
Business
รู้จัก Xteink แบรนด์ E-Reader ไซซ์จิ๋วแปะหลังสมาร์ตโฟน ที่กำลังชนะใจนักอ่าน
30 ก.ย. 2026
รู้จัก Xteink แบรนด์ E-Reader ไซซ์จิ๋วแปะหลังสมาร์ตโฟน ที่กำลังชนะใจนักอ่าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
หนึ่งในแกดเจตมาแรงที่หลายคนอาจไถเจอในฟีดช่วงนี้ คงหนีไม่พ้น E-Reader ที่มาในขนาดเล็กพอ ๆ กับบัตรเครดิต และมาพร้อมแม่เหล็กที่สามารถติดไว้หลังสมาร์ตโฟนได้
โดยแบรนด์นี้มีชื่อว่า Xteink หากมองเผิน ๆ หลายคนอาจคิดว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาถูก ที่มีฟังก์ชันซอฟต์แวร์ไม่แตกต่างจากแบรนด์ E-Reader เจ้าอื่นในตลาด
แต่ปัจจุบัน Xteink ได้รับความนิยมสูงถึงขั้นที่มียอดขายติดอันดับ Top 10 อุปกรณ์ E-Reader บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Amazon ท่ามกลางเจ้าตลาดอย่าง Kindle หลายรุ่น
แล้ว Xteink น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Xteink ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 ภายใต้บริษัท Shenzhen Xiaohu Xingtong Technology จากประเทศจีน ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยี E-Paper หรือจอแสดงผลที่เลียนแบบการใช้หมึกบนกระดาษจริงในขนาดไซซ์พกพา
โดยผสมผสานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบเก็บข้อมูลของตัวเองอย่าง Xingtong Cloud เพื่อทำให้การอ่านหนังสือเข้าถึงได้ง่าย ด้วยวิธีการที่สะดวกมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน Xteink มีสินค้าวางจำหน่าย 3 รุ่น และมีฟีเชอร์การใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
- X3 หน้าจอขนาด 3.7 นิ้ว น้ำหนัก 58 กรัม ถือเป็นรุ่นที่เล็กและเบาที่สุด ควบคุมผ่านปุ่มกด มีแผ่นแม่เหล็กด้านหลัง สามารถแปะไว้หลังสมาร์ตโฟน ใช้พกพาระหว่างวันได้โดยไม่รู้สึกเทอะทะ
- X4 Classic หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว น้ำหนัก 68 กรัม ดิไซน์มาสำหรับนักอ่านที่อยากได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น
ควบคุมผ่านปุ่มกด และไม่มีไฟหน้า เหมาะสำหรับอ่านช่วงกลางวันหรือในห้องที่มีแสงไฟเพียงพอ
- X4 Pro หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว น้ำหนัก 72 กรัม เป็นรุ่นอัปเกรดจาก X4 Classic ที่เพิ่มระบบการใช้งานแบบ Touchscreen และเพิ่มฟังก์ชันไฟหน้า ทำให้สามารถอ่านในพื้นที่แสงน้อยหรือก่อนนอนได้สะดวกขึ้น
จะเห็นว่าจุดเด่นของ Xteink คือมีขนาดหน้าจอที่เล็กกว่าแบรนด์ E-Reader ในตลาดเช่น Kindle และ Kobo ที่มักเริ่มด้วยหน้าจอขนาด 6 นิ้วขึ้นไป
ซึ่งข้อดีของ E-Reader ในขนาดพกพาคือนอกจากจะพกไปได้ทุกที่แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการเริ่มอ่านหนังสือได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น อ่านช่วงระหว่างขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน, อ่านบทความที่เซฟไว้ระหว่างพักเที่ยง หรืออ่านนิยาย 1 บท ก่อนเข้านอน
แม้ผู้ใช้งานบางท่านกังวลว่า Xteink มีขนาดเล็กเกินไป จนอาจทำให้เห็นข้อความเพียงไม่กี่ย่อหน้า แต่เมื่อลองนำมาใช้งาน เพียงแค่ใช้นิ้วกดปุ่มไปเรื่อย ๆ และถือง่ายด้วยมือเพียงข้างเดียว กลับอ่านเพลินและติดใจจนวางไม่ลง
