รู้จัก Bordier Butter เนยที่นิยมใช้ใน ร้านอาหารมิชลินสตาร์
Food
Business

รู้จัก Bordier Butter เนยที่นิยมใช้ใน ร้านอาหารมิชลินสตาร์

13 ก.ค. 2021
รู้จัก Bordier Butter เนยที่นิยมใช้ใน ร้านอาหารมิชลินสตาร์ /โดย ลงทุนเกิร์ล
มีคำกล่าวที่ว่า “จะไม่มีการปรุงอาหารฝรั่งเศส หากปราศจากเนย” เพราะชาวฝรั่งเศสสามารถใช้เนยมาประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี ตั้งแต่การทานคู่กับบาแกตต์ การตักเนยร้อน ๆ ในกระทะราด​บนสเต๊กเนื้อฉ่ำ ๆ หรือว่าจะใช้ผัดกับเห็ด ทำซุป ไปจนถึงผสมกับแป้งเพื่ออบขนมปัง
เรียกได้ว่า เนยสามารถใช้ได้กับทุก ๆ ขั้นตอนในการทำอาหาร และยังเป็นวัตถุดิบที่มีบทบาทสำคัญกับรสชาติ ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับอาหารฝรั่งเศส
และรู้หรือไม่ว่า มีเนยสัญชาติฝรั่งเศสแบรนด์หนึ่งที่ชื่อว่า “Bordier” (บอร์ดิเยร์) ที่ได้รับการยอมรับ และความไว้วางใจจากบรรดาเชฟที่มีชื่อเสียง ซึ่ง Bordier มักจะถูกเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ โดยจะนิยมวางคู่อยู่กับขนมปังบนโต๊ะอีกด้วย
เรื่องราวของเนย Bordier น่าสนใจอย่างไร ?
และทำไมเนย Bordier ถึงเป็นที่ต้องการของร้านอาหารชื่อดังทั่วโลก
ลงทุนเกิร์ลจะพาทุกคนย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันหอมหวานนี้กันค่ะ
Bordier เป็นแบรนด์เนยที่อยู่มานานถึง 36 ปี ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย คุณ Jean-Yves Bordier ทายาทตระกูลผู้ผลิตเนย
เริ่มแรก คุณ Jean-Yves Bordier มีความฝันอยากเป็นกะลาสีเรือ ทำให้ชีวิตของเขาเข้าสู่เส้นทางทหารเรืออยู่ช่วงหนึ่ง แต่ด้วยระเบียบวินัยที่เคร่งครัดของอาชีพทหาร ทำให้เขารับรู้ว่าสิ่งนี้คงไม่ใช่แนวทางที่เขาใฝ่ฝัน
แต่แล้วจุดเปลี่ยนของคุณ Jean-Yves Bordier ก็มาถึง
เมื่อปี 1985 คุณ Jean-Yves Bordier ได้เข้าซื้อกิจการร้านเนยและชีส “La Maison du Beurre” ที่ก่อตั้งขึ้นมาอยู่แล้วตั้งแต่ปี 1927 ใจกลาง Saint-Malo ในแคว้น Brittany
และประกอบกับความหลงใหลในงานของเขา ทำให้คุณ Jean-Yves Bordier ได้ค้นพบศิลปะการรังสรรค์เนย ด้วยการนำเทคนิคการนวดเนยแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อให้ได้เนยคุณภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ซึ่งกรรมวิธีการผลิตนั้น คือ การอาศัยวงล้อโต๊ะไม้ทรงกลมขนาดใหญ่ช่วยในการนวดเนย และใช้ไม้ตบ ๆ ที่เนยเพื่อไล่น้ำออก ทำให้เนยมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม รวมถึงมีกลิ่นหอมละมุนตามธรรมชาติ
โดยทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การนวด ปั้น ไปจนถึงการขึ้นรูป ล้วนทำด้วยมือทั้งหมด
และหนึ่งในเคล็ดลับการนวดเนยของ Bordier คือการเลือกใช้พิมพ์ไม้ในการขึ้นรูปเนยเพื่อให้ได้เนยที่มีรูปร่างลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนเนยทั่วไป นอกจากนี้ Bordier ยังจัดทำรูปทรงตามสั่งเฉพาะแบบให้กับร้านอาหารต่าง ๆ อีกด้วย
มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่า แล้วเนยของ Bordier แตกต่างจากเนยทั่วไปอย่างไร ?
