
Economy
<อัปเดต> Gen Z ญี่ปุ่นยุค AI รวยขึ้นจากหุ้น เลยเปย์แบรนด์หรู เครื่องประดับ รถสปอร์ตฉ่ำ ๆ
17 ก.ค. 2026
<อัปเดต> Gen Z ญี่ปุ่นยุค AI รวยขึ้นจากหุ้น เลยเปย์แบรนด์หรู เครื่องประดับ รถสปอร์ตฉ่ำ ๆ
ถ้าพูดถึงวัยรุ่นญี่ปุ่นในยุคนี้ ภาพจำเดิม ๆ ที่ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานเก็บเงินอาจจะกำลังเปลี่ยนไป
เพราะตอนนี้กำลังเกิดกระแสวัยรุ่น Gen Z อายุน้อยร้อยล้าน ที่ได้กำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้น และหันมาเปย์สินค้าแบรนด์หรู เครื่องประดับเพชร หรือแม้แต่รถสปอร์ตกันได้อย่างสบาย ๆ
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจาก ความร้อนแรงของตลาดหุ้นที่ได้อานิสงส์จากกระแส AI ดันให้ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 30% ในปีนี้
ประกอบกับการที่รัฐบาลปรับปรุงโครงการส่งเสริมการออมแบบปลอดภาษีใหม่ ทำให้มีนักลงทุนหน้าใหม่กระโดดเข้ามาในตลาดกันมากมาย
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ครัวเรือนญี่ปุ่นมีกำไรที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized Gains) จากหุ้น พุ่งสูงถึง 150 ล้านล้านเยน หรือราว 31.05 ล้านล้านบาท
และเมื่อพอร์ตหุ้นโตระเบิด พฤติกรรมการใช้เงินก็เปลี่ยนไป จากผลสำรวจพบว่า 35% ของนักลงทุนวัย 20-29 ปี ระบุว่าพวกเขาได้นำกำไรไปซื้อของหรู หรือมีแผนที่จะทำเช่นนั้น ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกช่วงวัย
ของที่พวกเขาเอาเงินไปเปย์กัน ส่วนใหญ่มักจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ การพักผ่อน และการท่องเที่ยว
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือคุณ Taisei Tateno นักธุรกิจหนุ่มวัย 27 ปี ที่นำเงินจากการขายธุรกิจไปลงทุนในหุ้น และได้นำกำไรไปซื้อรถ Porsche มูลค่าราว 20 ล้านเยน ซึ่งรถคันนี้แพงกว่าเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยของเด็กจบใหม่ในโตเกียวถึง 5 เท่า
พฤติกรรมกล้าใช้จ่ายนี้ ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มปรับตัวตาม อย่างแบรนด์เครื่องประดับ Happiness and D Co. ก็ได้ออกแบรนด์ใหม่ชื่อ No. ที่เน้นดิไซน์ตะโกน เช่น สร้อยคอจี้ใหญ่ ๆ หรือแหวนประดับเพชรเม็ดโต เพื่อเอาใจลูกค้าวัยรุ่นที่กล้าใช้เงินมากขึ้น
โดยผู้บริหารแบรนด์มองว่า วัยรุ่นยุคนี้มีเงินเปย์ตัวเองและกล้าที่จะโชว์ความรวยมากขึ้น ยิ่งมีโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Instagram ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้การโชว์ความมั่งคั่งกลายเป็นค่านิยมทางสังคมของคนยุคนี้
แต่ภายใต้ภาพความหรูหรา กลับซ่อนความกังวลเอาไว้ แม้คุณ Tateno จะมีรถ Porsche ขับ แต่เขากลับยอมรับว่า เขาเคยคิดว่าถ้ามีเงินหลายร้อยล้านเยนแล้วจะรู้สึกรวย แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย
สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะปัญหาราคาอสังหาริมทรัพย์
ปัจจุบันราคาคอนโดมิเนียมสร้างใหม่ในใจกลางโตเกียว พุ่งไปถึง 106.6 ล้านเยนเข้าไปแล้ว ทำให้เป้าหมายระยะยาวอย่างการมีบ้าน หรือการสร้างครอบครัว กลายเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนหนุ่มสาว
ดังนั้น การซื้อของแบรนด์หรือรถหรู จึงเป็นเหมือนสิ่งทดแทน ความสำเร็จที่พวกเขาสามารถจับต้องได้ในตอนนี้ มากกว่าที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความมั่งคั่งที่แท้จริง
นอกจากนี้ ภาพความรวยที่เห็นบนโซเชียลมีเดีย ยังสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่รุนแรงขึ้น ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งรวยขึ้นจากสินทรัพย์ แต่คนทำงานที่รายได้น้อยและไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน กลับต้องดิ้นรนกับภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
วัยรุ่นหลายคนยังต้องปวดหัวกับค่าเช่าบ้านและประทังชีวิตด้วยอาหารจากร้านสะดวกซื้อ
ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ช่องว่างความมั่งคั่งระหว่างกลุ่มคนรวยที่สุด 20% และจนที่สุด 20% ของคนอายุต่ำกว่า 30 ปีในญี่ปุ่น ถ่างกว้างขึ้นถึงราว 13 ล้านเยน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงที่สุดในบรรดาทุกช่วงวัย
อย่างไรก็ตาม คุณ Katsuhide Takahashi ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่งคั่งเตือนว่า เงินที่คนรุ่นก่อนเคยมองว่าควรเอาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือลงทุนเพื่ออนาคต ตอนนี้กลับถูกนำไปใช้กับกระเป๋าหรือรถหรูไปแล้ว
ซึ่งภาพรวมทางเศรษฐกิจในยุคนี้ไม่ได้คึกคักเหมือนยุคฟองสบู่ เพราะยังมีปัจจัยกดดันเรื่องดอกเบี้ยและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
และที่น่ากังวลที่สุดก็คือ ถ้าหากวันหนึ่งตลาดเกิดพังทลายและกำไรที่เคยมีหดหายไป วัยรุ่นที่หลงละเลิงไปกับการใช้จ่ายเหล่านี้ ก็อาจจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก..
Reference : Bloomberg