Flying Tiger Copenhagen ร้านขายสารพัดของกุ๊กกิ๊ก ที่มียอด 17,000 ล้าน
Business

Flying Tiger Copenhagen ร้านขายสารพัดของกุ๊กกิ๊ก ที่มียอด 17,000 ล้าน

5 ก.ค. 2021
Flying Tiger Copenhagen ร้านขายสารพัดของกุ๊กกิ๊ก ที่มียอด 17,000 ล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
ถ้าพูดถึงร้านขายของจิปาถะ เราน่าจะนึกถึง MINISO ที่เป็นของประเทศจีน
Daiso ร้านขายสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ในราคาชิ้นละ 60 บาท
หรือ Moshi Moshi ซึ่งเป็นของคนไทย ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากร้านในสำเพ็ง
แต่รู้หรือไม่ว่า ในต่างประเทศแถบตะวันตก ก็มีร้านลักษณะนี้ ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
นั่นก็คือ Flying Tiger Copenhagen ที่สร้างยอดขายหลักหมื่นล้านบาทต่อปี
เรื่องราวของ Flying Tiger Copenhagen น่าสนใจอย่างไร ?
แล้วเส้นทางของ Flying Tiger Copenhagen เป็นอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Flying Tiger Copenhagen (ฟลายอิง ไทเกอร์ โคเปนเฮเกน)
ก่อตั้งขึ้นโดยคุณ Lennart Lajboschitz ที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ในปี 1995
โดยเป็นร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้าจิปาถะ ตั้งแต่ของใช้ทั่วไป, เครื่องใช้ในบ้าน, เครื่องเขียน, ของเล่น รวมไปถึงของใช้ในงานเลี้ยง ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจไปในหลากหลายประเทศทั่วโลก
แต่ที่น่าสนใจคือ จุดเริ่มต้นของ Flying Tiger Copenhagen
กลับเป็นเพียง แผงขายของเล็ก ๆ ที่ตลาดนัดในเดนมาร์ก
ซึ่งคุณ Lennart Lajboschitz และคุณ Suz Lajboschitz ภรรยาของเขานำร่มไปขาย
โดยในตอนนั้นพวกเขาได้เปิดร้านค้าปลีกของตนเอง ชื่อ “Zebra” วางขายร่ม แว่นกันแดด และถุงเท้า
จนกระทั่งปี 1995 ร้านแรกในชื่อ “Tiger” หรือที่รู้จักกันในปัจจุบัน
ในชื่อ “Flying Tiger Copenhagen” ได้เปิดตัวขึ้นในเมืองโคเปนเฮเกน
และขายสินค้าทุกชิ้น ในราคา 10 โครนเดนมาร์ก หรือราว 50 บาท
โดยชื่อร้านนี้ ก็มาจากคำในภาษาเดนมาร์กสำหรับเหรียญสิบโครน
ที่ออกเสียงว่า “tee'-yuh” ซึ่งฟังดูเหมือนการออกเสียงคำว่า “Tiger” ในภาษาเดนมาร์กนั่นเอง
ต่อมาในปี 2001 Flying Tiger Copenhagen เริ่มขยายสาขาออกไปนอกประเทศเป็นครั้งแรก
โดยเริ่มจากเมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์
ก่อนจะได้ขยายสาขาไปประเทศอื่น ๆ อาทิ สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ ในเวลาต่อมา
ปัจจุบัน Flying Tiger Copenhagen สามารถขยายจนครอบคลุมถึง 28 ประเทศใน 3 ทวีป
มีสาขาทั่วโลกแล้วกว่า 800 สาขา
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีหลัง ๆ มานี้ Flying Tiger Copenhagen เอง
ก็เหมือนจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอยู่บ้าง ในเรื่องการเติบโตที่ค่อย ๆ ชะลอตัวลง
ประกอบกับวิกฤติโรคระบาด ในปี 2020
Flying Tiger Copenhagen ก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ไปเต็ม ๆ
ทั้งการปิดสาขาหลายสิบแห่ง รวมถึงผลประกอบการที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ปี 2018 รายได้ 26,854 ล้านบาท
กำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา 1,479 ล้านบาท
จำนวนหน้าร้าน 915 สาขา
ปี 2019 รายได้ 26,329 ล้านบาท
กำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา 2,109 ล้านบาท
จำนวนหน้าร้าน 895 สาขา
ปี 2020 รายได้ 17,413 ล้านบาท
ขาดทุนก่อนดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา 3,196 ล้านบาท
จำนวนหน้าร้าน 856 สาขา
แม้ว่าปี 2020 จะเป็นปีที่หนักหน่วงของ Flying Tiger Copenhagen
แต่หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้น ที่เป็นเพียงแผงในตลาดนัด
วันนี้ Flying Tiger Copenhagen ก็ถือว่าเดินทางมาไกลมากทีเดียว
แล้ว Flying Tiger Copenhagen ทำอย่างไรถึงสามารถประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ ?
