
Business
Tamagotchi ของเล่นยุค 90 ที่ปัจจุบันขายไปแล้ว 100 ล้านเครื่อง
26 ม.ค. 2026
Tamagotchi ของเล่นยุค 90 ที่ปัจจุบันขายไปแล้ว 100 ล้านเครื่อง /โดย ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่ว่า ทามาก็อตจิถือเป็นเกมยุคแรก ๆ ที่ใส่แนวคิดเรื่องความตาย และการจากลาลงไปในตัวเกม
รู้หรือไม่ว่า ทามาก็อตจิถือเป็นเกมยุคแรก ๆ ที่ใส่แนวคิดเรื่องความตาย และการจากลาลงไปในตัวเกม
ที่น่าสนใจคือ แม้ทามาก็อตจิจะรุกตลาดมาตั้งแต่ยุค 90
แต่กลับสามารถผ่านร้อน ผ่านหนาวมาได้ทุกยุค ตั้งแต่ยุคอินเทอร์เน็ต ยุคดิจิทัล จนมาถึงยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท
แต่กลับสามารถผ่านร้อน ผ่านหนาวมาได้ทุกยุค ตั้งแต่ยุคอินเทอร์เน็ต ยุคดิจิทัล จนมาถึงยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท
แล้วอะไรทำให้เกมทามาก็อตจิ ถึงยังไม่ถูกดิสรัปต์ ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ทามาก็อตจิ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 หรือ 29 ปีที่แล้ว
โดยผู้ที่ให้กำเนิด ก็คือคุณ Akihiro Yokoi อดีตนักออกแบบของเล่นที่เคยทำงานให้บริษัท BANDAI ผู้ผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น ก่อนที่ในเวลาต่อมา เขาจะออกมาตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง
ซึ่งคุณ Yokoi ได้แรงบันดาลใจในการสร้างทามาก็อตจิ หลังจากเห็นโฆษณาทางทีวี ที่เด็กชายคนหนึ่งรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถพาสัตว์เลี้ยงเต่าของเขาไปเที่ยวด้วยได้
ในฐานะคนเลี้ยงสัตว์เหมือนกัน คุณ Yokoi เข้าใจความเศร้าของเด็กชายคนนั้น และเกิดความคิดว่า หากไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิตจริงไปด้วยได้ ทำไมไม่ลองนำสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงไปด้วยแทนล่ะ ?
พร้อมทั้งใส่แนวคิดเรื่อง “การจากลา” เมื่อถึงคราวที่สัตว์เลี้ยงต้องกลับบ้านเก่า หลังโลกแห่งความตาย
เพื่อสะท้อนให้เห็นถึง “ความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูสัตว์” เพราะในโลกความจริง หากเจ้าของละเลยการเอาใจใส่ ก็จะทำให้พวกมันเจ็บป่วย มีอายุสั้นลง และจากโลกนี้ไป
ซึ่งแนวคิดเรื่องการลาจากนี้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ สำหรับเกมในยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว
และเมื่อคุณ Yokoi ได้วางแนวคิดของเกมเรียบร้อยแล้ว
แต่แทนที่เขาจะผลิตมันขึ้นมาเอง เขากลับนำไอเดียนี้ไปเสนอให้กับบริษัท BANDAI เพื่อร่วมมือกันผลิตและจำหน่าย เจ้าก้อนไข่ทามาก็อตจิออกสู่ชาวโลก
แต่แทนที่เขาจะผลิตมันขึ้นมาเอง เขากลับนำไอเดียนี้ไปเสนอให้กับบริษัท BANDAI เพื่อร่วมมือกันผลิตและจำหน่าย เจ้าก้อนไข่ทามาก็อตจิออกสู่ชาวโลก
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการตลาดทาง BANDAI ได้ส่งคุณ Aki Maita นักการตลาดของบริษัท มาช่วยสำรวจตลาดก่อนวางขาย ซึ่งผลปรากฏว่าทามาก็อตจิ เป็นที่ถูกอกถูกใจอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มสาววัยรุ่น
หลังจากมั่นใจแล้วว่า ไอเดียนี้สามารถขายได้จริง
ทาง BANDAI ก็เริ่มเปิดวางขายจริงในปี 1996 และไม่น่าเชื่อว่าทามาก็อตจิจะฮอตฮิต จนถูกขายไปแล้วกว่า 10 ล้านเครื่องในญี่ปุ่น ภายในเวลา 8 เดือน
ทาง BANDAI ก็เริ่มเปิดวางขายจริงในปี 1996 และไม่น่าเชื่อว่าทามาก็อตจิจะฮอตฮิต จนถูกขายไปแล้วกว่า 10 ล้านเครื่องในญี่ปุ่น ภายในเวลา 8 เดือน
ต่อมาในปี 1997 ทาง BANDAI จึงขยายตลาดไปทั่วโลก
ซึ่งตลาดนี้ก็ฮิตร้อนแรงไม่แพ้กัน อย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ทามาก็อตจิสามารถขายได้เร็วสุดเฉลี่ย 15 เครื่องต่อวินาที จนในปีนั้น BANDAI กวาดยอดขายไปกว่า 70 ล้านเครื่องทั่วโลกกันเลยทีเดียว
ปัจจุบัน ทามาก็อตจิยังคงได้รับความนิยมจากทั่วโลก
ล่าสุด เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา ทามาก็อตจิทำยอดขายไปแล้วกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก
โดยญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งผู้ซื้อถึง 49% ขณะที่สหรัฐอเมริกาคิดเป็น 33% และยุโรปคิดเป็น 16% ส่วนเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) คิดเป็นเพียง 2% เท่านั้น
คำถามที่ตามมาก็คือ ทำไม ทามาก็อตจิ ถึงยังขายได้ ในวันที่โลกเรามีแพลตฟอร์มเกมมากมาย ?
