Perfect Corp. บริษัทลองเครื่องสำอางด้วย AR จากไต้หวัน มูลค่า 3 หมื่นล้าน
Business

Perfect Corp. บริษัทลองเครื่องสำอางด้วย AR จากไต้หวัน มูลค่า 3 หมื่นล้าน

9 มี.ค. 2022
Perfect Corp. บริษัทลองเครื่องสำอางด้วย AR จากไต้หวัน มูลค่า 3 หมื่นล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของการซื้อเครื่องสำอางออนไลน์ คือ การเลือกเฉดสีของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากหลายครั้งที่ภาพเพื่อการโฆษณา ไม่ได้เป็นเฉดสีที่แท้จริงเสมอไป หรือบางครั้งเป็นสีที่เข้ากับสีผิวนางแบบ แต่อาจไม่ได้เข้ากับเราที่เป็นคนใช้
และยิ่งเป็นการซื้อจากต่างประเทศ ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก ที่จะได้ทดลองสินค้าก่อนจะทำการสั่งซื้อ
อย่างไรก็ตามหลาย ๆ บริษัท โดยเฉพาะบริษัทความงาม ก็พยายามพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาของลูกค้า ให้สามารถทดลองสินค้าได้ แม้ลูกค้าจะอยู่บ้านและมีโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว
โดยหนึ่งในบริษัทที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้ก็คือ Perfect Corp. จากไต้หวัน ซึ่งเคยร่วมงาน
กับบริษัทอย่าง Facebook, Alibaba, L’Oréal และ Estée Lauder มาแล้ว
เรื่องราวของ Perfect Corp. น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Perfect Corp. ก่อตั้งโดยคุณ Alice Chang ในปี 2015
ซึ่งก่อนหน้าที่เธอจะมาก่อตั้งบริษัทนี้ คุณ Alice Chang ก็มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้นำของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง รวมถึงร่วมก่อตั้ง บริษัท CyberLink ผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์จากไต้หวัน และนั่งในตำแหน่ง CEO เกือบ 2 ทศวรรษ
และในบริษัท CyberLink นี้ ก็ทำให้เธอมีโอกาสได้พัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือ เทคโนโลยีจดจำใบหน้า
พอเรื่องนี้ประกอบเข้ากับความชื่นชอบในการแต่งหน้าของเธอ
คุณ Alice Chang จึงต้องการนำเทคโนโลยี เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเลือกซื้อเครื่องสำอางผิดสี
Perfect Corp. จึงก่อตั้งขึ้น และได้แยกตัวออกมาจาก CyberLink ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อีกทั้งเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านความงามและแฟชั่น รวมถึงเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ AR
โดยผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้กับบริษัท ก็คือแอปพลิเคชัน YouCam สำหรับถ่ายเซลฟีและแต่งรูป
ที่น่าสนใจคือแอปพลิเคชันนี้ ยังร่วมมือกับแบรนด์เครื่องสำอางต่าง ๆ อย่าง L’Oréal และ Estée Lauder เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถแต่งรูป และทดลองสีของเครื่องสำอางบนใบหน้าของตัวเอง
โดยจุดที่แตกต่างจากแอปพลิเคชันแต่งรูปทั่วไปก็คือ Perfect Corp. พยายามจะเชื่อมเทคโนโลยีทั้ง AI และ AR เข้ากับตลาดอีคอมเมิร์ซ
เพราะนอกเหนือจากแอปพลิเคชัน YouCam แล้ว
บริษัท Perfect Corp. ก็มีแอปพลิเคชันอื่น ๆ ในเครืออีก ได้แก่
YouCam Makeup มีการทำงานที่คล้ายกับ YouCam แต่เพิ่มฟังก์ชันอื่นเข้ามา เช่น ฟังก์ชันการตรวจเช็กสภาพผิวหน้า, เปลี่ยนสีผม หรือเปลี่ยนลวดลายเสื้อผ้าที่สวมใส่
YouCam Nails แอปพลิเคชันที่สามารถทดลองออกแบบตกแต่งเล็บได้
Artistry Virtual Beauty แอปพลิเคชันสำหรับทดลองสินค้าเครื่องสำอางและสกินแคร์ และสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชันได้ด้วย
YouCam 4B แอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจ ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีของ Perfect Corp.
