
Marketing
ส่องกลยุทธ์ Localization ของ Visa ส่ง “น้องวี” ปักหมุดทรงวาด ขยับบทบาทสู่เพื่อนร่วมทางของคนรุ่นใหม่
23 ก.ย. 2026
"Visa ไม่ได้มองบทบาทของตัวเองเป็นเพียงผู้ให้บริการด้านการชำระเงินดิจิทัล แต่ต้องการสร้างความไว้วางใจในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภค ผ่านแนวคิด Power of Small Steps ที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายสามารถเริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ ได้"
เมื่อพูดถึง Visa หลายคนอาจนึกถึงเครือข่ายการชำระเงินดิจิทัลที่เชื่อมต่อผู้คน ร้านค้า และสถาบันการเงินทั่วโลกเข้าด้วยกัน
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ขนาดของธุรกิจ คือแนวทางการทำตลาดที่ Visa เลือกปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและวัฒนธรรมของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทย
มาดูกันว่าแบรนด์ระดับโลกอย่าง Visa จะมีกลยุทธ์ปรับตัวเพื่อรับมือกับความต้องการ และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้อย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ในช่วงที่ผ่านมาถ้าใครมีโอกาสได้แวะไปที่จุดเช็กอินสุดฮอตของเหล่าคนเก๋อย่างถนนทรงวาด
อาจจะเห็นแมสคอตสีน้ำเงินคล้ายก้อนเมฆ ซ่อนตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ เป็นกิมมิกของย่าน จนหลายคนต้องแวะทำคอนเทนต์เพราะอดใจในความน่ารักไม่ไหว
อาจจะเห็นแมสคอตสีน้ำเงินคล้ายก้อนเมฆ ซ่อนตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ เป็นกิมมิกของย่าน จนหลายคนต้องแวะทำคอนเทนต์เพราะอดใจในความน่ารักไม่ไหว

ต้องบอกว่านี่คือส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Localization ที่โดดเด่นที่สุดของ Visa
กับแคมเปญที่ชื่อ “Feel so Thai ไท๊ ไทย with Visa” ที่กำลังจัดขึ้น และจะมียาวไปถึงสิ้นปี 2569
กับแคมเปญที่ชื่อ “Feel so Thai ไท๊ ไทย with Visa” ที่กำลังจัดขึ้น และจะมียาวไปถึงสิ้นปี 2569
ที่มาที่ไปของแคมเปญนี้ก็มาจากความตั้งใจของ Visa ที่ต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทย ผ่านกิจกรรมที่ทั้งช่วยดึงดูดนักเดินทาง ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว รวมถึงเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจและชุมชน ในโปรแกรมที่เรียกว่า “Visa Destinations”

ที่พิเศษไปกว่านั้นคือไทยนับเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดตัว Visa Destinations
และยังเป็นประเทศแรกของโลกที่นำแคมเปญนี้มาใช้ในระดับประเทศอีกด้วย
และยังเป็นประเทศแรกของโลกที่นำแคมเปญนี้มาใช้ในระดับประเทศอีกด้วย

Visa เลือกเริ่มต้นที่ “ทรงวาด” ย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ ผ่านความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่อย่าง Made in Song Wat สะท้อนแนวคิดที่ว่า การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ ไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้เล่นรายใดรายหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือของผู้มีส่วนร่วมในระบบนิเวศการท่องเที่ยวทั้งหมด

แคมเปญ Feel so Thai ไท๊ ไทย with Visa ได้เข้ามาสร้างกิมมิกให้กับถนนทรงวาด ย่านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และกลิ่นอายย่านการค้าดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัว “น้องวี” (Nong Vee) คาแรกเตอร์สุดน่ารักที่จะมาเป็น Brand Icon ประจำประเทศไทย

โดยครั้งนี้น้องวีได้ไปปรากฏตัวตามจุดสำคัญทั่วทรงวาด เพื่อชวนให้นักท่องเที่ยวสนุกไปกับการสำรวจย่านประวัติศาสตร์ เมื่อกิน ช็อป และแตะจ่ายด้วยบัตร Visa กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ
ซึ่งทาง Visa ได้บอกเล่าผ่านบทสัมภาษณ์ว่า แคมเปญในครั้งนี้เป็นความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากให้นักท่องเที่ยวและคนไทยได้รู้จักธุรกิจในย่านทรงวาดมากขึ้น
นอกจากนี้ ร้านที่ร่วมแคมเปญกับ Visa ยังได้รับโอกาสในการโปรโมตผ่าน Visa Destinations Website ซึ่งมีผู้ใช้งานที่เป็นผู้ถือบัตร Visa ทั่วโลก
จุดนี้เองที่ทำให้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Visa ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทย
เริ่มตั้งแต่การสร้างการจดจำผ่านกลยุทธ์ Localization โดยมี “น้องวี” คาแรกเตอร์สุดน่ารักของแบรนด์เป็นตัวกลางหลักในการสื่อสารกับผู้บริโภค

