Danielle Fong ผู้ที่ทำให้เงิน 2,000 ล้าน หายไปในอากาศ
Business

Danielle Fong ผู้ที่ทำให้เงิน 2,000 ล้าน หายไปในอากาศ

14 มิ.ย. 2021
Danielle Fong ผู้ที่ทำให้เงิน 2,000 ล้าน หายไปในอากาศ /โดย ลงทุนเกิร์ล
ทำไมสตาร์ตอัปที่ยังขาดทุน หรือไม่มีแม้แต่ตัวสินค้า จึงมีคนมายอมลงทุน ?
ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ หลาย ๆ ครั้งแนวคิดของสตาร์ตอัปเป็นเรื่องที่ใหม่มาก และต้องใช้เวลาในการพิสูจน์
และหลาย ๆ ครั้ง นักลงทุนจึงต้องตัดสินใจจากวิสัยทัศน์ของ “ผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหาร”
ซึ่งคุณ Danielle Fong ก็เป็นอีกหนึ่งคน ที่มีวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่
เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้า ก่อนจะลาออกมาเพื่อทำตามฝัน
เริ่มสร้างสตาร์ตอัปของตัวเองตั้งแต่อายุ 22 ปี
และด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้เอง ที่ทำให้เธอสามารถระดมเงินทุนไปได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท
โดยหนึ่งในคนที่มอบเงินให้กับเธอ ก็มีคุณ Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของโลก
แต่แล้วฉากอันสวยหรูเหล่านี้ ก็ได้จบลงภายในระยะไม่ถึง 10 ปี
พร้อมกับเงิน 2,000 ล้านบาท ที่หายไปในอากาศ โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมา
เกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์นี้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
คุณ Fong เป็นคนแคนาดา ที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์
เธอชอบอ่านหนังสือแนววิทยาศาสตร์และการคำนวณมาตั้งแต่เด็ก
รวมทั้งสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุ 12 ปี
เธอจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ด้วยวัยเพียง 17 ปี
และสมัครเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน โดยศึกษาเกี่ยวกับฟิสิกส์นิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นคุณ Fong มีความฝัน อยากจะแก้ปัญหาพลังงานของโลก
ซึ่งหลังจากการทำวิจัยเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ เธอก็รู้สึกว่ามันเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่เกินตัวและช้าเกินไป
คุณ Fong จึงตัดสินใจลาออก และมองหาวิธีที่เธอทำได้และเห็นผลเร็วกว่านั้น
โดยการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ดินแดนที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างนวัตกรรม
รวมทั้งได้ก่อตั้ง LightSail Energy สตาร์ตอัปธุรกิจพลังงาน ร่วมกับผู้ร่วมอุดมการณ์อีก 2 คน ในปี 2009
คุณ Fong เริ่มเผยแพร่แนวคิดของเธอ ผ่านการโพสต์บทความลงในอินเทอร์เน็ต
ซึ่งปรากฏว่ามีคนให้ความสนใจ และติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก
โดยแนวคิดและสิ่งที่ LightSail Energy จะทำก็คือ การพัฒนาที่เก็บกักพลังงานหมุนเวียน
เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้ทุกที่และราคาไม่แพง
เนื่องจากการใช้แบตเตอรี่แบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดมากมาย และต้นทุนยังค่อนข้างสูง
คุณ Fong จึงเกิดไอเดียที่จะเก็บพลังงานไว้ในถังความดัน ซึ่งไม่แพงและใช้ได้นานกว่า
จริง ๆ แล้ว วิธีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่มาก แต่ปัญหามันอยู่ที่ความร้อนจากความดันอากาศที่เกิดขึ้น
จะส่งผลให้ปริมาณพลังงานที่เก็บภายใน ได้กลับออกมาน้อยลง
แต่คุณ Fong ก็สามารถคิดค้นวิธีที่จะจัดการกับปัญหาที่ว่านี้ได้
และนั่นจึงทำให้เธอและ LightSail Energy กลายเป็นจุดสนใจได้ในเวลาไม่นาน
LightSail Energy ได้รับเงินทุนจำนวนมาก จากทั้งคุณ Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal, คุณ Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft
ไปจนถึง Innovacorp หน่วยงานสนับสนุนเงินทุนของรัฐบาลท้องถิ่น ในเมือง Nova Scotia บ้านเกิดของคุณ Fong ซึ่งปกติจะไม่ลงทุนในธุรกิจที่มีสำนักงานอยู่นอกพื้นที่
นอกจากนั้นยังมีผู้ลงทุนอื่น ๆ อีกหลายองค์กร ซึ่งรวม ๆ แล้วก็เป็นเงินจำนวนมากถึง 2,000 ล้านบาท
ในส่วนของคุณ Fong เอง ก็กลายเป็นหน้าตาของสตาร์ตอัปแห่งนี้ไปโดยทันที เธอได้รับเชิญให้ไปพูดตามเวทีต่าง ๆ และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น Forbes 30 under 30 หรือผู้ประกอบการอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จอีกด้วย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ยังไม่มีใครได้เห็น “ถังเก็บพลังงาน” ที่จะมาช่วยโลกสักที
