สรุป ประสบการณ์ทำงานกับ Adidas จาก Dry Clean Only แบรนด์เสื้อผ้าไทย
Business

สรุป ประสบการณ์ทำงานกับ Adidas จาก Dry Clean Only แบรนด์เสื้อผ้าไทย

4 ก.ย. 2022
สรุป ประสบการณ์ทำงานกับ Adidas จาก Dry Clean Only แบรนด์เสื้อผ้าไทย /โดย ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่ว่า ครั้งหนึ่งคุณบียอนเซ่ (Beyoncé) เคยควักเงินเหมาเสื้อผ้าแบรนด์ Dry Clean Only ไปถึง 17 ชุด
และรองประธาน ฝั่งเอเชียแปซิฟิกของ Adidas ก็เคยเอ่ยปากชวน Dry Clean Only ให้มาร่วมงาน ด้วยตัวเอง
อีกทั้ง ล่าสุด Dry Clean Only ก็เตรียมส่งโปรเจกต์ใหม่ ที่ทำร่วมกับเชนโรงแรม สัญชาติอเมริกันอย่าง The Standard อีกด้วย
ที่น่าสนใจ คือ แม้ว่า Adidas จะเคยร่วมงานกับศิลปิน และแบรนด์ในไทยมาแล้วหลายครั้ง
แต่สินค้าเหล่านั้น มักจะเป็นสินค้าพิเศษ ที่มีขายแค่เฉพาะในไทยเท่านั้น
แต่สำหรับในกรณีของ Dry Clean Only ที่ร่วมงานกับ Adidas
สินค้าในคอลเลกชันนี้จะถูกนำไปวางขายทั่วโลก ภายใต้ชื่อ Adidas Originals x DRY CLEAN ONLY
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จ ครั้งสำคัญ ของแบรนด์แฟชั่นไทย
และตอนนี้ การร่วมงานกันของทั้งสองแบรนด์ ก็ได้สำเร็จเสร็จสิ้น ทุกกระบวนการเป็นที่เรียบร้อย
ในวันนี้ ลงทุนเกิร์ล เลยได้ชวน คุณเบสท์-ปฏิพัทธ์ ชัยภักดี ผู้ก่อตั้ง Dry Clean Only มาร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ ที่เกิดขึ้นระหว่างการร่วมงานกับ Adidas
แล้วเรื่องนี้ น่าสนใจอย่างไร ?
และการร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลก ต้องทำอะไรบ้าง ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
สำหรับ Dry Clean Only ถือเป็นแบรนด์แฟชั่น สไตล์วินเทจ อายุ 15 ปี
ที่เคยไปอยู่บนตัวของคนดัง อย่างคุณ Rihanna หรือคุณ Beyoncé
และหากใครที่ไม่คุ้นชื่อ กับแบรนด์นี้มาก่อน ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก
เพราะจริง ๆ แล้ว กลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์ จะมาจากต่างประเทศ
เช่น เกาหลีใต้, ฮ่องกง, จีน, ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา
โดยแบรนด์จะทำการโปรโมตด้วยการนำสินค้าไปจัดแสดงใน Showroom ช่วง Paris Fashion Week เพื่อให้ Buyer จากทั่วโลกได้เห็นผลงานของแบรนด์ ซึ่งทำให้แบรนด์ได้รับโอกาส ส่งสินค้าไปขายในหลาย ๆ ประเทศ
แต่สำหรับ การร่วมงานกับ Adidas
เกิดขึ้นจากการที่ รองประธาน ฝั่งเอเชียแปซิฟิกของ Adidas ได้ติดต่อมาชวนไปร่วมออกแบบสินค้าโปรเจกต์พิเศษ ที่จะวางขายในระดับโลก
โดยคุณเบสท์ได้เล่าให้เราฟังว่า เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วย “ความท้าทาย”
ประเด็นแรก ก็คือ “การจัดการเรื่องกฎหมาย”
แม้ว่า Adidas จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนให้มาร่วมงานก็ตาม
แต่กว่าจะได้ “เซ็นสัญญาจ้าง” ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะคุณเบสท์จะต้องนำแบรนด์ Dry Clean Only ไปจดทะเบียนขอใบอนุญาต และเครื่องหมายการค้า ให้ครบทุกประเทศ ที่ Adidas มีหน้าร้าน แต่ด้วยระยะเวลาที่จำกัด จึงทำให้แบรนด์ต้องเลือกจดทะเบียนในตลาดสำคัญ ๆ ของ Adidas ซึ่งรวมแล้วเป็นจำนวนประมาณ 40 ประเทศ เพื่อให้งานสามารถเดินหน้าได้ทัน ตามกำหนดการที่วางไว้
ประเด็นต่อมา คือ “ขั้นตอนการทำงาน”
ปกติแล้ว ทุกแบรนด์ที่ได้ร่วมงานกับ Adidas จะต้องไปเก็บตัวในฐานการผลิตของ Adidas ที่ประเทศเยอรมนีเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อที่จะเรียนรู้วิธีการทำงานในองค์กร
