Scener แพลตฟอร์มดูหนังกับเพื่อน ที่ระดมทุนได้กว่า 60 ล้านบาท
Business

Scener แพลตฟอร์มดูหนังกับเพื่อน ที่ระดมทุนได้กว่า 60 ล้านบาท

Scener แพลตฟอร์มดูหนังกับเพื่อน ที่ระดมทุนได้กว่า 60 ล้านบาท /โดย ลงทุนเกิร์ล
ทุกคนคิดถึงการไปโรงภาพยนตร์กันหรือไม่คะ
ถ้าให้นับกันจริง ๆ แล้วตั้งแต่เริ่มปี 2020 จนมาถึงตอนนี้
โอกาสที่เราจะได้นั่งดูภาพยนตร์พร้อม ๆ กับเพื่อน หรือคนรักนั้นมีน้อยมาก
และด้วยสถานการณ์ตอนนี้ก็ยิ่งทำให้คนที่อยู่ห่างไกลกัน ไปมาหาสู่กันยากขึ้น
สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ ก็มีแต่การที่ทั้งเราและเพื่อน ต่างคนต่างดู แล้วถึงมาคุยกันทีหลัง
แต่มันจะดีแค่ไหน ถ้าเราสามารถดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ไปพร้อม ๆ กับการพูดคุยกับเพื่อน รวมถึงได้เห็นสีหน้าของเพื่อนขณะที่กำลังดูด้วยกันได้
Scener จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่จะทำให้เราและเพื่อนหรือคนรัก สามารถรับชมสิ่งเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กันได้ แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้กันก็ตาม
แล้ว Scener มีความพิเศษอย่างไร และใครคือผู้ก่อตั้ง ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ผู้ก่อตั้ง Scener ก็คือคุณ Daniel Strickland และคุณ Joe Braidwood
โดยไอเดียของแพลตฟอร์มนี้มาจากการที่คุณ Daniel Strickland เห็นผู้คนทำคลิป Reaction บนช่องทางโซเชียลอย่าง Twitter และรายการโทรทัศน์
ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดพอสมควร ที่เขาไม่สามารถติดตามอ่านความเห็นของผู้อื่นแบบ Real Time ได้ เนื่องจากบางครั้งเขาก็ยังไม่สะดวกที่จะดูไลฟ์เรื่องที่เขาสนใจตอนนั้น
แล้วการจะให้มาตามดูคลิปเหล่านั้นทีหลัง นั่งไล่อ่านทีละคอมเมนต์ ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก
พอเรื่องเป็นแบบนี้เขาจึงมีความคิดที่อยากจะทำให้ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมกันได้มากขึ้น และจากไอเดียนั้นก็กลายมาเป็น Scener ที่เปิดตัวขึ้นในปี 2018
แล้ว Scener นั้นทำงานอย่างไร ?
Scener เป็น Extension หรือเรียกว่าเป็นส่วนเพิ่มความสามารถให้กับ Chrome โดยเมื่อเราติดตั้ง Scener บน Chrome แล้ว เพียงสมัครสมาชิก ก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้เลย
เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว สำหรับคนที่เป็นโฮสต์ หรือคนที่จะสตรีมคอนเทนต์ให้ผู้ชมได้ดู จะเป็นคนคอยคุมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่จะเปิดขึ้นมาให้รับชม หรือจะอนุญาต
ให้ใครเข้ามารับชม และจะให้บุคคลเหล่านั้นเปิดกล้องได้หรือไม่
ปัจจุบัน Scener นั้นรองรับการรับชมคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มทั้ง 10 แห่ง ได้แก่ Netflix, HBO Max, Disney Plus, Hulu, Amazon Prime Video, Funimation, Vimeo,
YouTube, Alamo On Demand และ Disney's Hotstar
โดยโฮสต์สามารถส่งลิงก์ หรือส่งคำชวนให้กับเพื่อน หรือคนอื่น ๆ ที่เราต้องการให้เขาเข้ามาดูคอนเทนต์ด้วยกันได้
ในขณะเดียวกันผู้ที่รับบทผู้ชมนั้น จะสมัครเป็นสมาชิก หรือไม่เป็นสมาชิกกับ Scener ก็ได้ แต่ที่สำคัญคือจะต้องเป็นสมาชิกของสตรีมมิงเหล่านั้นด้วย ถึงจะดูพร้อมกันได้
มิฉะนั้นจะสามารถรับชมได้เพียงแค่คอนเทนต์ที่สามารถดูได้ฟรี อย่างพวกคอนเทนต์บน YouTube หรือ Vimeo เป็นต้น
ซึ่งสาเหตุที่เป็นแบบนั้น ก็เพื่อป้องกันการที่มีเพียงแค่ 1 คนที่จ่ายค่าสมาชิกบน Netflix หรือ Disney Plus
ส่วนคนอื่น ๆ ดูฟรี ซึ่งการทำแบบนี้ก็แทบจะไม่ต่างจากการละเมิดลิขสิทธิ์ดี ๆ นี่เอง