และท้ายที่สุด LightSail Energy ก็ออกมาประกาศปิดตัวลงในปี 2018 อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม การที่สตาร์ตอัปแห่งหนึ่งจะล้มเหลว คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่เรามาดูกันดีกว่าว่า อะไรเป็นข้อผิดพลาดของ LightSail Energy
และอะไรเป็นสิ่งที่เหล่านักลงทุนมองข้าม จนทำให้ต้องสูญเงินจำนวนมหาศาลก้อนนี้
ในแวดวงสตาร์ตอัป มักมีมุมมองที่ว่า “ประสบการณ์ คือกับดักอันหอมหวาน”
กล่าวคือเหล่านักลงทุนมักมีความเชื่อว่า นวัตกรรม จะไม่เกิดจากคนที่คุ้นชินในอุตสาหกรรมนั้นแล้ว
ดังนั้นคุณ Fong ที่เป็นคนนอก และสามารถชี้ปัญหาของธุรกิจพลังงาน จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
ยิ่งเมื่อประกอบเข้ากับสตอรีของเธอ ที่ยอมลาออกจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง
มาเพื่อทำตามความฝันอันยิ่งใหญ่ จึงยิ่งเป็นภูมิหลังที่น่าสนใจ
ไม่ต่างจาก คุณ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook หรือคุณ Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อนี้ก็อาจจะใช้ไม่ได้กับธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม
ในกรณีของการพัฒนาซอฟต์แวร์ มันคงเป็นเรื่องปกติที่เราจะจ้างเด็กอายุ 18 ปี ซึ่งมีประสบการณ์เขียนโคดมาแล้วเป็น 10 ปีได้
แต่ถ้าเป็นอุตสาหกรรมพลังงาน ยา หรือที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิต
“ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง” น่าจะมีส่วนช่วยอย่างมาก ในการกำหนดว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว
แปลว่าการลงทุนกับคุณ Fong ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ผิดตั้งแต่แรก
นอกจากนั้น ในส่วนของ LightSail Energy ก็มีข้อผิดพลาดเช่นเดียวกัน
จริง ๆ แล้ว ความผิดพลาดของสตาร์ตอัปเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป และ LightSail Energy ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น คือการที่บริษัทไม่ซื่อสัตย์ และเลือกที่จะมองข้ามข้อผิดพลาดเหล่านั้น
อย่างแรกเลยก็คือ ประสิทธิภาพของนวัตกรรมเก็บพลังงาน ที่คุณ Fong เดินสายนำเสนอนั้นไม่เป็นความจริง
โดยมีพนักงานภายในออกมาเปิดเผยว่า ผลลัพธ์จากการทดลองครั้งที่ดีสุด
ก็ยังไม่เท่ากับประสิทธิภาพที่คุณ Fong ประกาศต่อสาธารณะ
ซึ่งเมื่อโปรเจกต์ที่กำลังทำ ส่อแววว่าอย่างไรก็คงไม่สำเร็จ
สิ่งที่คุณ Fong ทำกลับไม่ใช่ “การยอมรับและหยุดเดิน” แต่เป็น “การโกหกเพื่อยื้อเวลา”
หลังจากที่ไม่มีความคืบหน้าเรื่องถังเก็บพลังงาน
เธอจึงประกาศว่า ระหว่างนี้จะหันมาขายถังความดันสำหรับบรรจุแก๊สก่อน
เพราะเป็นสิ่งที่ทำกำไรได้ในระยะสั้น และถือเป็นการสร้างฐานที่มั่นคง
ก่อนจะเอาเงินที่ได้ ไปเป็นทุนในการพัฒนาต่อ เพื่อไปสู่ยอดเขาที่ตั้งเป้าไว้
ที่สำคัญคือ เธอยังบอกว่า “ถังความดัน” ของ LightSail Energy เป็นถังที่ทันสมัยมาก ๆ
มีการแจ้งข่าวเป็นระยะว่า เริ่มส่งสินค้าล็อตแรกแล้ว และยังได้สัญญาซื้อขายถึง 2 ปี
ซึ่งทำกำไรก้อนโต ให้กับบริษัทเลยทีเดียว
แต่เหล่านี้ ก็กลับกลายเป็นเรื่องโกหกอีกเรื่อง
โดยพนักงานของ LightSail Energy ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า บริษัทไม่เคยขายสินค้าได้
และถังความดันล้ำยุค ที่คุณ Fong พูดถึง ก็เป็นเพียงถังความดัน ที่ใช้กันมาเป็นทศวรรษแล้ว
นอกจากนั้น LightSail Energy ยังมีเรื่องของการบริหารจัดการภายในที่ฟุ่มเฟือย
ทำให้หมดเงินไปกับสิ่งอื่น ที่ไม่เกี่ยวกับการพัฒนาตามเป้าหมายที่วางไว้
เช่น เงินเดือนของคุณ Fong ประมาณ 7.1 ล้านบาทต่อปี เพื่อแลกกับการทำงานสัปดาห์ละ 1 วันโดยเฉลี่ย
ซึ่งเงินจำนวนนี้ยังสูงเป็นเกือบ 2 เท่าตัวของเงินเดือนผู้บริหารสตาร์ตอัป ในความคิดของคุณ Peter Thiel ที่มองว่าไม่ควรเกิน 4.7 ล้านบาทต่อปี
อ่านมาถึงตรงนี้เราอาจจะรู้สึกว่า ผู้เสียหายรายใหญ่ของเรื่อง
คงหนีไม่พ้นนักลงทุน ที่ต้องสูญเงินจำนวนมหาศาล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนเจอ ก็เป็นเพียงการลบชื่อ LightSail Energy ออกจากบัญชีและบันทึกผลขาดทุน
ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องปกติของการลงทุนในธุรกิจเสี่ยง อย่างสตาร์ตอัปอยู่แล้ว
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้ที่เสียหายจากเรื่องนี้มากสุด น่าจะเป็น “พนักงาน” มากกว่า
เพราะบางคนต้องเสียเวลาไปเป็น 5 ปี หรือมากกว่านั้น
ไปกับคำหลอกลวงต่าง ๆ ของผู้ก่อตั้ง ที่แทบจะไม่มีใครจับได้เลย
โดยเฉพาะในเวลาที่ โลกรอบตัวของพวกเขากำลังสนับสนุนคำพูดเหล่านั้น ว่ามันเป็นความจริง..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.