
Business
ABC-MART ร้านรองเท้ามูลค่า 146,000 ล้านบาท พาเจ้าของรวยอันดับ 12 ของญี่ปุ่น
3 ส.ค. 2026
ABC-MART ร้านรองเท้ามูลค่า 146,000 ล้านบาท พาเจ้าของรวยอันดับ 12 ของญี่ปุ่น /โดย ลงทุนเกิร์ล
ร้านรองเท้า Multi-Brand ที่พบได้แทบทุกย่านช็อปปิงในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในร้านขวัญใจนักท่องเที่ยวไทย ไม่ต้องบอกชื่อก็พอเดาออกได้ว่า ร้านนี้คือ ABC-MART
รู้ไหมว่า ปัจจุบัน ABC-MART มีสาขาในญี่ปุ่นกว่า 1,100 สาขา มีจำนวนสาขามากกว่า Uniqlo และ MUJI ในญี่ปุ่นเสียอีก และยังมีสาขาในประเทศอื่น ๆ อีกเกือบ 400 สาขา
ส่งผลให้ ABC-MART กลายเป็นเชนร้านรองเท้าที่มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 146,000 ล้านบาท
และยังทำให้คุณ Masahiro Miki ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอันดับ 12 ของญี่ปุ่น ประจำปี 2026 ด้วยความมั่งคั่งราว 123,500 ล้านบาท..
แล้ว ABC-MART เปลี่ยนร้านรองเท้าธรรมดาให้กลายเป็นธุรกิจแสนล้านได้อย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
1. โมเดลธุรกิจ ตอบโจทย์ทั้งความหลากหลาย ความสะดวก และความคุ้มค่า
จุดเด่นของ ABC-MART คือ การรวบรวมรองเท้าจากหลายแบรนด์ไว้ในที่เดียว และมักจะมีโปรโมชันหรือขายรองเท้าราคาถูกกว่าร้านอื่น
แถมยังจัดวางสินค้าให้ลูกค้าสามารถเดินเลือกสินค้า หยิบรองเท้ามาลอง และเปรียบเทียบแต่ละรุ่นได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องเดินเข้าร้านของแต่ละแบรนด์แยกกัน
อีกทั้ง ABC-MART ยังมีร้านคอนเซปต์เฉพาะกลุ่ม เช่น ABC-MART Sports เน้นสินค้าสายกีฬา, BILLY’S ENT ร้านแนว Selected Shop มีสินค้าคอลแลบที่หาซื้อไม่ได้ตามร้านทั่วไป และ ABC-MART Outlet ทำให้เปิดดักทางลูกค้าได้หลายกลุ่ม
2. เร่งขยายสาขาในช่วงที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นซบเซา
ในช่วงทศวรรษ 1990 ที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัว ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังการใช้จ่าย และมองหาสินค้าที่คุ้มค่ามากขึ้น แทนที่ ABC-MART จะชะลอธุรกิจ บริษัทกลับเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด
ยิ่งมีสาขามาก บริษัทก็ยิ่งสั่งซื้อสินค้าได้ในปริมาณมาก และมีอำนาจต่อรองกับซัปพลายเออร์สูงขึ้น ทำให้สามารถควบคุมต้นทุน และขายสินค้าในราคาที่แข่งขันได้ต่อไป
3. ความสัมพันธ์ที่ดีกับซัปพลายเออร์
แน่นอนว่า การที่เป็นร้านรองเท้าที่ขายหลายแบรนด์ ABC-MART จึงมีการเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ผลิตรองเท้าชั้นนำทั่วโลก ทำให้สามารถจัดหาสินค้าได้ในราคาที่แข่งขันได้ มีสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และบริหารสินค้าให้เหมาะกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาต่อยอดเป็นแบรนด์รองเท้าของตัวเอง เช่น HAWKINS และ VANS JAPAN ด้วย
4. ใช้ข้อมูลบริหารสต๊อก ลดรองเท้าค้างร้าน
ABC-MART มีการติดตามยอดขายและความต้องการของลูกค้าแบบ Real-Time ทำให้ปรับเปลี่ยนสินค้าในร้านได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการของตลาด ช่วยให้มีสินค้าล้าสมัยน้อยลง และลดต้นทุนในการจัดเก็บสินค้า
5. ได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ญี่ปุ่นมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งญี่ปุ่นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสวรรค์แห่งการช็อปปิงของชาวต่างชาติ ทั้งด้วยเรื่องราคา การบริการ และความหลากหลายของสินค้า
และการที่ ABC-MART มีจำนวนสาขามากขนาดนี้ กระจายอยู่ตามสถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า และแหล่งช็อปปิงทั่วประเทศ ก็ทำให้ได้อานิสงส์ไปแบบเต็ม ๆ
6. ไม่หยุดเติบโตอยู่แค่ในญี่ปุ่น
ABC-MART ได้ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ทั้งในเกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ LaCrosse Footwear ในสหรัฐฯ เมื่อปี 2012 ทำให้บริษัทมีช่องทางการจัดจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือ
ที่น่าสนใจคือ ล่าสุด Nikkei Asia ได้รายงานถึงแผนธุรกิจของ ABC-MART ว่า บริษัทต้องการทำให้รายได้จากต่างประเทศมีสัดส่วนมากกว่า 50% ให้ได้ จากที่ปัจจุบันมีรายได้มาจากต่างประเทศเพียง 28% เท่านั้น
ดังนั้น ABC-MART จำเป็นต้องมองหาตลาดใหม่ โดยพุ่งเป้ามาที่ไทยและอินโดนีเซีย เพราะมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีประชากรวัยหนุ่มสาว ต่างจากประเทศญี่ปุ่นที่กำลังหดตัวลงจากภาวะสังคมผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงกำหนดการเปิดสาขาแรกของ ABC-MART ในประเทศไทย เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการหาโอกาสและศึกษาตลาดเท่านั้น
ทำให้คนไทยที่กำลังรอ ABC-MART สาขาแรกในไทย อาจต้องรอกันไปอีกสักพัก..
References :
- Nikkei Asia, Forbes