Saie แบรนด์ Clean Beauty รายได้พันล้าน ที่เคยมีสินค้าขายดีติด Top 10 ใน Sephora ถึง 7 ชิ้น
Business

Saie แบรนด์ Clean Beauty รายได้พันล้าน ที่เคยมีสินค้าขายดีติด Top 10 ใน Sephora ถึง 7 ชิ้น

10 มิ.ย. 2026
Saie แบรนด์ Clean Beauty รายได้พันล้าน ที่เคยมีสินค้าขายดีติด Top 10 ใน Sephora ถึง 7 ชิ้น /โดย ลงทุนเกิร์ล 
สำหรับสาว ๆ ที่ติดตามบิวตีอินฟลูเอนเซอร์สายฝอ อาจจำแบรนด์ Saie ได้จากแพ็กเกจจิงที่ดูมินิมัล โลโกเรียบง่าย และภาพลักษณ์แบบ “clean girl beauty” ที่ดูสบายตา
แม้ภายนอกจะดูเหมือนแบรนด์ความงามที่มีอยู่ทั่วไปในตลาด แต่ Saie มักมีไอเทมเด็ดที่ติดอยู่ในลิสต์ Favourite ของอินฟลูฯ หลายคน และมีรีวิวสินค้าในทางที่ดีหลายชิ้น จนกลายเป็นไวรัลในแวดวงความงาม 
แถมสินค้าของแบรนด์ ยังเคยติดสินค้าขายดี Top 10 ใน Sephora สหรัฐฯ ทั้งหมด 7 ชิ้นในหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น Tinted Moisturizer, Sun Melt, Dew Bronze, Dew Blush, Glowy Super Gel และอื่น ๆ
และล่าสุด Saie ก็กวาดรายได้ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,300 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา 
แล้ว Saie ทำได้อย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง 
Saie ก่อตั้งโดยคุณ Laney Crowell ผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงบิวตีเป็นทุนเดิม จากประสบการณ์การทำงานในบริษัทความงามยักษ์ใหญ่ Estée Lauder กว่า 5 ปี
ด้วยความชอบเรื่องสินค้าความงาม เธอจึงเปิดบล็อกของตัวเองในชื่อ The Moment และกลายเป็นคอมมิวนิตีที่ใช้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน 
กระทั่งคุณ Crowell สังเกตเห็นว่า ยังไม่มีแบรนด์ความงามที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ครอบคลุมทั้ง คุณภาพสินค้าที่ดีต่อผิว, ดีต่อจิตใจ และดีต่อสิ่งแวดล้อม 
ช่องว่างนี้ปูทางให้คุณ Crowell ก่อตั้ง Saie ในปี 2019 ภายใต้แนวคิด “you say it, we create it” หรือแปลว่า ลูกค้าบอกว่าอยากได้อะไร แบรนด์จะสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา จุดแข็งของแบรนด์จึงอยู่ที่การฟังเสียงผู้บริโภคอย่างจริงจัง
ตัวอย่างเช่น สินค้าแป้งอัดแข็งที่มีนวัตกรรม SLIP TINT™ ซึ่งคุณ Crowell ได้ไอเดียมาจากกลุ่มคอมมิวนิตีแบรนด์ที่อยากได้แป้งอัดแข็งที่ไม่ทำให้หน้าดูหมองคล้ำระหว่างวัน
คุณ Crowell และทีมงาน ก็ใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาสูตร และเลือกใช้เทคโนโลยีจากอิตาลี ที่ช่วยเบลอผิวแต่มีเนื้อบางเบา พร้อมออกแบบแปรงแต่งหน้าที่ช่วยให้สาว ๆ ลงแป้งได้ในปริมาณที่พอดี 
จากการใส่ใจในรายละเอียดของการผลิตสินค้าในทุก ๆ ชิ้น ทำให้ Saie ไม่ได้เป็นที่รู้จักเฉพาะในกลุ่มคนรักคลีนบิวตี แต่ยังดึงดูดผู้คนที่คาดหวังเรื่องคุณภาพสินค้า   
จนในปี 2021 แบรนด์ได้เข้าไปวางขายสินค้าใน Sephora สหรัฐฯ และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น จากจุดเริ่มต้นที่มีสินค้าวางขายเพียง 1 ชั้นในร้าน สู่พื้นที่เต็ม 2 ล็อกใหญ่ใน Sephora ทุกสาขา
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ในขณะที่หลายแบรนด์ความงามแข่งขันกันออกสินค้าใหม่ให้ทันกระแส แต่ Saie ก็ยังยืนหยัดในแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเสมอ 
โดยแบรนด์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสูตร ไม่เร่งรีบในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขนส่งที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้บางครั้งอาจใช้เวลาเติมสต๊อกสินค้านานกว่าแบรนด์อื่น ๆ 
ยกตัวอย่าง ฐานการผลิตสินค้าของ Saie อยู่ในสหรัฐฯ แคนาดา และอิตาลี ซึ่งคุณ Crowell รู้ดีว่า แบรนด์มีศักยภาพทำรายได้มากกว่านี้หากขนส่งสินค้าทางเครื่องบิน แต่เธอเลือกยืนหยัดที่จะจัดส่งสินค้าทางเรือ
นอกจากนี้ แพ็กเกจจิงของแบรนด์ยังดิไซน์ให้สามารถย่อยสลายทางชีวภาพและรีไซเคิลได้ 
โดยแบรนด์ทำแคมเปญเชิญชวนให้ผู้บริโภคที่ใช้สินค้าของแบรนด์หมดแล้วนำมาคืน ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Pact พร้อมจัดกิจกรรมเก็บขยะและทำความสะอาดชายหาดในหลายพื้นที่ 
อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรม Gloss Swap เพื่อให้ลูกค้านำลิปกลอสจากแบรนด์เครื่องสำอางทั่วไป มาแลกรับผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นสูตรคลีนจากทางแบรนด์ Saie ไปใช้แทน
ไม่เพียงเท่านี้ Saie ยังเปิดตัวสารคดีซีรีส์บน YouTube ในชื่อ “The Saie Way” เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพชัดเจน ทั้งกระบวนการผลิตแพ็กเกจจิง และกิจกรรมรีไซเคิลที่สามารถลดมลพิษจากพลาสติกได้
ซึ่งคุณ Crowell มองว่า การสร้าง Brand Value ที่แท้จริง อาจไม่ได้สะท้อนในตัวเลขผลกำไรภายในทันที แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลูกค้าจะสามารถสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของแบรนด์ และเกิดเป็นคอมมิวนิตีที่แข็งแกร่ง 
ทั้งหมดนี้ทำให้ Saie แตกต่างจากแบรนด์ที่ใช้คำว่ายั่งยืนเพียงเพื่อการตลาด เพราะสำหรับ Saie ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่แบรนด์นำไปผูกกับวิธีคิด วิธีผลิต และวิธีเติบโตของธุรกิจ
และเรื่องราวของ Saie ก็ทำให้เห็นว่า Clean Beauty อาจไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่ถ้าทำออกมาได้ดีพอ ทั้งในแง่คุณภาพสินค้า ความจริงใจของแบรนด์ และความรับผิดชอบต่อโลก มันก็สามารถยืนอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมความงามได้ไม่แพ้แบรนด์ใหญ่เช่นกัน.. 
References :  
- Forbes, Inc, Beautymatter
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.