
Business
Grocery Tourism เทรนด์ท่องเที่ยวมาแรงปี 2026 เน้นเช็กอินที่ร้านขายของชำต่างแดน
19 ก.พ. 2026
Grocery Tourism เทรนด์ท่องเที่ยวมาแรงปี 2026 เน้นเช็กอินที่ร้านขายของชำต่างแดน /โดย ลงทุนเกิร์ล
ลองนึกภาพ.. ไปญี่ปุ่น แต่ไม่เริ่มจากวัดหรือศาลเจ้า
ไปฝรั่งเศส แต่ไม่เริ่มที่หอไอเฟลหรือพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
ลองนึกภาพ.. ไปญี่ปุ่น แต่ไม่เริ่มจากวัดหรือศาลเจ้า
ไปฝรั่งเศส แต่ไม่เริ่มที่หอไอเฟลหรือพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
แต่กลับเริ่มด้วยการไปซื้อแซนด์วิชไข่ในร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น หรือเลือกซื้อเนย Bordier ในซูเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศส
นี่ไม่ใช่พฤติกรรมแปลก ๆ แต่คือเทรนด์ “Grocery Tourism” ซึ่งกำลังมาแรงมาก ถึงขั้นที่สื่อท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง Condé Nast Traveler ยกให้เป็นหนึ่งในเทรนด์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของปี 2026
แล้วทำไมร้านขายของชำ ถึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวได้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
รายงานเทรนด์ปี 2026 ของ Hilton เผยว่า 77% ของนักท่องเที่ยวชื่นชอบการสำรวจร้านของชำในต่างแดน
ขณะที่รายงานล่าสุดของ Skyscanner ก็พบว่า 35% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก วางแผนล่วงหน้าว่า ทริปหน้าจะต้องแวะซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นให้ได้
และถ้าซูมเฉพาะ Gen Z ก็ยิ่งชัด โดยหน่วยงานท่องเที่ยว NSW รายงานว่าเกือบ 1 ใน 3 ของ Gen Z ตั้งใจจะแวะซูเปอร์มาร์เก็ตระหว่างเที่ยวต่างประเทศ
เรื่องนี้ก็เป็นเพราะหลายคนเบื่อทริปที่เหมือน ๆ กันไปหมด และเริ่ม “โหยหาความเป็น Local” แบบไม่ปรุงแต่ง
สถานที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ จึงไม่ใช่แลนด์มาร์กเดิม ๆ หรือคาเฟกับมุมถ่ายรูปซ้ำ ๆ แต่คือสถานที่สุดแสนธรรมดาอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อหน้าซอย
โดยคุณ Martin Newman ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้บริโภคให้ความเห็นว่า ร้านค้าเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนในเมืองนั้น กิน ดื่ม และใช้ชีวิตอย่างไร ซึ่งให้ความรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์ เหมือนได้สวมบทบาทเป็นคนท้องถิ่นจริง ๆ
อีกปัจจัยหนึ่งคือ “พิษเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ” สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกหลายแห่งปรับราคาขึ้นมหาโหด อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปารีส ที่ขึ้นค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ชาวยุโรปถึง 45%
แต่ในทางกลับกัน ซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นไม่มีค่าเข้า แถมยังเป็นสถานที่ที่เราควบคุมงบได้ จะซื้อขนมแค่ถุงเดียว หรือจะเดินตากแอร์เฉย ๆ ก็ไม่มีใครว่า ทำให้เทรนด์นี้เป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ของนักเดินทาง
ไม่หมดแค่นั้น ยังมี “แรงส่งจาก Social Media” ที่เป็นตัวจุดกระแส บน TikTok มีโพสต์ที่เกี่ยวกับ Grocery Store Travel มากกว่า 50 ล้านโพสต์
หลายคนไม่ได้แค่ไปซื้อของ แต่ไปทำคอนเทนต์ เช่น Grocery Haul, Convenience Store Run, What I bought in Japan รีวิวของกินรสชาติที่หาไม่ได้ในบ้านเกิด
ยกตัวอย่างปรากฏการณ์ที่เห็นชัดที่สุด
7-Eleven บ้านเราที่นักท่องเที่ยวปักหมุดว่าต้องมากินแซนด์วิชอบร้อน หรือ Big C ราชดำริ ที่กลายเป็นแหล่งละลายทรัพย์ไว้ช็อปปิงของฝากจากประเทศไทยErewhon Market ใน LA ที่คนยอมซื้อสมูททีแก้วละเกือบ 700 บาท เพื่อสัมผัสไลฟ์สไตล์แบบเซเลบริตีTrader Joe’s ในสหรัฐฯ ที่กระเป๋าผ้าแคนวาสกลายเป็นของฝากยอดฮิต และถูกนำมารีเซลในราคาสูงลิ่ว
ทั้งนี้ หากมองให้ลึกสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเทรนด์ Grocery Tourism คือ “โอกาสทางธุรกิจ” ที่ต่อยอดได้ ไม่ว่าจะเป็น
โอกาสของฝั่งค้าปลีก
ทำโซน Local Hits / Tourist Picks ให้เลือกหยิบง่ายออกแบบเลย์เอาต์ให้มีเอกลักษณ์ ถ่ายรูปขึ้นทำ Merchandise ของร้าน เช่น ถุงผ้า, แก้ว, เสื้อ
โอกาสของฝั่งแบรนด์สินค้า
ออกรสชาติพิเศษเฉพาะประเทศ ที่กระตุ้นการตามล่าทำแพ็กเกจจิงน่ารัก ๆ เหมาะกับการถ่ายคอนเทนต์
โอกาสของฝั่งท่องเที่ยว
บริษัททัวร์ จัดกิจกรรมทัวร์ซูเปอร์มาร์เก็ตแพลตฟอร์มท่องเที่ยวขายประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่นมากขึ้น
หรือแม้แต่ธุรกิจโรงแรม ที่ในตอนนี้โรงแรมหลายแห่งเริ่มเชื่อมโยงตัวเองกับเทรนด์นี้แล้ว เช่น The Newt in Somerset ที่มีตลาดภายในโรงแรม เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านมาขายแยม ไซเดอร์ เนย และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
มาถึงตรงนี้ สรุปได้แล้วว่า Grocery Tourism ไม่ได้เปลี่ยนแค่เส้นทางท่องเที่ยว แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทของร้านขายของชำ
ซึ่งใครทำให้ “ร้านขายของชำ” กลายเป็น “ประสบการณ์” ได้ก่อน ก็มีโอกาสชนะใจนักท่องเที่ยวได้ก่อนเช่นกัน..
References :
Euroweeklynews, Timeout, Cntraveler, Metro, Destinationnsw