ดีเทลสำคัญจะอยู่ที่คาแรกเตอร์น้องวีในแต่ละประเทศที่ถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกัน
อีกทั้ง ทางแบรนด์ยังเล่าดีเทลที่น่าสนใจให้ฟังว่าเพราะน้องวีมีจุดเริ่มต้นจากการที่ Visa เชื่อในพลังของ Small Steps จึงได้คาแรกเตอร์แมสคอตที่ดูน่ารัก เข้าถึงง่าย และสามารถเป็นเพื่อนร่วมทางให้กับผู้ถือบัตรทุกคนได้
Visa ในแต่ละประเทศจึงนำน้องวีมาปรับใช้ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย วัฒนธรรม และความชอบของคนในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน
รวมไปถึงชื่อของน้องวีที่มีกิมมิกต่างกันออกไป เช่น ในญี่ปุ่นจะเรียกว่า “วีจัง” ส่วนเกาหลีจะชื่อ “คิม โก วี”
แต่ที่เหมือนกันในทุก ๆ ประเทศคือน้องวีจะทำหน้าที่ในการเป็น Companion ที่จะช่วยพาทุกคนไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไป
แต่ที่เหมือนกันในทุก ๆ ประเทศคือน้องวีจะทำหน้าที่ในการเป็น Companion ที่จะช่วยพาทุกคนไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไป
และสำหรับประเทศไทย น้องวีจะมีบุคลิก หน้าตา และอารมณ์ขันที่เข้ากับจริตคนไทย ซึ่งข้อนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์สร้าง Emotional Connection กับผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดผ่านผลสำรวจจาก Visa ที่พบว่า 88% ของคนที่ตอบแบบสอบถามมองว่า แบรนด์ดูใกล้ชิดคนไทยและเข้าถึงง่ายขึ้น ซึ่งนับเป็นความสำเร็จของแคมเปญที่พาแบรนด์ระดับโลกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ การเลือกใช้น้องวีเป็นตัวกลางหลักในการสื่อสาร ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผู้คนเข้าถึง Visa ได้ง่ายขึ้น
จากเดิมที่หลายคนอาจคุ้นเคยกับ Visa ในฐานะผู้ให้บริการระบบชำระเงินดิจิทัล น้องวีได้เข้ามาเติมมิติที่เป็นมิตรและมีชีวิตชีวามากขึ้นให้กับแบรนด์ จนกลายเป็นตัวละครที่หลายคนอยากตามหาและถ่ายรูปด้วยเมื่อไปเดินเล่นที่ทรงวาด
ผลตอบรับของแคมเปญสะท้อนการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดี โดย 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามเป็น Gen Z และ 36% เป็น Millennials ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ
แคมเปญ Feel so Thai ไท๊ ไทย with Visa ยังทำให้ผู้คนเห็นว่าการแตะจ่ายด้วยบัตร Visa ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ตอบโจทย์วันสบาย ๆ อย่างการไปเดินเล่นทรงวาด หรือนั่งชิลในคาเฟ
เบื้องหลังทั้งหมดนี้ คือความตั้งใจของ Visa ที่อยากเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านแนวคิด Power of Small Steps ที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายสามารถเริ่มต้นได้จากก้าวเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน
คุณนพร อิงคตานุวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด วีซ่า ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับลงทุนเกิร์ลว่า ในอนาคต Visa อยากให้ผู้คนจดจำแบรนด์ในฐานะส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงเวลาที่ต้องชำระเงินเท่านั้น
โดย Visa กำลังขยับบทบาทจากการเป็นบริษัทชำระเงินดิจิทัลระดับโลกให้กลายเป็น Trusted Partner ที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิตผู้บริโภคไปข้างหน้า และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าไม่น้อยไปกว่าบริการหลัก
และนี่ก็คือตัวอย่างการปรับตัวของผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลก ที่เลือกเดินเกมผ่านการสร้าง Emotional Connection ด้วยความเข้าใจในบริบทวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์
ทำให้เห็นว่า ไม่ว่าธุรกิจจะใหญ่หรือดูไกลตัวแค่ไหน แต่ถ้าเข้าใจในวิถีชีวิต และสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับคนในพื้นที่ได้ การเข้ามาอยู่ในใจของผู้บริโภคก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
สุดท้ายในมุมมองของคนที่คลุกคลีกับย่านอย่าง คุณเกียรติวัฒน์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ นายกสมาคม Made in Song Wat ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรักษาตัวตนของทรงวาดควบคู่ไปกับการเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ เข้ามา
“วันนี้คำถามของทรงวาดอาจไม่ใช่ ‘จะทำอย่างไรให้ทรงวาดเป็นที่นิยมขึ้น’ แต่เป็น ‘เมื่อทรงวาดได้รับความนิยมแล้ว เราจะดูแลมันอย่างไรร่วมไปกับคนในย่านนี้’
เราอยากให้ทรงวาดเดินหน้าต่อไป แต่ในวันที่ย่านเติบโตขึ้น เราก็อยากหันกลับมาแล้วพบว่า ผู้คน เรื่องราว และความสัมพันธ์ที่ทำให้ทรงวาดเป็นทรงวาด ยังคงอยู่ไปด้วยกัน”
และสำหรับใครที่อยากสัมผัสเสน่ห์ความเป็นเมืองเก่า พร้อมรับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มจากบัตร Visa
สามารถไปตามรอยน้องวีได้ที่ย่านทรงวาด ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 นี้ เท่านั้น
สามารถไปตามรอยน้องวีได้ที่ย่านทรงวาด ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569 นี้ เท่านั้น
#Visa #VisaThailand #วีซ่า# #FeelsoThaiไท๊ไทยwithVisa #ThailandVisaDestination #ทรงวาด #SongWat #MadeinSongWat