเทนต์ไทย ซึ่งคุ้นเคยกับซีรีส์จีนอยู่แล้ว
ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม WeTV ในไทย
ดังนั้น เมื่อมีช่องทางที่เข้าถึงซีรีส์จีนแบบถูกลิขสิทธิ์ มากขึ้น
ก็ทำให้คนไทยหันมาสนใจและเสพซีรีส์จีน กันมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
ซึ่งผลก็เป็นไปตามนั้น เพราะหลังจากทำตลาดในไทย ตัวเลขผู้ชมใน WeTV ก็ค่อยๆ เติบโต
และยิ่งโตแบบพุ่งกระฉูด ตอนที่ออนแอร์ซีรีส์เรื่อง “ปรมาจารย์ลัทธิมาร”
อานิสงส์ของซีรีส์เรื่องนี้ ดันให้ยอดผู้ใช้งาน WeTV ในไทยโตขึ้น 250%
รวมทั้งยังมีการนำนักแสดงหลักมาจัดแฟนมีตในไทย ซึ่งก็ปรากฏว่าขายบัตรจนหมดเกลี้ยง..
นอกจากนี้ หลังจากเปิดตัวของ WeTV ในไทยได้ไม่นาน
iQIYI (อ้ายฉีอี้) แพลตฟอร์มภายใต้เครือ Baidu ซึ่งขับเคี่ยวในสมรภูมิวิดีโอสตรีมมิงกับ Tencent ที่จีน
ก็เข้ามาเปิดตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ
โดยคอนเทนต์เรือธงของ iQIYI ในไทย คือ รายการแข่งขันค้นหาไอดอลหน้าใหม่ในประเทศจีน “Youth with You ซีซัน 2” ซึ่งมี ลิซ่า BlackPink เป็นหนึ่งในเมนเทอร์
สรุปแล้ว ทั้งสองแพลตฟอร์ม ก็ไม่ต่างจากหน้าร้านที่ทำให้ซีรีส์จีนเข้าถึงผู้คนมากขึ้น
เพราะหากเปรียบเทียบซีรีส์จีนเป็นสินค้า ต่อให้ของจะดีแค่ไหน
แต่ถ้าคนซื้อเข้าไม่ถึง ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ดังนั้นทั้งสองแพลตฟอร์ม ก็ถือว่าตอบโจทย์ Pain Point ผู้ชมชาวไทยได้อย่างดี
จากแต่ก่อน หากเราต้องการดูซีรีส์จีน ก็อาจจะต้องรอดูจากเว็บเถื่อน หรือดูแบบไม่มีซับไทย
แต่แพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่เพียงพัฒนามาให้มีซับไทย
เพราะบางเรื่องที่ฮิตๆ ก็มีการหยิบมาทำพากย์ไทย
เป็นทางเลือกให้คนส่วนใหญ่ในประเทศได้รับชมกันอีกด้วย
ขณะที่โมเดลธุรกิจ ของทั้งสองแพลตฟอร์ม ก็ไม่ได้โหดร้ายกับผู้ชมเกินไป
เพราะเปิดให้ผู้ใช้งานได้ดูฟรีแบบมีโฆษณา
เว้นแต่ใครที่เป็นสายใจร้อน ก็สามารถจ่ายเงินเป็นสมาชิกแบบพรีเมียม
เพื่อรับชมตอนใหม่ๆ ก่อนใคร
และหมัดเด็ดถัดมา ที่เสริมฐานให้ซีรีส์จีนปังมากกว่าเดิม
คือ การเจาะกลุ่มเป้าหมายที่กว้าง ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย
โดยจะเห็นได้ว่า ซีรีส์จีนยุคนี้ เนื้อเรื้องไม่ได้มีแต่แนวย้อนยุคกำลังภายใน
แต่มีพล็อตเรื่องสมัยใหม่ ทั้งแนวโรแมนติก คอมเมดี้ แฟนตาซี หรืออีสปอร์ต
แม้แต่ซีรีส์วาย ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ก็ยังมี
เพียงแต่อาจจะไม่ได้โจ่งแจ้ง เพราะว่ารัฐบาลจีนยังไม่เปิดกว้างเรื่องนี้เท่าไร
ในขณะที่นักแสดงที่คัดมา ก็ต้องบอกเลยงานไชน่า ก็ไม่แพ้งานโคเรีย ดูแล้วอิ่ม ฟิน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เจ้าของแพลตฟอร์มอย่าง WeTV จัดแฟนมีตหลายครั้ง เพื่อสร้างฐานแฟนคลับชาวไทย
นอกจากเอาใจสาวกป๋อจ้านแล้ว ก็ยังจัดงานที่สยามพารากอนให้พระนาง “หลินอี” และ “ฉิงเฟย” จากซีรีส์เรื่อง Put Your Head on My Shoulder มาเยือนเมืองไทย เพื่อพบปะกับแฟนๆ
ซึ่งปัจจุบันหลายแบรนด์ดัง ก็หันมาใช้นักแสดงจีน รวมถึงเชิญให้มาร่วมอีเวนต์ใหญ่ๆ
อย่างตอนที่ซีรีส์ “รักใสใสหัวใจสี่ดวง” เวอร์ชัน 2018 กำลังฮิต
ทางไอคอนสยามก็ได้เชิญ 4 นักแสดงนำมาร่วมงานเปิดตัว
เช่นเดียวกับเถ้าแก่น้อย ก็ยังจัดงานแฟนมีตให้ลูกค้ากับ 4 หนุ่ม F4
แต่ก็น่าเสียดายว่า ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว โลกของเราเผชิญกับสถานการณ์โควิด 19
ทำให้ต้องงดจัดงานอีเวนต์ต่างๆ หรือเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นเหล่านักแสดงจีน พาเหรดมาพบปะแฟนๆ ที่เมืองไทยอย่างแน่นอน
ซึ่งหลังจากนี้ คงต้องจับตาดูว่า ทางฝั่งผู้สร้างซีรีส์จีน
จะมีหมัดเด็ดอะไรมาโกยคะแนนความนิยมจากผู้ชม ที่เริ่มเปิดใจรับซีรีส์จีนมากขึ้น
ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งซีรีส์จีน
อาจจะมีฐานผู้ชมและกระแสตอบรับ เทียบชั้นเกาหลี ก็เป็นได้..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.