จากตัวอย่างผู้ใช้งาน คุณ Saahil Desai ที่รีวิวว่า ก่อนหน้านี้เขาใช้เวลา 2 เดือนในการอ่านหนังสือจบเพียงเล่มเดียว
แต่เมื่อได้ลองอ่านผ่าน X3 ภายใน 1 เดือน เขาสามารถอ่านหนังสือจบ 3 เล่ม โดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย แถมทำให้เวลาใช้หน้าจอบนสมาร์ตโฟนเฉลี่ยต่อวันลดลง 25 นาที
แม้จอ X3 จะมีขนาดเล็กมาก แต่ไซซ์ตัวหนังสือมีขนาดใหญ่พอที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสบายตา ต่อให้อ่านต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงก็ตาม
อีกทั้งยังมาในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ โดยรุ่นเริ่มต้นอย่าง X3 มีราคาราว 2,600 บาท เป็นช่วงราคาที่ดึงดูดให้ใครที่อยากทดลองซื้อมาใช้ได้แบบไม่ต้องคิดมากเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นในตลาด
ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อ Xteink อยู่ติดกับสมาร์ตโฟนได้ แล้วทำไมไม่เลือกอ่าน E-Book ในสมาร์ตโฟนไปเลย ?
คำตอบที่เห็นได้ชัดคือ บนหน้าจอโทรศัพท์มักมีสิ่งกระตุ้นให้ผู้อ่านหลุดโฟกัสได้ง่าย เช่น การแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันอื่น ๆ
ในขณะที่ Xteink เปรียบเสมือนการพลิกด้านโทรศัพท์เพื่อเปิดโหมดออฟไลน์ ทำให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินไปกับการอ่านโดยไม่มีอะไรมารบกวน
อย่างไรก็ตาม Xteink ก็มีข้อเสียที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่พบอย่าง ระบบซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมากับเครื่องยังไม่ User-Friendly เท่าที่ควร เช่น ไม่สามารถเข้าถึงร้าน E-Book ได้โดยตรง และฟอนต์ตัวหนังสือที่ยังไม่สวยงาม
ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนนิยมหันไปดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์แบบโอเพนซอร์ซฟรีอย่าง CrossPoint ที่มีการอัปเกรดอย่าง ฟอนต์ตัวหนังสือที่สวยงามขึ้น, ปรับแต่งการใช้งานได้หลากหลาย พร้อมเข้าถึงร้าน E-Book ที่ซื้อจาก Kobo และการเช่าหนังสือผ่าน Libby
ที่น่าสนใจคือ บริษัทกลับเล็งเห็นช่องทางพลิกข้อด้อยของตัวเองให้เป็นจุดขาย จากเดิมที่ Xteink พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ของตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร
บริษัทก็ปล่อยให้ผู้ใช้งานเลือกดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์จากแหล่งอื่นได้โดยไม่ปิดกั้น โดยใช้คำว่า Unlocked Firmware Freedom ที่เห็นได้ตั้งแต่คำอธิบายสินค้าในบรรทัดแรก ๆ
สุดท้ายแล้วจะเห็นว่า สิ่งที่ทำให้ Xteink ชนะใจผู้อ่านในวงกว้างท่ามกลางยักษ์ใหญ่เจ้าตลาด ให้เหนือกว่าการพัฒนาแกดเจตที่มีเทคโนโลยีทันสมัยมากที่สุด
คือการเข้าใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีเวลาจำกัด และปรับเปลี่ยน E-Reader ให้กลายเป็นอุปกรณ์ไซซ์มินิ ในฟังก์ชันเรียบง่าย และคืนประสบการณ์การอ่านที่แท้จริงแบบไร้สิ่งรบกวน..
References :
- ช่องทางออนไลน์ของแบรนด์, Yahootech, Fastcompany, Wboc, Theatlantic