ประเด็นแรกเลยก็คือ รักษาแก่นของคอนเซปต์เกม
อย่างที่ทราบกันดีว่า คอนเซปต์หลักของทามาก็อตจิ คือ การเลี้ยงดูเหล่าทามาก็อตจิ ให้ค่อย ๆ เติบโตทีละช่วงวัย
ดังนั้น มันจึงเป็นเสน่ห์สำคัญ ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี คอนเซปต์นี้ก็ยังคงสามารถดึงดูดสัญชาตญาณการเลี้ยงดูของมนุษย์ และเติมเต็มความรู้สึกของการได้มีสัตว์เลี้ยง หรือเพื่อนในจินตนาการได้
ประกอบกับยังคงออกแบบให้ขนาดตัวเครื่องเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย อีกทั้งตัวเกมก็ไม่ได้ซับซ้อนเกินไป จึงทำให้ทามาก็อตจิกลายเป็นของเล่นที่เข้าถึงได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่
ประเด็นต่อมา คือ เจาะกลุ่มลูกค้าผู้ใหญ่ แต่หัวใจเด็ก
ด้วยการจับมือกับการ์ตูน หนังดัง และศิลปิน เช่น ONE PIECE, Sanrio, Star Wars ไปจนถึง BLACKPINK ซึ่งล้วนมีกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่น และส่วนใหญ่ยังเป็นวัยที่มีกำลังซื้ออีกด้วย
ประเด็นที่สาม คือ ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม ๆ แต่เลือกปรับตัวไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น
ปี 2004 BANDAI ได้นำระบบสื่อสารอินฟราเรดมาใช้ ทำให้ผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อกับทามาก็อตจิเครื่องอื่น ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนของขวัญ และเล่นด้วยกันได้ปี 2018 พัฒนาแอป My Tamagotchi Forever ให้เล่นได้บนมือถือแบบฟรี ๆ แต่บริษัทจะทำเงินจาก ค่าโฆษณา และการเติมเงิน เพื่อซื้อของในเกมปี 2021 ออกสินค้าครบรอบ 25 ปีเป็น Tamagotchi Smart ในรูปแบบนาฬิกาข้อมือ และมีไมโครโฟนให้ผู้เล่นพูดคุย หรือสั่งการสัตว์เลี้ยงด้วยเสียงได้โดยตรง รวมถึงยังสามารถใช้เป็นอุปกรณ์นับก้าวและดูเวลาได้ด้วย
ส่วนในปี 2025 บริษัทได้ออกสินค้าใหม่อย่าง Tamagotchi Paradise มาพร้อมหน้าจอสี และฝาเชื่อมต่อกับเพื่อน ให้สัตว์เลี้ยงต่อสู้หรือผสมพันธุ์กันได้
ซึ่งฮิตอย่างมากในหมู่คนรุ่น Millennials และ Gen Z บางคนซื้อมาเล่น ส่วนบางคนก็ซื้อมาห้อยกระเป๋าเป็น เครื่องประดับเก๋ ๆ แบบ Y2K จนของขาดตลาดไปช่วงหนึ่ง
เรียกได้ว่า บริษัทผู้ผลิตอย่าง BANDAI ได้พยายามปรับตัวให้หลากหลายกระบวนท่า เพื่อให้เหล่าทามาก็อตจิยังคงอยู่รอด ในยุคที่โลกเริ่มขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
ซึ่งสิ่งที่เราอาจได้เรียนรู้จาก ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ นี้ก็คือ ถึงแม้ว่า สินค้าจะอยู่มานาน แต่ความเก่า กลับไม่ได้ทำให้พวกมันตกยุคสมัย เพียงแต่เราต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาไปให้ทันกับโลก และพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไป
แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ จนวันนี้ผ่านมา 29 ปี ทามาก็อตจิก็ยังคงไม่จางหายไปไหน และยังคงเป็นของเล่นชิ้นโปรดของใครอีกหลายต่อหลายคน..
References :
Japantimes, Theringer, Mentalfloss, Itechpost, Tokyoweekender