
Business
กลยุทธ์ปั้นแบรนด์ให้ลูกค้ารัก ฉบับ lookbooklookbook แบรนด์แฟชั่นสุดฮอตที่ทำยอดขายทะลุ 10 ล้าน ภายในวันเดียว
6 ก.พ. 2026
เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนต้องรู้จัก lookbooklookbook เพราะเขาเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่อยู่ในวงการมานานถึง 16 ปี จนทุกวันนี้ก็ยังขยันปล่อยคอลเลกชันใหม่ ๆ จนเป็นกระแสอยู่ตลอด
แต่มีใครรู้ไหมว่าแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์แข็งแรงขนาดนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากธุรกิจเล็ก ๆ ของนักศึกษาที่ทำเพราะความชอบ ก่อนจะประสบความสำเร็จจนกลายเป็นแบรนด์ติดตลาด
โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาสามารถกวาดรายได้ไปเกือบ 200 ล้านบาท เลยทีเดียว
ลงทุนเกิร์ลได้มีโอกาสพูดคุยกับสามผู้ก่อตั้ง คุณจีน-วนิชชา ตรีทิพย์สถิตย์, คุณอิงค์-อิงครัต อุนนกิตติ และคุณโบ-สุภัค ธงชัยวัฒนอำพล ถึงเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ lookbooklookbook
อย่างที่บอกไปว่าจุดเริ่มต้นของ lookbooklookbook มาจากนักศึกษามหาวิทยาลัยสามคนที่อยากหารายได้ จึงนำความชอบในเรื่องแฟชั่นมาต่อยอดเป็นธุรกิจร้านเสื้อผ้าที่มีคาแรกเตอร์สดใหม่
จุดเด่นของ lookbooklookbook คือเสื้อผ้าที่มีความ Feminine แต่ก็ไม่หวานจนเกินไป
โดยเป็นเสื้อผ้าที่ใส่แล้วสวย เข้าใจง่าย
โดยเป็นเสื้อผ้าที่ใส่แล้วสวย เข้าใจง่าย
ที่สำคัญคือเริ่มต้นทำด้วยความตั้งใจ ตั้งแต่วางคอนเซปต์พรีเซนต์สินค้าโดยใช้นางแบบเพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพได้ชัด ไปจนถึงดิไซน์ที่ตั้งใจออกแบบมาให้ใส่ได้บ่อย
ผลลัพธ์คือสินค้าของ lookbooklookbook สามารถขายได้หมดตั้งแต่คอลเลกชันแรก ๆ ลูกค้าหลายคนได้กลายมาเป็นลูกค้าประจำจนถึงทุกวันนี้
แล้วที่ผ่านมา lookbooklookbook ขายดีแค่ไหน..
เราลองมาดูผลประกอบการบริษัท พิงค์ บ็อกซ์ สตูดิโอ จำกัด
เราลองมาดูผลประกอบการบริษัท พิงค์ บ็อกซ์ สตูดิโอ จำกัด
ปี 2565 รายได้ 90,598,486 บาท
ปี 2566 รายได้ 93,563,950 บาท
ปี 2567 รายได้ 115,350,413 บาท
ปี 2566 รายได้ 93,563,950 บาท
ปี 2567 รายได้ 115,350,413 บาท
และที่น่าสนใจคือ ตัวเลขผลประกอบการของปีที่ผ่านมา ซึ่งทางแบรนด์ได้เปิดเผยกับลงทุนเกิร์ลว่ารายได้เติบโตขึ้นแตะ 198 ล้านบาท โดยในคอลเลกชันที่ได้รับการตอบรับดี สามารถทำยอดขายได้ถึงวันละ 10 ล้านบาทเลยทีเดียว
ทีนี้เรามาดูกันว่าเบื้องหลังของ lookbooklookbook จะมีกลยุทธ์อะไร ที่ทำให้แบรนด์ยังคงกวาดยอดขายได้ถล่มทลาย ?
