Tipsy Elves สเวตเตอร์เทศกาล ยอดขาย 4 พันล้าน ที่จงใจออกแบบให้น่าเกลียด
Business

Tipsy Elves สเวตเตอร์เทศกาล ยอดขาย 4 พันล้าน ที่จงใจออกแบบให้น่าเกลียด

24 ธ.ค. 2021
Tipsy Elves สเวตเตอร์เทศกาล ยอดขาย 4 พันล้าน ที่จงใจออกแบบให้น่าเกลียด /โดย ลงทุนเกิร์ล
ทุกคนยังจำภาพไวรัลของคุณ Ryan Reynolds ในช่วงคริสต์มาสเมื่อปี 2018 ได้หรือไม่คะ
เมื่อนักแสดงหนุ่มได้โพสต์ภาพบนอินสตาแกรมว่า ไปงานปาร์ตีคริสต์มาส ในธีมเสื้อสเวตเตอร์
พร้อมกับเพื่อนนักแสดงอย่างคุณ Hugh Jackman และคุณ Jake Gyllenhaal
ทว่ามีเขาคนเดียวที่โดนหลอกให้ใส่เสื้อสเวตเตอร์สีเขียวแดง ผูกด้วยโบสีทองมาร่วมงาน ขณะที่เพื่อนรักทั้งสองคนกลับใส่เพียงเสื้อยืดธรรมดาเท่านั้น
ซึ่งสเวตเตอร์ตัวดังกล่าวได้มาจากแบรนด์ Tipsy Elves ที่ใครเห็นเป็นครั้งแรก ก็คงไม่คาดคิดว่าธุรกิจเสื้อผ้าชวนหัวเราะนี้ จะสร้างยอดขายได้มากกว่า 4,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
โดยความสำเร็จส่วนใหญ่ของบริษัทนี้ยังมาจากการขาย “Ugly Christmas Sweater”
หรือ “เสื้อสเวตเตอร์คริสต์มาสที่น่าเกลียด” ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขอีกด้วย
แล้วเรื่องราวของ Tipsy Elves น่าสนใจอย่างไร ?
ทำไมผู้คนถึงอยากสวมเสื้อผ้าที่ดูน่าเกลียดในช่วงเทศกาลกัน ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่น ขออธิบายลักษณะและเท้าความถึงที่มาของ “เสื้อสเวตเตอร์คริสต์มาสที่น่าเกลียด” กันก่อนนะคะ
เสื้อสเวตเตอร์คริสต์มาสที่น่าเกลียด คือ เสื้อสเวตเตอร์ในธีมคริสต์มาส ที่เคยนิยมในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 ซึ่งมักจะมีสีสันฉูดฉาด พร้อมกับลวดลาย เช่น กวางเรนเดียร์, ซานตาคลอส, เอลฟ์, กล่องของขวัญ
โดยที่บอกว่า “น่าเกลียด” นั้น ก็เนื่องมาจาก ถูกมองว่าเป็นเสื้อผ้าที่ไม่มีรสนิยม และมักจะเป็นของขวัญวันคริสต์มาสจากผู้สูงอายุในครอบครัว ที่ชอบถักเย็บเสื้อหนาว
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เสื้อสเวตเตอร์คริสต์มาสที่น่าเกลียดเหล่านี้ ได้เปลี่ยนตัวเองจากของขวัญสุดเชย ไปเป็นเสื้อผ้าสุดฮิปสำหรับทุกงานปาร์ตี
นับตั้งแต่ในปี 2002 เมื่อชายหนุ่ม 2 คนได้เป็นเจ้าภาพจัดงานปาร์ตี “Ugly Sweater” ในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เพื่อหาเงินบริจาคเพื่อรักษามะเร็งให้เพื่อนของพวกเขา
ไม่นาน แนวคิดนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วแคนาดา สหรัฐอเมริกา รวมถึงได้รับความนิยมทั่วโลกในเวลาต่อมา
จนกระทั่งในปี 2011 จากงานสังสรรค์ในวันหยุดเล็ก ๆ ก็ได้กลายเป็นงานใหญ่ระดับนานาชาติ
ที่มีชื่อว่า “National Ugly Sweater Day” ซึ่งจัดขึ้นทุกวันศุกร์ที่สาม ในเดือนธันวาคมของทุกปี
