ทำโฆษณาอย่างไรให้โด่งดัง เหมือน MeUndies แบรนด์ชุดชั้นใน ยอดขาย 2 พันล้าน
Business

ทำโฆษณาอย่างไรให้โด่งดัง เหมือน MeUndies แบรนด์ชุดชั้นใน ยอดขาย 2 พันล้าน

ทำโฆษณาอย่างไรให้โด่งดัง เหมือน MeUndies แบรนด์ชุดชั้นใน ยอดขาย 2 พันล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “การโฆษณา” คือหนึ่งในเครื่องมือ
ที่ทุกธุรกิจต้องใช้ เพื่อสร้างฐานลูกค้า หรือกระตุ้นให้เกิดการรับรู้
ซึ่งหากเราทำโฆษณาได้ตรงใจกลุ่มลูกค้า ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจของเราเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

เหมือนอย่างแบรนด์ MeUndies ที่เริ่มต้นขายชุดชั้นในออนไลน์
แต่กลับโตระเบิด จนสามารถทำยอดขายได้ถึง 2,337 ล้านบาทในปี 2019

แล้วเรื่องราวของ MeUndies น่าสนใจอย่างไร ?
แบรนด์ใช้กลยุทธ์แบบไหน ถึงทำให้ประสบความสำเร็จ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง

ผู้ก่อตั้งแบรนด์ MeUndies ก็คือคุณ Jonathan Shokrian
โดยก่อนหน้าที่จะมาทำแบรนด์ MeUndies เขาไม่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจมาก่อนเลย

แต่จุดเริ่มต้นที่เป็นการจุดประกายไอเดียธุรกิจให้กับคุณ Jonathan Shokrian เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขากำลังวางแผนจะไปเที่ยวที่ยุโรปกับเพื่อนของเขา

ในตอนนั้นเขาได้เดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อเลือกซื้อชุดชั้นใน
แต่สิ่งที่เจอกลับเป็นความรู้สึกที่อายมาก ๆ

เพราะเขาต้องไปถามพนักงานผู้หญิง ว่าชุดชั้นในของผู้ชายนั้นอยู่ทางไหน
ซ้ำร้ายยังเสียเงินเกือบ 1,000 บาท เพื่อซื้อชุดชั้นในของ Calvin Klein
ที่ดันใส่ออกมาแล้วไม่ดูดี อย่างที่นายแบบใส่โชว์บนกล่อง

ถึงจะอารมณ์เสียจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เขาก็ยังคงเดินทางไปเที่ยวที่ยุโรปอยู่ดี
ในขณะที่เขากำลังนั่งจิบกาแฟคุยกับเพื่อนของเขา เพื่อนของเขาก็พูดขึ้นมาว่า

“จริง ๆ แล้วน่าจะมีใครสักคนทำชุดชั้นในคุณภาพดี ๆ แล้วเอามาขายผ่านออนไลน์นะ”

พอคุณ Jonathan Shokrian ได้ยินแบบนั้น เขาก็เปิดอินเทอร์เน็ต
และค้นหาจนพบกับเว็บไซต์ชื่อว่า UnderwearClub.com และขอซื้อโดเมนนั้นจากเจ้าของในราคา 1 แสนบาท

แต่สุดท้ายดีลนี้ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณ Jonathan Shokrian ยอมแพ้แต่อย่างใด
เขาจึงตัดสินใจใหม่ว่า ชื่อแบรนด์ของเขาจะต้องเป็นชื่อที่เข้าถึงได้ง่ายกับทุกคน

และสามารถสื่อสารออกมาได้ว่า เราไม่จำเป็นจะต้องมีหุ่นที่ดีเหมือนนางแบบหรือนายแบบ ก็สามารถใส่ชุดชั้นในออกมาได้อย่างมั่นใจ ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อแบรนด์ MeUndies นั่นเอง

โดยคำว่า Undies นั้นมาจากคำที่คนอังกฤษ มักจะใช้เรียกชุดชั้นในแบบเป็นกันเอง มากกว่าที่จะเรียกว่า Underwear และคำว่า Me ก็มาจากการที่แบรนด์ต้องการสื่อถึงการแสดงออกอย่างมั่นใจของตัวเอง

แต่ด้วยความที่คุณ Jonathan Shokrian ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำ E-commerce มาก่อนเลย
ทำให้เขาเริ่มเรียนรู้จากแบรนด์ออนไลน์อื่น ๆ ในอินเทอร์เน็ต

จนพบว่าแบรนด์ที่ทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จบางส่วนนั้น
มักจะใช้โมเดลการทำธุรกิจแบบ Direct to Consumer หรือ DTC เป็นส่วนใหญ่
คุณ Jonathan Shokrian จึงคิดว่าเขาก็น่าจะใช้โมเดลนี้กับธุรกิจชุดชั้นในของเขาได้เช่นกัน