สิ่งที่ทำให้แบรนด์ lookbooklookbook อยู่มาได้นานหลักสิบปี แม้จะต้องเจอกับการเปลี่ยนผ่านมากมาย
ข้อแรกเลยคือ ผู้ก่อตั้งทั้งสามคนให้ความสำคัญกับการ “ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์” ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องทำการบ้านกันทุกปี
ยกตัวอย่างสถานการณ์โรคระบาดที่หลายแบรนด์ได้รับผลกระทบ บางแบรนด์ถึงกับต้องปิดตัวลง
แต่สำหรับ lookbooklookbook กลับเป็นปีที่สามารถทำยอดขายทุบสถิติ New High เพราะแบรนด์สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
แต่สำหรับ lookbooklookbook กลับเป็นปีที่สามารถทำยอดขายทุบสถิติ New High เพราะแบรนด์สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
และเหตุผลที่แบรนด์สามารถปรับตัวได้เร็วขนาดนี้ก็มาจากการแบ่งหน้าที่บริหารชัด ผู้ก่อตั้งสามคนจะรับผิดชอบงานคนละส่วน ทำให้การตัดสินใจและการปรับตัวในเรื่องต่าง ๆ สามารถทำได้ทันที
ต่อมาคือ “การทำแบรนด์ให้ลูกค้ามองเห็นอยู่เสมอ”
อีกหนึ่งโจทย์ยากของ lookbooklookbook ทุกวันนี้คือการเกิดขึ้นของแบรนด์ใหม่ ๆ ที่ทำให้ตลาดแฟชั่นมีการแข่งขันสูงมาก ผู้ก่อตั้งทั้งสามคนจึงต้องพยายามโฟกัสกับการรักษาคาแรกเตอร์แบรนด์ให้ชัด รู้ว่าใครคือลูกค้า และรักษาไว้อย่างดี
หนึ่งในจุดแข็งของแบรนด์ที่โดดเด่นมากคือการ Collaboration จับมือกับศิลปินและแบรนด์ต่าง ๆ ออกคอลเลกชันพิเศษ สร้างความสดใหม่ให้กับแบรนด์อยู่เสมอ
ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น “The Girl Next Door Collection” ร่วมกับคุณวี-วิโอเลต หรือ “The Paperdoll Collection” ร่วมกับคุณ Chopluem อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น “The Girl Next Door Collection” ร่วมกับคุณวี-วิโอเลต หรือ “The Paperdoll Collection” ร่วมกับคุณ Chopluem อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
ผลลัพธ์คือหลายคอลเลกชันได้รับเสียงตอบรับที่ดีและสามารถขายหมดอย่างรวดเร็ว บางรุ่นสามารถขายได้หลักหมื่นตัว ยิ่งไปกว่านั้นลูกค้าเก่ายังได้สัมผัสถึงความสดใหม่ ขณะที่ลูกค้าใหม่ก็หันมาสนใจแบรนด์มากขึ้น
และเมื่อประสบความสำเร็จในการสร้างการรับรู้แล้ว ก็ต้องทำสินค้าให้เข้าถึงได้ทั้งออนไลน์และหน้าร้าน
ทุกวันนี้ lookbooklookbook มีทั้งร้านพ็อปอัปตามศูนย์การค้า และร้านในแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าช็อปได้สะดวกที่สุด
ทุกวันนี้ lookbooklookbook มีทั้งร้านพ็อปอัปตามศูนย์การค้า และร้านในแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าช็อปได้สะดวกที่สุด
อีกข้อที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “Brand Consistency”
ตลอดเวลาเกือบ 16 ปี lookbooklookbook ไม่เคยรีแบรนด์ ไม่เคยหายไปไหน พร้อมรักษาความสม่ำเสมอในเรื่องคุณภาพและความตั้งใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยืนระยะได้นาน