เรื่องนี้ส่วนหนึ่งมาจากการที่ Flying Tiger Copenhagen มีสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์
มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องใช้ในบ้าน สินค้าสำหรับงานเลี้ยง ไปจนถึงอาหาร ของเล่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนั้นยังมีออกผลิตภัณฑ์ใหม่ประมาณ 300 รายการในแต่ละเดือน
รวมถึงมีการออกสินค้าตามฤดูกาลหรือเทศกาล
เช่น วันวาเลนไทน์ Back-to-School วันฮาโลวีน หรือวันคริสต์มาส
สินค้าของ Flying Tiger Copenhagen จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกเพศทุกวัย
ที่สำคัญคือราคาไม่แพง ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อง่าย
สินค้าทุกชิ้นได้ออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้สอย
มีความคุ้มค่า สวยงามด้านดีไซน์ และใช้งานได้จริง
ในอีกมุมหนึ่ง ประสบการณ์ร่วมของลูกค้า ก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ
โดย Flying Tiger Copenhagen จะออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ธรรมดา หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชีวิตประจำวันดูไม่ธรรมดา สนุกสนาน เพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ เพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ร่วมกับสินค้ามากขึ้น
เช่น “Toilet Basketball Set” คือ ของเล่นบาสเกตบอล ไว้ฝึกชูตบาสขณะนั่งทำธุระในห้องน้ำ
หรือจะเป็น “Giant Playing Cards” เกมไพ่ขนาด 5x7 นิ้ว ในขณะที่ไพ่ทั่วไปมีขนาด 2.5x3.5 นิ้ว
ซึ่งการมอบประสบการณ์ที่ดีนั้น จะช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ และมองแบรนด์แตกต่างไปจากคู่แข่งอื่น ๆ ในตลาด
นอกจากนั้น Flying Tiger Copenhagen ยังเน้นไปที่กลยุทธ์การตั้งราคา
โดยสินค้าทั้งหมดในร้านจะถูกกำหนดในราคาที่เอื้อมถึง
คือ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 50 บาทขึ้นไป ซึ่งถ้าเทียบกับราคาสินค้าร้านค้าปลีกชื่อดังในประเทศไทยนั้น ก็มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 60-69 บาท
สินค้าบางชิ้นของ Flying Tiger Copenhagen จึงถือว่ามีราคาถูก เมื่อเทียบกับคุณภาพของสินค้า
หากมองลึกไปที่ปรัชญาของแบรนด์
สิ่งที่ทำให้ Flying Tiger Copenhagen ประสบความสำเร็จ คงเป็น “ความแตกต่าง”
เหมือนดั่งแนวคิดของแบรนด์ที่ว่า
“เราไม่ได้ออกแบบเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดูดี เราออกแบบเพื่อให้ผู้คนรู้สึกดี”
อย่างเช่น การที่มีแป้นชูตบาสในห้องน้ำ ก็อาจจะไม่ใช่ของที่ดูดีนัก
แต่สำหรับผู้ใช้ ถ้าสามารถชูตบาสลงห่วง ไปพร้อม ๆ กับการได้ปลดปล่อยธุระส่วนตัว
คงเหมือนเป็นความรู้สึกที่ดีแบบคูณสอง
และสุดท้ายความรู้สึกดี ๆ เหล่านี้ ก็กลับคืนมาสู่ Flying Tiger Copenhagen
จนสามารถพาแบรนด์ไปสู่ความสำเร็จอย่างมหาศาล..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.