แค่นั้นยังไม่พอ คุณ Jonathan Shokrian ยังคิดอีกว่าเขาอยากทำธุรกิจในแบบ Subscription Model
เพื่อให้ธุรกิจเขามีรายได้เข้ามาหมุนอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยให้ลูกค้าของเขา
ไม่ต้องเจอกับประสบการณ์แบบเดียวกับที่เขาเคยเจอตอนไปซื้อชุดชั้นใน

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว คุณ Jonathan Shokrian ก็เริ่มต้นมองหาคนที่จะมาออกแบบโปรโทไทป์ และก็เริ่มหาเงินมาลงทุน ซึ่งเขาก็ได้เงินทุนมาจากเพื่อน ๆ ของเขาที่เคยทำธุรกิจด้วยกันมาก่อน

นอกจากนี้ คุณ Jonathan Shokrian ยังได้รับเงินทุนมาจาก Science Inc.
ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการลงทุน และยังเป็นบริษัทที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ
สามารถเริ่มต้นธุรกิจที่ตัวเองต้องการได้ง่ายขึ้น

โดย Science Inc. นี้ยังเป็นบริษัทเดียวกับที่ลงทุนใน Dollar Shave Club หรือธุรกิจมีดโกนหนวดแบบรายเดือนของผู้ชายอีกด้วย

หลังจากได้รับเงินลงทุน และผลิตสินค้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย
MeUndies ก็ได้เปิดตัวขึ้นครั้งแรกในปี 2011

แต่ทว่า ธุรกิจก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่ฝันไว้
เพราะ MeUndies ต้องใช้เวลากว่า 4 ปี ถึงจะขายชุดชั้นใน 1 ล้านตัว

แต่เมื่อธุรกิจย่างเข้าปีที่ 5 และเริ่มติดตลาดมากขึ้น จากการทำการโฆษณา
ทำให้ต่อมา MeUndies สามารถขายสินค้าได้กว่า 8 ล้านชิ้น ในเวลาเพียง 3 ปี

แล้ว MeUndies ทำอย่างไร จึงสามารถเพิ่มยอดขายของตนเองได้ ?

ในช่วงแรก MeUndies เติบโตจากการบอกปากต่อปากของลูกค้า
ด้วยคุณสมบัติของสินค้าที่มีความนุ่มสบาย ไม่ต่างจากสินค้าแบรนด์แพง ๆ
แต่มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ทำให้ค่อย ๆ เริ่มมีกลุ่มลูกค้าเกิดขึ้น

แต่สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลย ที่จะทำให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักได้ดีที่สุดก็คือ “การโฆษณา”

MeUndies ทำโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียหลายช่องทางทั้ง Facebook, Instagram, Pinterest รวมถึง Snapchat ทำให้ไม่ว่าเราอยู่ที่แพลตฟอร์มไหน เราก็สามารถเจอโฆษณาของ MeUndies ได้ในทันที

รวมถึงการส่งสินค้าให้เหล่าคนดังถ่ายรูปในขณะที่กำลังใส่ชุดชั้นในของ MeUndies
ลงบนโซเชียลมีเดีย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ เริ่มกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น

นอกจากนี้คอนเทนต์ที่ใช้ในการโฆษณา ก็มีทั้งแบบภาพและวิดีโอ ที่มีเนื้อหาที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ

เช่น ครั้งหนึ่ง MeUndies ถูก Facebook แบนโฆษณา
เนื่องจาก กฎข้อบังคับของ Facebook ระบุว่า ภาพโฆษณาของแบรนด์มีเนื้อหาที่ล่อแหลมเกินไป
หรือก็คือมีการเห็นเนื้อหนัง หรือรอยแตกบนตัวที่มากเกินไป จนจะผิดกฎนั่นเอง

ซึ่งนั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับ MeUndies เพราะหลังจากที่ถูกแบน
MeUndies ก็ปล่อยโฆษณาตัวใหม่ออกมาบน Facebook โดยใช้รูปวาดกวน ๆ
เข้ามาแทนรูปถ่ายจริง และตั้งแค็ปชันว่า

“คอนเทนต์พวกเราถูกแบนบน Facebook หัวหน้าฝ่ายอาร์ตของพวกเราเลยวาดรูปขึ้นมาแทน”
ซึ่งให้ภายหลังแบรนด์ก็ได้รับการติดต่อจาก Facebook ว่าภาพโฆษณาที่ไม่ผิดกฎนั้นเป็นอย่างไร

แต่ไม่เพียงแค่คอนเทนต์ที่ถูกแบนจนเป็นประเด็นจะทำให้ MeUndies กลายเป็นที่รู้จักแล้ว