อย่างแรก คือ คุณภาพ
Bordier เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงนำมาผลิตเนย โดยจะใช้น้ำนมเกรดสูงสุดจากฟาร์มออร์แกนิก
ที่เหล่าแม่วัวพันธุ์ดีจะถูกเลี้ยงด้วยดอกไม้สด และสมุนไพรในช่วงฤดูร้อน แต่หากเป็นฤดูหนาวก็จะถูกเลี้ยงด้วยถั่วแอลแฟลฟา ซึ่งจะช่วยให้แม่วัวผลิตนมที่มีความเข้มข้นและให้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้น โดยทั่วไปแล้วเนยที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมจะใช้เวลาในการบ่มเพียง 6 ชั่วโมง แต่เนยของ Bordier จะใช้เวลาบ่มถึง 72 ชั่วโมง เรียกได้ว่านานกว่าเนยในท้องตลาดถึง 12 เท่า
อย่างที่สอง คือ รสชาติ
นอกเหนือจากเนยรสธรรมชาติแบบใส่เกลือและไม่ใส่เกลือแล้ว Bordier ยังมีเนยรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้เลือกอีกมากมาย เช่น
“Piment d’Espelette” เนยรสพริกเอสเปอแล็ตต์ ทำด้วยพริกที่มีรสอ่อนประกอบกับเนยเค็ม
เหมาะสำหรับมันฝรั่งบด เนื้อวัว เนื้อปลาปรุงสุก หรือจะผสมกับแป้งเพื่อเพิ่มรสชาติให้เค้กช็อกโกแลต
“Yuzu” เนยรสยูซุ ซึ่งมีส่วนผสมเป็นพืชตระกูลส้มลูกผสมของส้มแมนดารินและมะนาว ให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะสำหรับนำไปปรุงรสแบบซอส หรือนำไปอบเพื่อกลบรสขมของเนื้อปลา
“Sarrazin” เนยรสบักวีต ที่แสดงถึงวัฒนธรรมอาหารของแคว้น Brittany ซึ่งเนยชนิดนี้จะมีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ เหมาะสำหรับรับประทานทั้งกับอาหารคาวและอาหารหวาน
อีกทั้งเนยบางรสชาติยังเป็นเกียรติประวัติอย่างยิ่งของแบรนด์ Bordier อาทิ
“Huile d’Olive Citronnée” เนยรสน้ำมันมะกอกและเลมอน ที่รังสรรค์มาเพื่อเชฟระดับโลกอย่าง
คุณ Guy Savoy เชฟมิชลิน 3 ดาว ผสมผสานรสชาติอย่างลงตัว เหมาะสำหรับเมนูหอยเชลล์หรือหอยนางรมย่าง
และ “Algues” เนยรสสาหร่าย ผลิตให้กับร้านอาหารของเชฟระดับตำนาน ผู้ถือครองดาวมิชลินมากที่สุดในโลกอย่าง คุณ Joël Robuchon ด้วยการดึงความเข้มข้นของสาหร่ายทะเล เหมาะอย่างยิ่งกับการรับประทานคู่กับอาหารทะเลและเมนูหอย
ซึ่งเชฟ ภัตตาคาร หรือเจ้าของโรงแรมยังสามารถออกแบบเนยให้ Bordier ผลิตตามความต้องการ ตั้งแต่น้ำหนัก รูปร่าง ปริมาณเกลือ และเพิ่มรสชาติ ให้เนยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อีกด้วย
รวมถึงทีมงานทุกคนของคุณ Jean-Yves Bordier ยังมีความเชี่ยวชาญ พิถีพิถัน และชำนาญด้านฝีมือในการผลิตเนยอย่างแท้จริง
ซึ่งด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ก็น่าจะเป็นส่วนผสมสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Bordier จนกลายเป็นแบรนด์เนยที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในฝรั่งเศส
อ่านมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของคุณ Jean-Yves Bordier ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าสนใจ
คุณ Jean-Yves Bordier ยังเคยให้สัมภาษณ์กับทาง Bangkok Post ว่าตลอดวัยเด็กของเขาทั้งหมดที่เคยได้ยินจากปู่และพ่อที่เป็นนักผลิตเนย คือ “อย่าทำเนยเลย มันซับซ้อนเกินไป”
แต่เขากลับทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และตรงกันข้ามกับสิ่งที่ได้รับรู้มา ส่งผลให้ปัจจุบัน คุณ Jean-Yves Bordier ได้กลายเป็นคนผลิตเนยที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝรั่งเศส
แน่นอนว่า กว่าที่เขาจะประสบความสำเร็จนั้น เส้นทางของเขาก็ไม่ได้มาอย่างง่ายดาย
เรื่องราวของคุณ Jean-Yves Bordier ทำให้เรานึกถึงสำนวนที่ว่า “To know which side one's bread is buttered on” ซึ่งมีความหมายว่า “รู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวเรา”
เหมือนเวลาเราทานขนมปัง เราก็จะทาเนยเพียงด้านเดียวใช่ไหมคะ ดังนั้นด้านที่เราเลือกแล้ว จึงมักจะเป็นด้านที่ดีที่สุดเสมอ..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.