แต่เนื่องจากวิกฤติโรคระบาดที่รุนแรงมากในช่วงนั้น ทำให้คุณเบสท์ไม่สามารถเดินทางออกไปต่างประเทศได้
ดังนั้น ความท้าทายในครั้งนี้ ก็คือ การทำงานรูปแบบออนไลน์ 100%
ตั้งแต่ Workshop, เลือกวัสดุ, ดูผลงานการออกแบบ รวมถึง ส่งสินค้าตัวอย่างข้ามประเทศ ระหว่างทีมงาน Dry Clean Only ในประเทศไทย และทีมงาน Adidas ในประเทศเยอรมนี เป็นระยะเวลาเกือบครึ่งปี
ซึ่งคุณเบสท์ก็ได้เล่าว่า “นอกจากไทม์โซนจะแตกต่างกันแล้ว เรียกได้ว่าระบบการขนส่ง DHL ก็วิ่งกันวุ่นวายเลยทีเดียว”
สำหรับประเด็นที่สาม คือ “ข้อจำกัดของการออกแบบ”
เนื่องจาก Adidas เป็นแบรนด์ระดับโลก ที่วางขายในหลายประเทศ ทำให้ต้องมีการวางแผนการขายสินค้าล่วงหน้าข้ามปี
ดังนั้น คุณเบสท์จึงต้องออกแบบสินค้า ให้อิงตามเทรนด์ และแบบแผนที่ Adidas ได้วางเอาไว้
เช่น สีสัน, เนื้อผ้า และแพตเทิร์น
อย่างเสื้อผ้าในคอลเลกชันนี้ ที่มีการดัดแปลงโลโก Adidas ให้ถูกตัดครึ่ง หรือแบ่งเป็นหลาย ๆ ท่อน เพื่อให้ดูล้ำสมัยขึ้น ก็ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติ จากหลาย ๆ ทีมของ Adidas เสียก่อน
และประเด็นสุดท้ายคือ “การทำงานอย่างมืออาชีพ”
“ในขณะที่เราต้องโชว์ความเป็นตัวของตัวเองให้ได้มากที่สุด
เราก็ต้องเอาแก่นแท้ของ Adidas ออกมาให้ได้ด้วยเช่นกัน”
ดังนั้น ทุก ๆ ครั้งที่นำเสนอไอเดีย คุณเบสท์จะต้องหนักแน่นในการออกแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทีมงานของ Adidas เห็นว่า “วัสดุ” และ “แพตเทิร์น” ที่เลือกมา อย่าง ตัวอักษรไทย, รูปนก, ผ้าลายลูกไม้ รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ของแบรนด์ Dry Clean Only จะสามารถเข้ากับแบรนด์ Adidas ได้อย่างลงตัว
ซึ่งหนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญ ก็คือ การจับตัวหนังสือภาษาไทย ที่เขียนว่า “อาดิดาส” ไปไว้บนเสื้อ และกางเกงมวยในคอลเลกชัน “Adidas Originals x DRY CLEAN ONLY” ปี 2021 นั่นเอง
“Adidas Originals x DRY CLEAN ONLY” ปี 2021
เมื่อการฝากลวดลายไว้กับ Adidas ในครั้งนี้ของคุณเบสท์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้มีหลาย ๆ แบรนด์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ติดต่อขอร่วมงานกับ Dry Clean Only เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม คุณเบสท์ก็ขอเลือกที่จะทำงานคอลแลบแค่ 1-2 ครั้งต่อปีเท่านั้น ในช่วงคอลเลกชันต้นปีและปลายปี เนื่องจากเขาอยากให้เวลากับการทำงานในทุก ๆ ขั้นตอน
“เราเป็นคนชอบเงินนะ
แต่ถ้างานนั้น เรารู้สึกไม่ท้าทาย หรือว่าไม่สนุกกับงานนั้นจริง ๆ
เราก็จะกลับมาตั้งคำถามกับทีมงานว่า เราควรเดินหน้าทำต่อไปไหม
ดังนั้น ทุกงานที่ทำ เราจะต้องมีความสุขที่ได้ทำจริง ๆ
โดยไม่เกี่ยงว่า ต้องเป็นแบรนด์เล็ก หรือแบรนด์ใหญ่
ขอเพียงแค่ งานนั้นสามารถทำให้เรารู้สึกท้าทาย และมีความสุข
เราก็พร้อมยินดีที่จะร่วมงานด้วย”
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ก่อนที่ Dry Clean Only จะเป็นที่รู้จักในแวดวงแฟชั่นอย่างปัจจุบัน
จริง ๆ แล้ว แบรนด์เริ่มต้นสร้างธุรกิจ มาจากห้องแถวเล็ก ๆ ในตลาดนัดจตุจักรมาก่อน
แต่ด้วยดีไซน์เสื้อผ้าที่ชัดเจน
จึงทำให้ Dry Clean Only เป็นที่ถูกใจ คนในวงการแฟชั่น
และแนะนำกันแบบปากต่อปาก จนแบรนด์เริ่มกลายเป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นมากขึ้น
Reference
-สัมภาษณ์โดยตรงกับ คุณเบสท์-ปฏิพัทธ์ ชัยภักดี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dry Clean Only
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.