โดยเป้าหมายของงานเฉลิมฉลองนี้ ก็เพื่อระดมทุน ให้กับองค์กรที่ช่วยเหลือเด็ก ๆ ทั่วโลก และไฮไลต์ของงานนี้ยังเป็นการที่ทุกคนพยายามหา “เสื้อสเวตเตอร์ที่น่าเกลียดที่สุด” มาสวมใส่นั่นเอง
ที่น่าสนใจคือ ในปี 2011 ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon ได้รายงานยอดขายของสเวตเตอร์คริสต์มาสที่น่าเกลียดว่ามีเพิ่มขึ้นถึง 600% และธุรกิจนี้ก็ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
แน่นอนว่า “Tipsy Elves” พระเอกของเรานี่เอง ที่เป็นผู้นำด้านเสื้อสเวตเตอร์คริสต์มาสที่น่าเกลียดในปัจจุบัน
Tipsy Elves เปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 มีผู้ก่อตั้งคือ คุณ Nicklaus Morton, คุณ Evan Mendelsohn, คุณ Andy Mullin และคุณ Rich Hampton
เริ่มต้นธุรกิจด้วยการนำ “เสื้อสเวตเตอร์คริสต์มาสที่น่าเกลียด” ออกจำหน่ายทางออนไลน์ เป็นคอลเลกชันแรก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเสื้อสเวตเตอร์คริสต์มาสยุค 80
โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ “Nice” เสื้อสเวตเตอร์ที่มีการออกแบบลักษณะตลกขบขัน เหมาะสำหรับสมาชิกในครอบครัว และ “Naughty” ออกแบบในลักษณะหยาบคาย แต่ยังคงความตลกขบขัน
อย่างไรก็ตาม “Naughty” คือแนวทางที่แบรนด์เชี่ยวชาญ แถมยังขายดีที่สุดอีกด้วย
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ จากเสื้อสเวตเตอร์ลายดังของแบรนด์ เช่น
ลาย “Happy Birthday Jesus” ที่มีพระเยซูสวมหมวกกรวยกระดาษและสวมเสื้อที่เขียนว่า Birthday Boy
หรือลาย “Yellow Snow” ซานตาคลอสกำลังปัสสาวะตามทางเป็นคำว่า Merry Christmas ท่ามกลางหิมะ
ที่น่าสนใจคือ ในปี 2011 เพียงปีแรกของการดำเนินธุรกิจ แบรนด์สามารถสร้างยอดขายได้ 12.5 ล้านบาท และเกือบ 33.7 ล้านบาทในปีต่อมา
แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญของ Tipsy Elves ก็เกิดขึ้นในปี 2013
เมื่อ Tipsy Elves ได้ไปปรากฏตัวใน Shark Tank รายการโทรทัศน์จากสหรัฐอเมริกาที่จะให้ผู้ประกอบการนำเสนอแผนธุรกิจ เพื่อโน้มน้าวกรรมการ ให้มาร่วมลงทุนในธุรกิจของพวกเขา
ซึ่งก็มีคุณ Evan Mendelsohn และคุณ Nicklaus Morton เป็นตัวแทนของ Tipsy Elves นำเสนอสเวตเตอร์คริสต์มาสที่น่าเกลียดนี้ และมันก็ดันไปเตะตาคุณ Robert Herjavec หนึ่งในนักลงทุนและกรรมการรายการ Shark Tank จนตัดสินใจร่วมลงทุนเงินกว่า 3.3 ล้านบาท เพื่อแลกกับหุ้น 10% ของบริษัท
และนับตั้งแต่นั้นมาธุรกิจก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่าในปี 2014 รายได้ของพวกเขาพุ่งขึ้นสูงเกือบ 404 ล้านบาท
โดยที่ผู้รับชมในวันนั้นก็คงไม่คาดคิดว่า เมื่อเวลาผ่านไป Tipsy Elves จะกลายมาเป็นการลงทุน ที่สร้างกำไรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ของคุณ Robert Herjavec ที่ได้ทำในรายการ Shark Tank
