กรณีศึกษา ira ธุรกิจผ้าอนามัย แบบ Subscription
Health
&
Beauty
Business

กรณีศึกษา ira ธุรกิจผ้าอนามัย แบบ Subscription

2 ก.พ. 2021
กรณีศึกษา ira ธุรกิจผ้าอนามัย แบบ Subscription /โดย ลงทุนเกิร์ล
ทุกวันนี้เราสมัครเป็นสมาชิกสินค้า และ บริการอะไรบ้างคะ? 
ปัจจุบันธุรกิจหลายประเภทเริ่มหันมาให้บริการแบบ Subscription 
หรือการจ่ายเงินรายเดือนเป็นค่าสมาชิก เพื่อรับบริการเหล่านั้น 
ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต สตรีมมิง เพลง ฟิตเนส ซอฟต์แวร์ที่ใช้ทำงาน หรือแม้แต่มื้ออาหาร
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่อะไร เพราะเป็นของที่เราต้องกินต้องใช้ทุกเดือนอยู่แล้ว
แล้วถ้ามี “ผ้าอนามัย” แบบ Subscription บ้าง จะเป็นอย่างไร?
เพราะจริงๆ แล้ว ผ้าอนามัยก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้หญิงเราต้องใช้ทุกเดือน
ซึ่งคุณรุ้ง วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ ก็ได้นำแนวคิดนี้มาสร้างเป็นธุรกิจ ชื่อ ira
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
ก่อนหน้าที่คุณรุ้งจะมาเริ่มทำแบรนด์ของตัวเอง เธอเป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่งเลยทีเดียว
ที่ประสบความสำเร็จในด้านการงานทั้งในไทย และต่างประเทศ
แต่แล้วเมื่อทำงานไปได้สักพัก คุณรุ้งก็รู้สึกเริ่มตระหนักถึง Pain Point ในชีวิต
รวมถึงคนรอบตัวมากขึ้น ทำให้กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอ ก้าวมาสู่ธุรกิจ “ผ้าอนามัย” ในที่สุด
คุณรุ้งเล่าว่า เธอประสบปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนมาตั้งแต่เด็ก
จนเมื่อเติบโตขึ้น เธอก็เริ่มรู้สึกว่าปัญหานี้เกิดขึ้นกับคนอื่นในสังคมไทยเช่นกัน
นั่นก็คือ ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าอนามัย และประจำเดือนนั้นมีน้อยมาก
รวมถึงยังมีความเชื่อผิดๆ ของคนในสมัยก่อน 
จนกลายเป็นว่าเรื่องของประจำเดือน เป็นเรื่องที่น่าอาย และคนไม่กล้าพูดถึง
ผู้หญิงหลายคนจึงมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องผ้าอนามัยและประจำเดือน
ยิ่งได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ก็ยิ่งเห็นปัญหาสุขอนามัยสตรีในหลายมิติมากขึ้น 
โดยตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอได้ทำโครงการแจกผ้าอนามัยให้กับคนไร้บ้าน
เนื่องจากผ้าอนามัยมีราคาแพง จึงทำให้คนเหล่านี้เข้าไม่ถึง
จากเหตุการณ์ทั้งหมดในชีวิตเธอ ทำให้ในที่สุด
คุณรุ้งก็ตัดสินใจหันมาทำแบรนด์ผ้าอนามัย ira
ผ้าอนามัยของแบรนด์ ira ดูภายนอกก็เหมือนผ้าอนามัยแบบแผ่นที่เราใช้กันทั่วไป
แต่จริงๆ แล้วกลับมีความแตกต่าง ทั้งในด้านคุณสมบัติสินค้า และการให้บริการ
เริ่มจากด้านคุณสมบัติของผ้าอนามัยแบรนด์ ira 
โดยปกติแล้วผ้าอนามัยในท้องตลาดส่วนใหญ่จะใส่สารเคมี และใช้พลาสติกเป็นส่วนประกอบหลัก
ผู้หญิงหลายคนจึงประสบปัญหา มีอาการแพ้ผ้าอนามัยแบบไม่รู้ตัว
ด้วยเหตุนี้แบรนด์ ira เลือกใช้วัตถุจากธรรมชาติ และไม่ใส่สารเคมี หรือ 
Superabsorbent Polymer (SAP) ที่ทำให้ประจำเดือนเกาะเป็นก้อน 
ทำให้ผู้หญิงไม่เปลี่ยนผ้าอนามัย จนกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้โดยไม่รู้ตัว
ดังนั้นถ้าเราใช้ผ้าอนามัยแบรนด์ ira ซึ่งทำจากธรรมชาติ 
ก็จะช่วยเตือนให้เราเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยขึ้น เพราะเห็นปริมาณตามความเป็นจริง
ที่สำคัญคือ ยังเห็นสีประจำเดือนของเราตามความจริงด้วย
ซึ่งเราสามารถนำมาเปรียบเทียบกับสีแดงของแพ็กเกจได้เลย
เพราะ สีแดงที่อยู่ในแพ็กเกจของ ira นั้น คือสีแดงที่แสดงถึงสีของประจำเดือนที่มีสุขภาพดี
นอกจากนั้น คุณรุ้งยังอยากใช้ผ้าอนามัย ira เป็นตัวกลางให้คนหันมาพูดเรื่องประจำเดือนมากขึ้น
เราอาจถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ว่าประจำเดือนเป็นเรื่องน่าอาย แต่มันไม่ใช่เลย
มันน่าจะถึงเวลาแล้วที่พวกเรา ทั้งหญิง และชาย จะพูดเรื่องนี้กันแบบเปิดอกได้
แพ็กเกจของ ira จึงถูกออกแบบมาให้เป็นแบบ unisex
ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงซื้อไปใช้เอง หรือคุณผู้ชายซื้อไปให้ครอบครัว
ก็สามารถหยิบซื้อได้โดยไม่ต้องรู้สึกเขินอาย
ส่วนในด้านของการบริการ สินค้าของแบรนด์ ira 
จะมีให้เลือกซื้อทั้งในรูปแบบปกติ และรูปแบบ Subscription
ซึ่งรูปแบบของ Subscription ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับประเทศไทย 
แบรนด์ ira จึงถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ที่มีการให้บริการผ้าอนามัยแบบ Subscription
และเข้าใจด้วยว่าประจำเดือนของผู้หญิง มักจะมาไม่เท่ากันในแต่ละเดือน
จึงปรับรูปแบบของ Subscription ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น
โดยลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนจำนวนของผ้าอนามัย รวมถึงเลื่อนวันที่จัดส่งได้
เช่น หากในเดือนนี้ เราสั่งผ้าอนามัยมาจำนวน 10 ชิ้น แล้วใช้ไม่หมด
เราสามารถเลื่อนการส่งในเดือนถัดไปออกไปก่อน แล้วเมื่อใช้หมดค่อยสั่งมาเพิ่ม
ผนวกกับช่วงโควิด 19 ที่อาจจะทำให้เราเดินทางไม่สะดวก หรือ ไม่อยากออกไปไหน
บริการนี้ก็จะทำให้เราไม่จำเป็นต้องออกจากบ้าน เพียงเพื่อซื้อผ้าอนามัยอีกต่อไป
นอกจากนั้น บริการส่งรายเดือนจะทำให้เราพร้อมรับมือกับวันที่ประจำเดือนมาแบบไม่ได้ตั้งตัว และยังเป็นการเตือนเรา
ถึงช่วงเวลาที่เรากำลังจะมีประจำเดือนได้อีกด้วย
โดยคุณรุ้งมองว่า บริการตัวนี้ นอกจากทำมาเพื่อกลุ่มลูกค้าแบบ D2C (Direct to Customer)
คุณรุ้งยังมองถึงการให้บริการสำหรับกลุ่มลูกค้าแบบ B2B (Business to Business) ด้วย
คุณรุ้งเล่าว่า สมัยตอนที่ยังทำงานบริษัท เรื่องประจำเดือนเป็นปัญหาของสาวในออฟฟิศอยู่บ่อยๆ
บางครั้งก็มาแบบไม่เลือกเวลา และหลายๆ คนก็ไม่ได้พกผ้าอนามัยติดตัวไว้
จึงสร้างความลำบากให้กับสาวออฟฟิศอย่างมาก
ดังนั้นถ้ามีองค์กร หรือโรงเรียน ที่มองเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ และพร้อมจะซัปพอร์ต 
แบรนด์ ira ก็พร้อมจะให้บริการแบบ Subscription กับทางองค์กรเหล่านั้น
โดยจะมีค่าบริการที่ถูกลง กว่าการสั่งแบบ B2C
อีกข้อดีของการให้บริการแบบ Subscription คือ ข้อมูล
ที่ทางแบรนด์สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาสินค้าและบริการต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย
จากเรื่องทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นว่า เรื่องของประจำเดือนนั้น เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ
ทั้งด้านการให้ความรู้ที่ถูกต้อง และความใส่ใจที่มีต่อผู้บริโภคและต่อโลก
คุณรุ้งไม่ได้มองเพียงการผลิตผ้าอนามัยเฉยๆ แต่ยังมองเห็นถึงปัญหาของผู้บริโภค
โดยเธอวางแผนให้แบรนด์ ira เป็น “Affordable Brand” หรือแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้
ด้วยคุณสมบัติแบบพรีเมียม ในราคาที่จับต้องได้ง่าย
ปิดท้ายด้วยแนวคิดการทำธุรกิจของคุณรุ้ง
“ถ้าเรามัวแต่รอให้คนอื่นทำก่อน แล้วเราค่อยทำตาม เวลาที่ผ่านไป มันก็คือเราเสียโอกาส”
จากคำกล่าวของคุณรุ้ง ทำให้เราสรุปได้ว่า 
การที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ดี 
เพราะถ้าเรามัวแต่รอ วันนี้ก็อาจจะยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค 
และ กลุ่มลูกค้าที่ควรจะเป็นของเราอาจจะกลายเป็นของเจ้าอื่นไปแล้วก็ได้..
References:
-สัมภาษณ์ตรงกับคุณรุ้ง วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ เจ้าของแบรนด์ Ira
-https://www.iraconcept.com/
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.