AR Virtual Ring Try-On แอปพลิเคชันสำหรับลองแหวนแบบ AR
ทั้งหมดนี้ ทำให้ Perfect Corp. ไม่ได้แค่ทำงานร่วมกับบริษัทความงามเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทด้านแฟชั่นอื่น ๆ ด้วย
ล่าสุด Perfect Corp. ยังได้เตรียมแผนที่จะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผ่านการควบรวมกิจการกับบริษัท Provident Acquisition Corp. ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น Nasdaq
ด้วยมูลค่าการประเมินสูงถึง 33,000 ล้านบาท
และหากดีลนี้สำเร็จ ก็คาดว่าจะทำให้ Perfect Corp. ได้เงินไป 11,055 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากเงินที่เสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หรูอย่าง Chanel, อาณาจักรเครื่องสำอาง Shiseido รวมไปถึงแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น Snap
แม้ว่าการเติบโตของ Perfect Corp. ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้หลาย ๆ แบรนด์หันมาให้ความสนใจกับเทคโนโลยี AR มากขึ้น
เนื่องจากลูกค้าไม่สามารถออกจากบ้านได้ รวมถึงความกังวลของลูกค้าในด้านความสะอาด เวลาจะทดลองสินค้า
แต่จริง ๆ แล้ว Perfect Corp. ก็มีการปรับตัวอยู่ไม่น้อย
อย่างเช่น ในขณะที่ยอดขายเครื่องสำอางลดลงในช่วงโควิด 19 ด้านสกินแคร์กลับมีแนวโน้มเติบโตขึ้น เพราะถึงผู้คนจะไม่ได้ออกจากบ้าน แต่ก็หันมาดูแลตัวเองมากขึ้นเช่นกัน
Perfect Corp. จึงได้เปิดตัวเครื่องมือที่เรียกว่า AI Skin Diagnostic Solution ในช่วงนั้น
ซึ่งเครื่องนี้ จะช่วยตรวจสอบสภาพผิวหน้า โดยแพทย์ผิวหนัง และจัดระดับผิวหน้าเป็น 8 ระดับ เพื่อให้ผู้ใช้งานที่อยากดูแลผิวหน้า แต่ไม่รู้จะปรึกษาใคร หรือไม่รู้จะเลือกใช้สกินแคร์ตัวไหน สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นตัวประมวลผลนั่นเอง
เรียกว่า Perfect Corp. สามารถเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างพอดิบพอดี
รวมถึงยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของธุรกิจ ให้สามารถขายสินค้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
เรียกได้ว่าโมเดลธุรกิจของ Perfect Corp. ก็น่าสนใจเลยทีเดียว
แทนที่จะลงไปแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดความงามและแฟชั่น
ซึ่งแม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ก็มีคู่แข่งจำนวนมากเช่นกัน
Perfect Corp. จึงเลือกเป็น “เครื่องมือ” ที่จะช่วยสนับสนุนให้แบรนด์ต่าง ๆ ใช้แทน
ทั้งไม่ต้องลงไปต่อสู้แย่งชิงกับใคร
แถมยิ่งตลาดมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดมากเท่าไร
ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์กับบริษัทด้วย
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายการจะทำให้ธุรกิจยั่งยืนจริง ๆ ก็ต้องย้อนกลับมาสู่คำถามที่ว่า
ธุรกิจของเรา “ตอบโจทย์” ผู้บริโภคมากแค่ไหน
เหมือนอย่าง Perfect Corp. ที่เข้ามาแก้ปัญหาการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์
จากเดิมที่เคยต้องกังวลว่า ซื้อมาใช้แล้วจะเหมาะกับเราหรือไม่
ก็สามารถทดลองก่อนได้ ผ่านหน้าจอ
โดยที่เราอาจจะไม่ต้องลุกจากเตียงเลยด้วยซ้ำ..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.