ขณะเดียวกัน จากเสื้อสเวตเตอร์ผู้ชายที่วางตลาดในรูปแบบ Unisex ก็ได้ขยายไปสู่หมวดเสื้อผ้ามากมาย เช่น เสื้อสเวตเตอร์สำหรับบุรุษ ผู้หญิง และเด็กโดยเฉพาะ ไปจนถึง เสื้อฮาวาย, กางเกงขาสั้น, เลกกิง, จัมป์สูท, ชุดนอน, หมวกบีนนี่, ถุงเท้า และชุดสกี
ทั้งนี้ Tipsy Elves ไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญกับวันหยุดคริสต์มาสเท่านั้น ด้วยฐานแฟน ๆ ที่เพิ่มขึ้น แบรนด์จึงได้ขยายไปถึงเทศกาลอื่น ๆ เช่น วันฮาโลวีน วันขอบคุณพระเจ้า วันเซนต์แพทริก และอีกมากมาย
เรียกได้ว่า ตอนนี้ Tipsy Elves เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่แท้จริง ไม่ใช่แค่บริษัทเสื้อสเวตเตอร์คริสต์มาสอีกต่อไป
ซึ่งความสำเร็จของ Tipsy Elves ยังคงดำเนินต่อไป โดยแบรนด์ได้ปิดข้อตกลงพิเศษกับภาพยนตร์ตลกคริสต์มาสเรื่อง “The Night Before” เพื่อวางขายเสื้อสเวตเตอร์ 3 ตัวที่นักแสดงนำในเรื่องสวมใส่
นอกจากนี้ แบรนด์ยังเป็น “ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ” ของ National Ugly Sweater Day อีกด้วย
สำหรับจุดยืนด้านสังคม Tipsy Elves ยังดำเนินการองค์กรการกุศลชื่อว่า “Sweaters 4 Sweaters”
เพื่อบริจาคเสื้อสเวตเตอร์ให้กับเด็ก ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือโดยใช้กำไรส่วนหนึ่งของบริษัท
อีกทั้ง ในปี 2013 แบรนด์ยังได้ร่วมมือกับ Stand Up to Cancer ด้วยการบริจาคเงิน 2 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 67 บาท สำหรับเสื้อทุกตัวที่ขายบน TipsyElves.com เพื่อช่วยสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง
ปัจจุบัน Tipsy Elves ขายเสื้อสเวตเตอร์ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมียอดขายรวมตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์มา มากกว่า 4,000 ล้านบาทแล้ว
จากเรื่องราวทั้งหมด แม้ว่ารูปแบบธุรกิจของแบรนด์อาจจะดูธรรมดาทั่ว ๆ ไป
แต่สิ่งที่ทำให้ Tipsy Elves ประสบความสำเร็จคงเป็น “ความคิดนอกกรอบ” ในการออกแบบสินค้าธรรมดาที่แสนเชยให้ดูทันสมัย และความแตกต่างนี้ก็ส่งผลให้แบรนด์โดดเด่นอยู่เสมอ
ซึ่งภารกิจแท้จริงของผู้ก่อตั้ง Tipsy Elves ก็คือ หวังว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จะช่วยสร้างรอยยิ้ม กระตุ้นการสนทนากับคนแปลกหน้า และเปลี่ยนช่วงเวลาสำคัญในชีวิตให้เป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน
รวมถึงเป้าหมายที่แบรนด์จะเติบโตต่อไป จนกว่าผลิตภัณฑ์ของ Tipsy Elves จะอยู่ที่งานปาร์ตีทุกหนทุกแห่งในโลก..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.