สิ่งที่ lookbooklookbook นำเสนอคือสินค้าแฟชั่นที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและดิไซน์ ผ่านการคิดในมุมของผู้ใช้ว่าใส่ออกมาแล้วต้องสวย ใส่ได้บ่อย คุ้มกับราคาที่จ่าย แม้ลูกค้าจะห่างหายไปแต่สุดท้ายก็ยังกลับมา
lookbooklookbook ถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีภาพจำชัด มีภาพลักษณ์เป็นแบรนด์แฟชั่นที่ไว้ใจได้ มีคาแรกเตอร์ แม้จะเห็นแค่ภาพ Photoshoot ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นแบรนด์อะไร
สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ “Creativity” แม้แฟชั่นของ lookbooklookbook จะเป็นแนวกลาง ๆ เน้นใส่ง่าย แต่หลังบ้านต้องการความครีเอทิฟเยอะมาก
เริ่มตั้งแต่ผู้บริหารที่ต้องไม่หยุดวิ่ง ไม่หยุดอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ใส่ความครีเอทิฟลงไปในทุกคอลเลกชัน ซึ่งข้อนี้ช่วยให้ lookbooklookbook ไม่เคยติดภาพความเก่าแม้จะอยู่มากว่าสิบปี
รวมถึงใช้กลยุทธ์การนำเสนอสินค้าแบบ “Total Look” ให้เห็นภาพไปเลยว่าแต่งออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร ลูกค้าเลื่อนผ่านแล้วต้องหยุดดู และยังเป็น OOTD ให้ลูกค้าเห็นแล้วซื้อตามได้ทั้งชุด
และที่ lookbooklookbook ทำแบบนี้ได้ก็มาจาก DNA ของทีมงานกับวัฒนธรรมการทำงานแบบ “พุ่งชน”
ทั้งการปรับตัวรับมือความท้าทาย พร้อมเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตามเทรนด์ ซึ่งทั้งหมดต้องทำโดยไม่ให้คาแรกเตอร์แบรนด์หล่นหาย
ทั้งการปรับตัวรับมือความท้าทาย พร้อมเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตามเทรนด์ ซึ่งทั้งหมดต้องทำโดยไม่ให้คาแรกเตอร์แบรนด์หล่นหาย
ปัจจุบัน lookbooklookbook ก็ยังไม่หยุดนำเสนอความตื่นเต้นให้วงการแฟชั่นบ้านเรา
ล่าสุดได้เปิดตัว Brand Muse คนใหม่ คุณตู-ต้นตะวัน นักแสดง นางแบบ และอินฟลูเอนเซอร์ที่เคยร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกมาแล้วหลายแบรนด์ ซึ่งการร่วมงานกันครั้งนี้น่าจะทำให้แฟน ๆ ต่างประเทศของคุณตูได้เห็นผลงานของ lookbooklookbook กันมากขึ้น
และในปีนี้ lookbooklookbook ยังได้เพิ่มช่องทางการขาย โดยเปิดตัวร้านค้าทางการในแพลตฟอร์ม Shopee เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น
อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงพอจะได้คำตอบแล้วว่าอะไรที่ทำให้ lookbooklookbook ยังเป็นที่รักของลูกค้ามาได้นานนับสิบปี
16 ปีอาจเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่สำหรับ lookbooklookbook แล้ว นี่คือการเดินทางที่ไม่เคยหยุด
สิ่งที่ได้รับกลับมาจึงมากกว่าตัวเลขรายได้ แต่คือความรักและการสนับสนุนจากลูกค้าที่ทำให้ชื่อของ lookbooklookbook ไม่เคยหายไปไหน..
สิ่งที่ได้รับกลับมาจึงมากกว่าตัวเลขรายได้ แต่คือความรักและการสนับสนุนจากลูกค้าที่ทำให้ชื่อของ lookbooklookbook ไม่เคยหายไปไหน..