การทำคอนเทนต์ที่สื่อสารถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีความสนุก และเข้าถึงง่าย
ก็ยังเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ MeUndies กลายเป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้นด้วย

เช่น ปกติภาพนายแบบชุดชั้นในมักจะนิยมใช้นายแบบหนุ่มที่มีกล้ามซิกซ์แพ็ก
แต่ไม่ใช่กับ MeUndies ที่ใช้นายแบบหลากหลายหุ่นในการนำมาถ่ายภาพโฆษณา
ด้วยภาพลักษณะนี้ก็เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า ให้ทุกคนมั่นใจในรูปร่างเสมอ

นอกจากนี้ภาพโฆษณาหลายภาพของ MeUndies ก็นำนายแบบและนางแบบ
มาถ่ายรูปชุดชั้นในที่มีลวดลายเหมือนกัน เพื่อเป็นการสื่อสารถึงความ Unisex
ที่ไม่ว่าจะชุดชั้นในลวดลายแบบไหน ไม่ว่าจะเพศอะไร ก็สามารถใส่ได้ทั้งนั้น

และเรื่องลวดลายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ MeUndies เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์
เพราะชุดชั้นในเองก็เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่เราสามารถเลือกแต่งตัวให้สนุกขึ้นได้

ซึ่ง MeUndies ก็สื่อสารจุดยืนในส่วนนี้ผ่านลวดลายชุดชั้นในที่ทำออกมา
โดยชุดชั้นในจาก MeUndies จะมีตั้งแต่สีเรียบ ๆ ไปจนถึงลวดลายการ์ตูนดัง ๆ
อย่าง Star Wars, Harry Potter แม้แต่รูป Memes ก็มีเช่นกัน

และการออกลวดลายที่มากมายขนาดนี้ ก็ทำให้สอดคล้องกับการให้บริการแบบ Subscription Model
ที่ลูกค้าสามารถมีชุดชั้นในลายใหม่ ๆ ให้เลือกใส่ได้ในทุก ๆ เดือน

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ Subscription ก็ยังจะได้ส่วนลดในการซื้อสินค้าที่ถูกกว่า คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกอีกด้วย

กลายเป็นว่าระบบ Subscription Model นี้ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ MeUndies มีลูกค้าที่มีความชอบในสไตล์ของแบรนด์ คอยติดตามแบรนด์อยู่ตลอด ว่าแบรนด์จะออกสินค้าแบบไหนมาอีก

แล้วถ้าถามว่า MeUndies ประสบความสำเร็จแค่ไหนจากการทำการตลาด ?

ในปี 2019 บริษัทมีรายได้ 2,337 ล้านบาท
โดยทางบริษัทก็คาดการณ์ว่าในปี 2020 จะมีรายได้แตะ 3,116 ล้านบาท
ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการเกิดโรคระบาด ทำให้คนหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นนั่นเอง

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าตกใจ

ในขณะที่ MeUndies กำลังเติบโตไปได้ด้วยดี ในปี 2018 คุณ Jonathan Shokrian
กลับถูกจับเข้าคุก จากสาเหตุของงานที่เขาเคยทำร่วมกับพ่อของเขา

โดยในตอนนั้นเขากับพ่อได้ลงทุนซื้อตึกมาตึกหนึ่ง ที่บังเอิญเต็มไปด้วย แร่ใยหินชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นแร่ชนิดที่ส่งผลเสียต่ออากาศ

แต่เนื่องจากคุณ Jonathan Shokrian เลือกใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นคำแนะนำที่เขาได้มาจากที่ปรึกษาที่จ้างมาดูแลเรื่องนี้
จึงส่งผลให้แร่ใยหินเหล่านั้นลอยสู่อากาศภายนอก

จึงกลายเป็นเหตุผลให้เข้าจับคุณ Jonathan Shokrian ด้วยข้อหาที่ทำให้อากาศกลายเป็นพิษจากแร่ใยหิน

แต่ถึงอย่างนั้นระหว่างที่อยู่ในคุก เขาก็ยังคงติดต่อกับคนในบริษัท
เพื่อดูความเป็นไปของบริษัทอยู่เสมอ ๆ จนถูกปล่อยตัวในปี 2019

References:
-https://www.science/-inc.com/portfolio.html
-https://www.youtube.com/watch?v=_JLB8PHUH3E
-https://www.meundies.com/
-https://www.forbes.com/sites/laurendebter/2020/11/23/underwear-company-meundies-raises-40-million-secondary-capital-series-c/?sh=643d59554952
-https://jilt.com/blog/meundies-experience/
-https://www.cnbc.com/2019/06/07/meundies-used-social-media-shock-value-to-sell-millions-of-underwear.html
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.