
Business
รู้จัก Bark-o-Ween ปาร์ตีฮาโลวีนของน้องหมา ที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม
30 ต.ค. 2026
ใกล้ถึงวันฮาโลวีนทีไร เรามักจะเห็นผู้คนแต่งตัวเป็นผี หรือคาแรกเตอร์จากภาพยนตร์เรื่องโปรดกันเป็นประจำ
แต่รู้ไหมว่า ทุกวันนี้ผู้ที่ได้แต่งตัวในวันฮาโลวีน ไม่ได้มีแค่คนอีกต่อไปแล้ว เพราะเหล่าน้องหมาน้องแมวก็มีชุดแฟนซีเป็นของตัวเองเหมือนกัน
จนเกิดเป็นกิจกรรมที่เรียกว่า “Bark-o-Ween” หรือปาร์ตีฮาโลวีนสำหรับเหล่าสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
Bark-o-Ween คืออะไร ? และทำไมธุรกิจถึงไม่ควรมองข้ามเทศกาลนี้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Bark-o-Ween เป็นการเล่นคำระหว่าง “Bark” ที่หมายถึงเสียงเห่าของสุนัข กับ “Halloween” ซึ่งถูกนำมาใช้เรียกกิจกรรมฉลองฮาโลวีนสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข
กิจกรรมหลัก ๆ ในงาน Bark-o-Ween มักประกอบไปด้วยการประกวดชุดแฟนซี, กิจกรรม Bark-or-Treat ที่ล้อเลียนมาจากกิจกรรม Trick-or-Treat ของเด็ก ๆ ไปจนถึงการระดมทุนและหาบ้านใหม่เพื่อช่วยเหลือสัตว์จรจัด
โดย Bark-o-Ween ไม่ได้เป็นชื่อเทศกาลที่มีผู้จัดเพียงรายเดียว แต่เป็นชื่อที่ผู้จัดกิจกรรมหลายแห่งนำมาใช้กับงานฮาโลวีนสำหรับสัตว์เลี้ยง อย่างในสหรัฐอเมริกา ก็มีการจัดกิจกรรมลักษณะนี้ในหลายพื้นที่
ตัวอย่างเช่น สวนสาธารณะอาร์ลิงตัน เมืองซาราโซตา รัฐฟลอริดา ที่เตรียมจัดงาน Bark-o-Ween ประกวดชุดแฟนซี ในวันที่ 23 ตุลาคม 2026 นี้
หรือ Miel Brewery & Taproom ในนิวออร์ลีนส์ ที่เคยจัด Bark-o-Ween ในปี 2025 พร้อมกิจกรรมพาเหรดสุนัข และนำรายได้บางส่วนจากการขายเครื่องดื่มไปสนับสนุนองค์กรช่วยเหลือสัตว์
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าเรื่องความสนุก ก็คือโอกาสทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกิจกรรมเหล่านี้
เพราะเมื่อก่อนชุดสัตว์เลี้ยงอาจจะเป็นแค่ผ้าคลุมง่าย ๆ แต่ปัจจุบันนี้ หลายแบรนด์แข่งกันออกคอลเลกชันที่มีดีเทลมากขึ้น เช่น ชุดฟักทอง ชุดแดร็กคูลา ไปจนถึงชุดลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์ดัง
แถมบางแบรนด์ยังหัวใสทำคอลเลกชัน Matching Outfits ให้เจ้าของกับสัตว์เลี้ยงใส่คู่กัน เพื่อเพิ่มโอกาสขายสินค้าได้คูณสอง
ข้อมูลจาก National Retail Federation ระบุว่า ในปี 2026 ชาวอเมริกันคาดว่าจะใช้เงินซื้อชุดฮาโลวีนให้สัตว์เลี้ยงรวมกันสูงถึง 30,900 ล้านบาท เติบโตราว 7% จากปีก่อนหน้า โดยชุดที่ได้รับความนิยมในปีนี้ 3 อันดับแรก ได้แก่ ชุดฟักทอง, ฮอตดอก และผี
และโอกาสทางธุรกิจก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ร้านขายชุดสัตว์เลี้ยงเท่านั้น เพราะ Bark-o-Ween ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมได้ด้วย
ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายขนมและแบรนด์อาหารสัตว์ ที่เริ่มออกเมนู Limited Edition เช่น คุกกี้รูปกระดูกสไตล์กอทิก, เค้กฟักทองออร์แกนิกสำหรับสุนัข หรือขนมแมวเลียแพ็กเกจจิงลายแม่มด
หรือแบรนด์ของเล่นสัตว์เลี้ยง เช่น BARK ที่ใช้ธีมนี้ออกคอลเลกชันของเล่นสำหรับสุนัขในชื่อ Howl-O-Ween Party ช่วงเทศกาลฮาโลวีนของทุกปี
นอกจากนี้ ทั้งห้างฯ คอมมิวนิตีมอลล์ หรือคาเฟต่าง ๆ ที่จัดงานแบบนี้ ยังสามารถดึงดูดกลุ่ม Pet Parent ให้เข้ามาใช้เวลาในพื้นที่ได้นานขึ้น แถมภาพความน่ารักของสัตว์เลี้ยงที่ถูกแชร์ลงบนโซเชียล ยังถือเป็น Earned Media หรือการโปรโมตพื้นที่ไปในตัว
ตลอดจนธุรกิจถ่ายภาพที่ช่วยเก็บความทรงจำระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อผู้คนมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น
โอกาสทางธุรกิจก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอีกต่อไป แต่ยังขยายไปถึงสินค้าและประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มความสุขระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงด้วย
และ Bark-o-Ween ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แม้แต่เทศกาลที่เคยเป็นเรื่องของมนุษย์ ก็สามารถกลายเป็นโอกาสใหม่ของธุรกิจสัตว์เลี้ยงได้เช่นกัน
แต่ไม่ว่าเจ้าของจะสนุกกับการแต่งตัวมากแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็ยังต้องเป็นความสุขและความสบายของน้อง ๆ เพราะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกตัวจะชอบการแต่งตัว..
References :
- Nrf, BARK