
Business
สรุปปรากฏการณ์ “BTSnomics” คอนเสิร์ตฟรีรอบเดียว แต่โกยเงินเข้ากรุงโซลได้ 5,800 ล้านบาท
20 มี.ค. 2026
สรุปปรากฏการณ์ “BTSnomics” คอนเสิร์ตฟรีรอบเดียว แต่โกยเงินเข้ากรุงโซลได้ 5,800 ล้านบาท /โดย ลงทุนเกิร์ล
หลังจากห่างหายจากการรวมวงกันเกือบ 4 ปี ในที่สุด ศิลปิน K-Pop ระดับโลกอย่าง BTS ก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และการคัมแบ็กครั้งนี้ ไม่ได้มาเล่น เพราะ BTS จัดเต็มทั้งอัลบัมใหม่ Arirang และประกาศเวิลด์ทัวร์ 82 รอบ ใน 5 ทวีปทั่วโลก
ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์ “BTSnomics” ครั้งนี้ จะสร้างเม็ดเงินมหาศาล จนมีโอกาสล้มแชมป์ทัวร์คอนเสิร์ต Eras Tour ของศิลปินหญิงแห่งยุคอย่าง Taylor Swift ได้เลยทีเดียว
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
น้ำจิ้มถ้วยแรกที่ทำเอาเศรษฐกิจโซลสั่นสะเทือน ก็คือ “BTS THE COMEBACK LIVE | ARIRANG” คอนเสิร์ตฟรี 1 ชั่วโมงใจกลางกรุงโซลที่กำลังจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ ณ จัตุรัสควางฮวามุน
โดยคาดว่าจะมีเหล่า ARMY หรือแฟนคลับของ BTS เดินทางมากันราว 260,000 คน ซึ่งมากพอจะเทียบได้กับบรรยากาศการรวมตัวครั้งใหญ่ ช่วงฟุตบอลโลกปี 2002
เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้คือความร่วมมือระหว่างค่ายต้นสังกัดอย่าง HYBE และภาครัฐเกาหลีใต้ เลือกใช้ฉากหลังที่ผสมผสานระหว่างพระราชวังคย็องบก กับตึกระฟ้าที่ทันสมัย เพื่อโปรโมตซอฟต์พาวเวอร์และสถานที่สำคัญของประเทศไปในตัว
เท่านั้นยังไม่พอ คอนเสิร์ตนี้ยังมีการถ่ายทอดสดผ่าน Netflix ขายความเป็นเกาหลี ให้คน 50 ล้านคนใน 190 ประเทศทั่วโลกเห็นผ่านหน้าจอพร้อมกันอีกด้วย
แน่นอนว่า เมื่อ BTS กลับมา ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในโลกดนตรี แต่ลามไปถึงเศรษฐกิจในวงกว้าง
สำนักข่าว Bloomberg ประเมินว่า เพียงแค่คอนเสิร์ตฟรีที่กรุงโซลงานเดียว อาจสร้างเม็ดเงินสะพัดให้กับเมืองได้สูงถึง 5,800 ล้านบาท
พิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม อาหาร สินค้า ของที่ระลึก และบริการอื่น ๆ
ที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขนี้ยังสูงกว่ารายได้เฉลี่ยต่อคอนเสิร์ต 1 รอบการแสดงในสหรัฐฯ ของ Taylor Swift ที่ทำได้ราว 1,640-2,300 ล้านบาทเสียอีก
หากขยับมามองในภาพใหญ่ของเวิลด์ทัวร์ทั้งหมด บริษัทหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้ IBK Investment & Securities คาดว่า เวิลด์ทัวร์ครั้งนี้อาจสร้างรายได้อย่างน้อย 2.9 ล้านล้านวอน หรือราว 63,400 ล้านบาท
และถ้า BTS มีการประกาศเพิ่มรอบการแสดงในอนาคต ก็มีโอกาสสูงมากที่จะทุบสถิติ 72,200 ล้านบาท ที่ Taylor Swift เคยทำไว้จาก 149 รอบการแสดง
กลับมาที่เกาหลีใต้ ผลกระทบเชิงบวกก็เริ่มแผ่ไปถึงภาคธุรกิจในท้องถิ่น
ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลอดภาษี ร้านขายสินค้า K-Pop ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ ต่างพากันเพิ่มสต๊อกสินค้าและขยายเวลาเปิดให้บริการ เพื่อรองรับแฟน ๆ มหาศาลที่จะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงจัดงาน
ร้านสตรีตฟูดแห่งหนึ่งใกล้พื้นที่จัดงาน ถึงกับคาดหวังว่ายอดขายจะพุ่งจากวันปกติที่ 300,000 วอน กระโดดขึ้นไปแตะ 2,000,000 วอนต่อวัน
อย่างไรก็ตาม การจัดงานสเกลยักษ์ขนาดนี้กลางเมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่นถึง 10 ล้านคน ก็ทำให้เกิดกระแสดรามาเช่นกัน ว่าสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วไปมากเกินไปหรือไม่
เนื่องจากทางการจำเป็นต้องปิดการจราจร และจำกัดการเข้าถึงอาคารต่าง ๆ ในรัศมี 1 กิโลเมตรจากพื้นที่จัดงาน
นักวิจารณ์บางส่วนนำไปเปรียบเทียบกับคอนเสิร์ตฟรีของ Lady Gaga ที่จัดขึ้นบนชายหาดโคปาคาบานาในบราซิล ซึ่งมีพื้นที่เปิดโล่งกว้างขวาง และอาจเหมาะกับงานขนาดใหญ่ลักษณะนี้มากกว่า
นอกจากประเด็นเรื่องสถานที่แล้ว หลังมีการประกาศทัวร์คอนเสิร์ต ก็ยังเกิดปัญหาเรื่อง การฉวยโอกาสขึ้นราคาที่พัก โดยราคาห้องพักบางแห่งพุ่งขึ้นถึง 4 เท่า
ข้อมูลจาก Hotels.com ระบุว่ายอดค้นหาห้องพักในกรุงโซลจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 160% ภายใน 48 ชั่วโมง
ขณะที่ยอดค้นหาที่พักในเมืองปูซาน อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของทัวร์ ก็พุ่งสูงขึ้นถึง 2,400% ทำให้ทางการต้องเข้ามาตรวจสอบ และกวดขันการขึ้นราคาของโรงแรมบางแห่งที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นถึง 7.5 เท่าจากปกติ
พร้อมทั้งออกกฎระเบียบป้องกันไม่ให้โรงแรมยกเลิกการจองของลูกค้าฝ่ายเดียว เพียงเพื่อมาอัปราคาขายใหม่
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า BTS ไม่ได้เป็นเพียงศิลปินที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกเท่านั้น
แต่คือ “ฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรม” ที่สามารถกลายเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว การจับจ่ายใช้สอย และภาพลักษณ์ประเทศได้ในเวลาเดียวกัน
และเม็ดเงิน 5,800 ล้านบาทจากคอนเสิร์ตฟรี 1 ชั่วโมง เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่โลกต้องจับตามอง..
References :
- Bloomberg, Koreatimes