พอมาถึงตรงนี้หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วการให้บริการรูปแบบนี้มันต่างจาก Netflix Party อย่างไร ? ในเมื่อทาง Netflix Party เองก็สามารถดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ ไปพร้อม ๆ กันได้เช่นกัน
สิ่งที่ต่างกันก็คือ การได้มองเห็น Reaction ของคนที่เรากำลังดูอยู่ด้วยกันนั่นเอง เพราะสำหรับการรับชมบน Scener นั้น เราสามารถเห็นหน้าของคนที่ดูวิดีโอกับเราได้ ซึ่งต่างจาก Netflix Party ที่ทำได้เพียงแค่แช็ตคุยกันเท่านั้น แต่ไม่เห็นหน้ากัน
อีกอย่างที่ทำให้ Scener แตกต่างก็คือ การที่โฮสต์สามารถ “สร้างปาร์ตี” ได้ หรือคือการที่โฮสต์อยากจะชวนผู้คนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นแบบ Real Time สามารถตั้งวันและเวลาที่ต้องการสตรีมขึ้นมาได้ และเชิญชวนให้ผู้คนที่สนใจ
มาตามวันเวลานั้น เพื่อเข้ามารับชมคอนเทนต์พร้อม ๆ กันกับโฮสต์ได้ด้วย
นอกจากนี้ Scener ยังมีฟีเชอร์ที่ชื่อว่า “รีโมต” เปรียบเสมือนกับรีโมตของโทรทัศน์
โดยการใช้งานก็คือ คนที่เป็นคนถือรีโมต ก็จะมีสิทธิ์ในการเลือกคอนเทนต์ เล่น หรือหยุดคอนเทนต์ก็ได้ ทำให้ถ้าหากโฮสต์คิดไม่ออกว่าอยากดูอะไรกับเพื่อนดี ก็สามารถส่งต่อรีโมตให้ผู้ร่วมชม เข้ามาช่วยเลือกคอนเทนต์ที่น่าสนใจได้เช่นกัน
ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้บางคนจะมองว่าแพลตฟอร์มนี้ก็ดูไม่ได้แปลกใหม่เท่าไรนัก แต่แนวโน้มการใช้งานของ Scener ก็มีจำนวนผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเทรนด์การดูหนังผ่านการไลฟ์สตรีมมิงกับเพื่อน ก็กำลังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะหลังการเกิดโรคระบาด
โดยจากผลสำรวจของบริษัท Maru/Matchbox ระบุว่า เกือบหนึ่งในห้าของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เคยมีประสบการณ์การดูหนังกับเพื่อน ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตมาก่อน
และข้อมูลจาก Variety ก็ยังระบุอีกว่า การดูหนังแบบสตรีมผ่านช่องทางออนไลน์กับเพื่อน เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ช่วยให้เหล่านัก Streamer มีช่องทางในการสตรีมมากขึ้น หรือก็คือมีช่องทางในการสร้างคอนเทนต์ หรือสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามเพิ่มขึ้นด้วย
แล้วตอนนี้ Scener เติบโตแค่ไหน ?
ปัจจุบันมีการรับชมคอนเทนต์ผ่านทาง Scener แล้วกว่า 14 ล้านนาทีต่อสัปดาห์ และมีการรับชมรายการต่าง ๆ เกือบ 500,000 รายการต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
รวมถึงในปี 2020 ที่ผ่านมา Scener ก็สามารถระดมทุนได้เป็นจำนวน 66 ล้านบาท
โดยบริษัทจะนำเงินทุนนี้มาใช้ในการพัฒนาเพื่อสร้างแอปพลิเคชันบนมือถือ และการใช้งานบน Smart TV
รวมถึงยังมีแผนที่จะพัฒนาให้ผู้ชมสามารถเข้าชมร่วมกันได้สูงสุด 1 ล้านบัญชีต่อ 1 โฮสต์ ซึ่งปัจจุบันสามารถเข้าชมได้สูงสุดที่ 10 คนต่อการรับชม
ถึงแม้ตอนนี้ Scener จะเป็นการให้บริการฟรี แต่ในอนาคตก็คาดหวังว่าจะขยายธุรกิจ ให้กลายเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ได้เช่นกัน
กรณีของ Scener ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ
เพราะธุรกิจนี้มีมาก่อนที่จะเกิดโรคระบาดเสียอีก และการมาถึงของโรคระบาด ก็ยิ่งทำให้เทรนด์การดูหนังกันแบบออนไลน์ยิ่งเติบโตมากขึ้นไปอีก
และไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะไม่จำเป็นต้องออกไปดูหนังในโรงภาพยนตร์กับเพื่อนอีกต่อไป
แต่กลายเป็นว่าเราสามารถใช้ระบบโฮโลแกรมให้เพื่อนเหมือนมานั่งดูภาพยนตร์ที่บ้านพร้อมเราเลยก็ได้..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.